เทคนิคการเพาะกล้ายางนา

วันนี้ก็เป็นวันที่ 18 แล้วที่มาฝึกประสบการณ์ที่สวนป่า ในตอนเช้าก็ได้ให้อาหารไก่ไข่ อาหารหมูป่า และหมูเหมยซาน การที่เราได้มาที่สวนป่าแห่งนี้ ทำให้เราเป็นที่มีความรับผิดชอบต่อตนเองมากยิ่งขึ้น จากที่ไม่เคยตื่นเช้าก็ต้องตื่นเช้าเพื่อไปให้อาหารหมู อาหารไก่ ถ้าเราไม่ไป หมูและไก่คงไม่ได้กินอาหาร สัตว์ก็มีความหิวเหมือนกับคนนี่แหละครับ การที่ได้มาที่สวนป่านี่ได้ฝึกประสบการณ์จริงทุกอย่าง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์มากสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันจริง ไม่เหมือนที่เราเรียนในโรงเรียนบ้างอย่างเราไม่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินชีวิตแล้วเราจะเรียนไปทำไมก็ไม่รู้ สู้เรามาเรียนในสิ่งที่เราจะสามารถนำไปใช้ในชีวิตได้จริงไม่ดีกว่าหรือ

 

เออ ในตอนเช้าก็ได้มีการเตรียมแปลงเพื่อปลูกผักคะน้า 2 แปลงในเรือนเพาะชำ แล้วหลักจากทานข้าวเช้าเสร็จก็ได้มีการออกไปเก็บเมล็ดยางนาเพื่อมาเพาะและก็ปลูก เพราะยางนา เมื่อปลูกแล้วจะให้ร่มเงา อากาศเย็น ทำให้ดินฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีเห็ดเกิดมากมาย และไม้สามารถนำไปทำเป็นไม้แปรรูปได้ดีด้วยลักษณะต้นที่สูงตรง โปร่งจึงเป็นที่ต้องการของตลาด ไม้แปรรูป

 

ในการเก็บเมล็ดเพื่อมาปลูกนั้นเราต้องเลือกเมล็ดที่แก่ โดยเมล็ดจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีปีกสีน้ำตาล เมื่อเก็บเมล็ดยางนามาแล้วควรที่จะนำมาบ่มทันที อัตราการงอกจะยังสูงอยู่ ในการบ่มเราก็เพียงแค่นำไปใส่ในท่อแล้วปรกด้วยฟางแล้วรดน้ำให้ชุ่มทุกวันเป็นเวลา 7 วัน เมล็ดยางก็จะเริ่มงอกออกมา แล้วก็นำไปชำในถุงได้ในถุงควรจะเป็น ขุยมะพร้าว  ดินที่มียางนาเกิด ด้วยเพราะมีเชื้อไมโคไรซาร์ ซึ่งจะทำให้ยางมีอัตราการเจริญเติบโตได้ดี และทนต่อความแห้งแล้ง การรอดตายสูง และก็ดินทั่วไป

 

ในตอนเย็นก็ได้มีการออกไปดูแปลงปลูกมันสำปะหลังแล้วก็ได้ทดลองถอนมันสำปะหลังก็ถอนง่ายเพราะเมื่อคืนวานนี้มีฝนตกพอดีจึงทำให้สามารถทำการถอนด้วยมือได้

 

ผมก็มีเทคนิคการทำให้กุนเชียงทอดมีความนุ่ม ไม่แข็ง เทคนิคนี้ก็ได้เรียนรู้จากที่มาฝึกประสบการณ์ที่สวนป่าแห่งนี้ครับผม ก่อนอื่นเราก็ต้องนำกุนเชียงมาต้มในน้ำร้อนก่อน และก็เทน้ำออก แล้วก็นำกุนเชียงมาทอดในน้ำมันเล็กน้อย แค่นี้เราก็ได้กุนเชียง ที่มีความนุ่ม อร่อย ไม่แข็งอีกต่อไป