ผมคงปฏิเสธว่าเรียนมาทำไม? เรียนมาก็เพื่อมีงาน เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง มีเงินเดือน หลังจากที่พ่อแม่ส่งเสียมาให้ตั้งแต่เด็ก จนเรียนจบ แต่พอทำงานมาซักสี่ห้าปี ก็รู้ว่า การทำเพื่อเงิน กับ ทำเพื่องานเริ่ม เป็นสิ่งที่คู่กัน เมื่อรู้สึกว่าเรื่องของเงินอยู่ตัวแล้ว เงินเดือนก็ขึ้น ปีละ 2 ครั้ง เป็นประจำไม่บกพร่อง เพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น

ที่นี้เลยต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นทุกปี แล้วผมทำงานเพิ่มขึ้น คิดมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้นทุกปีทุกปี หรือไม่ ?

 

กลับไปคำถามทำนองเดียวกัน พนักงานที่จ้างตามภารกิจ หรือ ลูกจ้างชั่วคราว ในระบบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม บรรจุเริ่มแรกตามเกณฑ์ ป.ตรี หรือ ป.โท ขั้นต่ำ ไม่มีโอกาสที่จะเงินเดือนขึ้น ทำกี่ปีกี่ปี ก็เงินเดือนเท่าเดิม แต่เท่าที่ผมเห็น สัมผัส และได้ร่วมทำงานด้วยกับหลายๆคน นั้น ฅน เหล่านั้นมีแต่ทำงานมากขึ้น เพิ่มขึ้น เหนื่อยขึ้น ความรับผิดชอบที่ถูกมอบหมายก็มากขึ้น ด้วยความเต็มที่ ซึ่งไม่แปรผันตรงกับเงินเดือน

 

คนเหล่านี้ ผมจึงนับถือ และ นับถือ ในหัวใจ น้ำใจ ของ ฅนทำงานจริงๆ ว่าทำเพื่องาน..ทำให้ผมต้องทำ ต้องคิด ต้องเหนื่อย ให้มากกว่า ฅน คุณภาพกลุ่มนี้ ซึ่งเป็น ฅน ที่ผมอยากทำงานด้วยมากที่สุด เพราะไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่มีการแข่งขัน จริงใจ และจริงจัง พูดน้อย ทำงานมาก

 

ในอนาคต ของการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้วยตนเอง ของ ระบบมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ หรือ ม.นอกระบบ คงทำให้ ฅน กลุ่มนี้ รู้สึกดีขึ้น มั่นคงขึ้น มีคุณค่ามากกว่าเดิม ซึ่งก็มีคุณค่ามากอยู่แล้ว

 

ที่พูดมานั้น ผมแค่อยากจะบอกว่า คุณค่าของ ฅน ไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่อยู่ที่ว่าทำอะไรมากน้อยกว่ากันครับ ในกรอบความรับผิดชอบ และเชื่ออย่างถ่องแท้กับ สุภาษิต ค่าของ ฅน อยู่ที่ผลงานของคนคนนั้น

 

 

ปล.เชิญชวนมาร่วมงาน วัน ฅน คุณภาพ(คลิ๊ก) ณ จังหวัดมหาสารคามนะครับ 27-28 มีนาคม 2551