กุ้งก้ามกราม
เป็นเรื่องแรกประเดิมในการเขียนบน blog นะครับ
ถ้าผมถามว่าอยากเลี้ยงกุ้งก้ามกันไม๊  คงตอบว่าไม่กันใช่ไม๊ครับกลัวรวย(ธนาคารรวยนะ555)หรือเหตุผลนานาประการ
......
แต่ถ้าถามว่า  อยากรู้เรื่องการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามไม๊  หลายคนคงบอกว่าอยากรู้
งั้นมารู้เรื่องการเลี้ยงกุ้มกรามกันเถอะ
ขั้นแรกต้องรู้เรื่องทำเลที่เพาะพันธุ์กุ้งกันก่อน(ข้อมูลค้นมาจาก เวป ของกรมประมงครับ)
....
1.ใกล้น้ำเค็ม ในการดำเนินงานเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามนั้นน้ำเค็มเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากลูกกุ้งวัยอ่อนที่พึ่งออกจากไข่ต้องอาศัยเลี้ยงตัวอยู่ในน้ำเค็ม(ประมาณกร่อยครับไม่ถึงกับเค็มจัด  15  ส่วนในพันส่วน) ลุกกุ้งในวัยนี้จะตายหมดชั่วระยะเวลา 1 - 3 วันเมื่อเลี้ยงในน้ำจืด ทำเลจึงควรอยู่ใกล้ทะเลที่สะอาดหน่อยนะครับ ประมาณมาบตาพุดคงไม่ได้  ถ้ารวยก็เลือกที่ไกลทะเลก็ได้นะครับ  ค่อยซื้อน้ำนาเกลือมาผสม(ความเค็มน้ำในบ่อพักน้ำนาเกลืออยู่ประมาณ  200 ส่วนในพันส่วน  ส่วนน้ำทะเลปกติ 35- 40 ส่วนในพันส่วน)
.....
2.น้ำจืด ในทำนองเดียวกันก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้ในการล้างอุปกรณ์ และใช้เจือจางน้ำเค็มให้อยู่ในความเค็มประมาณ 15 ส่วนในพันส่วนเพื่ออนุบาลลูกกุ้งวัยก่อนถึงกุ้งวัยรุ่น ให้เจริญเติบโตก่อนที่ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดิน ทำเลควรอยู่ใกล้คลอง แหล่งน้ำชลประทานหรือถ้ารวย(อีกแล้ว)ก็เจาะน้ำบาดาล แต่ต้องให้กรมประมงตรวจสอบคุณภาพน้ำของนำบาดาลที่เจาะก่อนว่าใช้ได้ไม๊  ตรวจครั้งเดียวก็พอ
.....
3.ไฟฟ้าเข้าถึงไม่กันดาลตามเทียน  กระแสไฟฟ้ามีความจำเป็นต่ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นเครื่องสูบน้ำ เครื่องอัดอากาศ ตู้แช่อาหารลูกกุ้งวัยอ่อน ใช้เพื่อส่องสว่างภายในฟาร์ม หรือเพื่อติดแอร์กันร้อนของเจ้าของฟาร์ม(สำคัญที่สุดครับ 555)  หรืออื่นฯตามแต่จะใช้  ทำเลจึงควรอยู่ในที่ๆการไฟฟ้าสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้ามายังฟาร์มได้  ถ้าไม่มีก็จำเป็นต้องติดเครื่องปั่นไฟ  ขนาดตามแต่ความเล็กใหญ่ของฟาร์ม   แต่ต้องระวังฟาร์มที่ใช้ไฟฟ้าก็ต้องมีเครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก ไว้ปั่นเครื่องอัดอากาศให้ลูกกุ้งตอนไฟฟ้าดับ  เพราะลูกกุ้งต้องให้อากาศตลอดเวลา
.....
4.หลีกเลี่ยงทำเลที่มีมลพิษทางน้ำ เช่นโรงงานอุตสาหกรรม เหมืองแร่ที่อาจปนเปื้อนสารพิษที่เป็นอันตรายต่อกุ้งก้ามกราม  แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญด้วย(ที่แพงน้ำก็เสีย)
.....
5.ใกล้แหล่งที่หาพ่อแม่พันธุ์ได้ง่าย ซึ่งระยะทางที่ใกล้จะทำให้พ่อแม่พันธุ์ไม่บอบช้ำ  อาจจะเป็นปากแม่น้ำที่ยังมีพ่อแม่พันธุ์ในธรรมชาติอยู่(หายากหน่อยครับ)  หรือตามแหล่งที่มีบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากมาก
.....
6.สุดท้ายควรอยู่ในบริเวณที่มีการเลี้ยงกุ้งกันเป็นล่ำเป็นสัน เพื่อสามารถจัดจำหน่ายและขนส่งลูกกุ้งได้เร็ว เพิ่มอัตรารอดตายของลูกกุ้งขณะขนส่ง  ยังได้ลูกกุ้งที่แข็งแรงขณะปล่อยลงบ่อเลี้ยงและลดต้นทุนการขนส่งได้ 
ช่วงนี้คงเท่านี้ก่อนครับ ไว้มาเล่าตอนต่อไป