สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ (ทุกขัง) และธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา... กล่าวคือ การเห็นไตรลักษณ์นั่นเอง....

ขอขึ้นต้นด้วยธรรมะจากพระมหาชัยวุธ (BM.chaiwut) สอนเกี่ยวกับ บ่อเกิดความรู้ ๓ ประเภท กล่าวคือ

  1. สุตมยปัญญา ความรู้ที่สำเร็จจากการรับรู้จากภายนอก
  2. จินตมยปัญญา ความรู้ที่สำเร็จจากการคิด
  3. ภาวนามยปัญญา ความรู้ที่สำเร็จจากการบ่มเพาะ

ความรู้ทั้งสามระดับหรือสามประเภทเหล่านี้ เน้นเฉพาะความรู้ว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ (ทุกขัง) และธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา... กล่าวคือ การเห็นไตรลักษณ์นั่นเอง....

  • ด้วยความเป็นครูและเป็นนักการศึกษาคนหนึ่ง เมื่อได้เรียนรู้สิ่งใด ที่คิดว่าดีและมีประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาและการพัฒนาคนแล้ว ผมจะนำมาคิดต่อเสมอ ๆ ว่า เราจะถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้ให้คนอื่น ๆ ได้อย่างไร?
  • เมื่อคิดและออกแบบวิธีการได้แล้ว ผมก็จะนำไปทดลองใช้กับคนใกล้ตัว เช่น เจ้าลูกชายโทน ภรรยา ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย เป็นต้น
  • สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าดีและมีประโยชน์อย่างยิ่ง คือ "ธรรมะ" ในส่วนที่ว่าด้วย "ไตรลักษณ์"
  • ผมเริ่มเรียนรู้และทำความเข้าใจ ไตรลักษณ์ จากหนังสือ "คู่มือมนุษย์" ของท่านพุทธทาส
  • และวันนี้ได้เข้าไปศึกษาธรรมะใน bLog ของท่าน BM.chaiwut อ่านแล้วได้ความรู้มากเช่นกัน จึงนำมาเผยแผ่เป็นธรรมทานแก่ผู้ที่สนใจดัง Link ต่อไปนี้ครับ 
  1.  
    1. ว่าด้วย... ติลักขณาทิคาถา ๑
    2. ว่าด้วย... ติลักขณาทิคาถา ๒
    3. ว่าด้วย... ติลักขณาทิคาถา ๓
    4. ว่าด้วย... ติลักขณาทิคาถา ๔
    5. ว่าด้วย... ติลักขณาทิคาถา ๕
    6. ว่าด้วย... ติลักขณาทิคาถา ๖
    7. ว่าด้วย... ติลักขณาทิคาถา ๗
    8. ว่าด้วย... ดิลักขณาทิคาถา ๘