นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้ ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้นำเรื่องการกู้เงินเพื่อการศึกษาเข้าหารือ ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วได้ข้อสรุปในหลักการว่า ปีการศึกษา 2551 จะดำเนินการกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) คู่ขนานกันไป โดยในส่วนของ กรอ. จะให้กู้เฉพาะสาขาที่เป็นความต้องการสูงของตลาดแรงงาน ส่วนผู้กู้ไม่จำกัดรายได้ของครอบครัว สำหรับระเบียบเงื่อนไขการชำระคืนให้เป็นแบบ กยศ. ส่วนจะกู้ในสาขาใดได้บ้าง จำนวนผู้กู้เท่าไหร่และจะใช้งบประมาณเท่าใดนั้น จะมีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สศช. และ กรอ. ต่อไป ส่วนในอนาคตจะมีการนำข้อดีและข้อเสียของ กรอ. และ กยศ. มารวมกัน เพื่อปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ให้รองรับกับการกู้แบบกรอ.ต่อไป ทั้งนี้ในที่ประชุม นายกฯ ได้เน้นย้ำให้มีการแนะแนวให้ความรู้แก่นักศึกษาว่าสาขาใดกู้ กรอ. ได้หรือกู้ไม่ได้ เพื่อเป็นข้อมูลให้นักศึกษาตัดสินใจเลือกเรียนได้ถูก โดยจะนำเรื่องนี้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบต่อไปในวันที่ 25 มี.ค.นี้
ด้าน ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า การกู้ กรอ.ในครั้งนี้ มีข้อควรจำกัดโดยให้กู้เฉพาะสาขาที่ประเทศต้องการ หรือสาขาขาดแคลน ซึ่งเรื่องนี้ตนจะหารือในรายละเอียดกับ นพ.ธาดา เพื่อจัดทำรายละเอียดกำหนดสาขาขาดแคลนให้เรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งในเบื้องต้นการจะกำหนดว่าสาขาใดเป็นสาขาขาดแคลน หรือสาขาที่เป็นที่ต้องการหรือจำเป็น ก็ต้องดูว่าหลักสูตรนั้นต้องได้รับการรับรองจาก สกอ. หากใช้ระเบียบสำหรับเด็กกู้ กรอ. ปี 2550 ก็สามารถนำมาใช้ได้ทันภาคเรียนที่ 1/2551 ได้แน่ เพราะระเบียบมีอยู่แล้ว แต่เดิมเราไม่อนุญาตให้มีผู้กู้รายใหม่ สำหรับปีนี้ก็ให้มีผู้กู้รายใหม่ได้ และยิ่งกำหนดสาขาไม่ใช่เรื่องยาก
ไทยรัฐ 24 มี.ค. 51