|
... กล่าวกันว่า คนเรากลัวและเครียดกับเรื่องที่เรา "ไม่รู้" มากที่สุด วันนี้มีผลการศึกษาที่พบว่า คนเราเปลี่ยนแปลงความรู้สึกไปในทางที่ดีขึ้นได้ด้วยการเขียนออกมาว่า เหตุการณ์ร้ายๆ เปลี่ยนตัวเราอย่างไร และเรารู้สึกกับการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ อย่างไร ท่านอาจารย์แพทย์หญิงแนนซี มอร์แกน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดผ่านการเขียน และคณะ แห่งโปรแกรมศิลปะกับมนุษยศาสตร์ ศูนย์มะเร็งลอมบาร์ดส์ วอชิงตัน ดีซี. สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างคนไข้มะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia / ลูคีเมีย) และมะเร็งเซลล์ต่อมน้ำเหลือง (ลิมโฟมา / lymphoma) ... กลุ่มตัวอย่างจะได้รับการสุ่มแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย กลุ่มหนึ่งให้เขียนระบายความรู้สึกเป็นเวลา 20 นาที อีกกลุ่มหนึ่งไม่ต้องทำอะไร ผลการศึกษาพบว่า คนไข้ที่ได้รับการบำบัดด้วยการเขียน "ระบายความรู้สึก (expressive writing)" มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ ... วิธีเขียนนั้นท่านให้แนวทางไว้ 2 อย่างได้แก่
...
... ผลในด้านดีนั้นพบว่า คนไข้ที่อายุน้อยได้รับผลดีมากกว่าคนไข้ที่อายุมาก ซึ่งคงจะคล้ายสำนวนไทยที่ว่า "ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก" อาจารย์ท่านแนะนำว่า การเขียนแต่ความจริง (fact) เช่น ให้บรรยายว่า โรคที่เป็นชื่ออะไร มีอัตราอยู่รอดเท่าไร อัตราตายเท่าไร รักษาด้วยวิธีใด ฯลฯ ซึ่งใช้สมองซีกซ้าย (เหตุผล ข้อมูล) เป็นหลักไม่ช่วยให้คนไข้รู้สึกดีขึ้น ... ทว่า... การเขียนบรรยาย หรือระบายความรู้สึกออกมา (expressive writing) เช่น รู้สึกอย่างไรกับโรค โรคนี้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร ฯลฯ ซึ่งใช้สมองซีกขวา (อารมณ์ ความรู้สึก) เป็นหลักมีส่วนช่วยให้คนไข้รู้สึกดีขึ้น เรียนเสนอว่า เวลามีวิกฤตอะไรเข้ามาในชีวิต... ให้ลองเขียนระบายความรู้สึกออกมา เขียนแล้วถ้าไม่อยากให้ใครรู้ จะฉีกทิ้งหรือเผาไฟเสียก็ได้ ... บางทีการได้ระบายอะไรออกมาบ้างก็ดีกว่าเก็บ "กัก" เอาไว้ เพราะธรรมชาติของคนเรานั้นกลัว เครียด และกังวลกับอะไรที่เราไม่รู้มากที่สุด นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมหมอดูจึงช่วยให้คนจำนวนมากสบายใจขึ้นได้ เพราะหมอดูช่วยบอก "อะไรที่เราไม่รู้" เช่น อนาคต ฯลฯ ส่วนจะเป็นตามที่หมอดูบอกหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ... ผู้เขียนขอสนับสนุนให้พวกเราหัดเขียน... เพราะชีวิตของเรามีค่าเสมอ อย่างน้อยคนทุกคนคงจะมีคนรัก หรือเป็นที่รักของคนอื่น... อย่างน้อยที่สุดตัวเราก็ต้องรักตัวเราเองให้เป็น จึงจะฟันฝ่าวิกฤตต่างๆ ในชีวิตได้ ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ...
ที่มา
|
เครียดอะไร ระบายออกมาผ่านปากกา(หรือดินสอ)น่าจะดี
ท่านอาจารย์แพทย์หญิงแนนซี มอร์แกน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดผ่านการเขียน และคณะ แห่งโปรแกรมศิลปะกับมนุษยศาสตร์ ศูนย์มะเร็งลอมบาร์ดส์ วอชิงตัน ดีซี. สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างคนไข้มะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia / ลูคีเมีย) และมะเร็งเซลล์ต่อมน้ำเหลือง (ลิมโฟมา / lymphoma)
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 22 มี.ค. 2551
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 22 มี.ค. 2551
บัญชา ธนบุญสมบัติ · 22 มี.ค. 2551
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 22 มี.ค. 2551
พวงมะม่วง · 22 มี.ค. 2551

ดิฉันใช้วิธีนี้มาตลอดค่ะ เวลาเหงาเศร้าซึม ไม่รู้จะระบายอะไรกับใคร ก็จะมีเครื่องคอมไว้พิมพ์ระบายความรู้สึกออกมาค่ะ อ่านซ้ำไปมาสองสามครั้งแล้วก็ทิ้งมันไปซะทั้งอารมณ์และบันทึกที่ระบายออกมาค่ะ
ขอบคุณค่ะ
มาเห็นด้วยกับการเขียนช่วยระบายความเครียดด้วยคนค่ะ บ่อย ๆ ที่ทำอะไรใครไม่ได้ หรือทำอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจก็ใช้วิธีเขียน เขียนลงในบัตรคำ พอสบายใจขึ้นแล้ว หรือเวลาผ่านไป กลับมาดูสิ่งที่เขียนๆ ไป ก็ได้คิดใหม่ในอีกอารมณ์หนึ่ง ถ้าอารมณ์ปลอดโปร่ง โล่งขึ้น ก็ฉีกแผ่นกระดาษเล็ก ๆ นั้นได้ แต่ถ้ายังก็เก็บไว้ก่อนค่ะ แต่บัตรคำที่เขียนก็ต้องเก็บไว้ดีๆ ไม่ให้กระทบเป็นเรื่องบานปลายได้ ด้วยนะคะ
ขอบคุณคุณ(พี่)หมอค่ะ