เมื่อให้กลุ่มตัวอย่างประเมินคะแนนความเจ็บปวด (pain score) จาก 0-10 ซึ่งกำหนดให้ 0 เป็นค่าที่ "ไม่ปวดเลย" มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 10 ซึ่งเป็นค่าที่ "ปวดมากจนทนไม่ไหว" เช่น ปวดจนอยากฆ่าตัวตาย (จริงๆ ไม่ควรฆ่าตัวตาย เพราะสมัยนี้มียาแก้ปวดที่ได้ผลดีมากๆ และเวลาไม่สบาย... ควรรีบทำดี ไม่ใช่รีบตาย) ฯลฯ

...

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า หลังอุบัติเหตุ เช่น รถชน รถคว่ำ ฯลฯ จะมีความบาดเจ็บหรือชอกช้ำไม่นาน ประมาณว่า ถอดเฝือกก็คงจะหายแล้ว

วันนี้มีการศึกษาพบว่า จริงๆ แล้วอุบัติเหตุแต่ละครั้งนั้น... ส่วนใหญ่จะเจ็บไปอีกนานทีเดียว

...

ช่วงก่อนปีใหม่อาจารย์แพทย์โรงพยาบาลชุมชนท่านหนึ่งหลับใน รถตกถนน หน้าอกกระแทกพวงมาลัย เข้าใจว่า กระดูกอ่อนซี่โครงน่าจะหัก ทำให้เจ็บเวลาหายใจนานเป็นเดือนๆ เข้าใจว่า น่าจะเป็นผลจากการนอนไม่พอ โดยเฉพาะหลังอยู่เวรใหม่ๆ

ผู้เขียนไปนมัสการสังเวชนียสถานอินเดีย-เนปาลช่วงก่อนปีใหม่ กลับมาวันที่ 1 มกราคม 2551 พอดี เพื่อนที่ขับรถหลับในอีก รถเกือบตกถนน... ดีที่เพื่อนหลับในไม่นาน เลยหักรถกลับได้ทัน

...

ตัวอย่างเหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนปัญหาของการหลับในที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ดี

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์เฟรเดอริค ริวารา และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซีแอทเทิล สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3,047 คน อายุ 18-84 ปี ซึ่งได้รับอุบัติเหตุ เช่น รถชน หกล้ม(เป็นปัญหาใหญ่ในคนสูงอายุ) ฯลฯ ภายใน 1 ปีที่ผ่านมา

...

ผลการศึกษาพบว่า 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง หรือ 63% ยังคง "เจ็บไปอีกนาน" และเกือบทั้งหมดเจ็บเรื้อรังมากกว่า 1 แห่ง

เมื่อให้กลุ่มตัวอย่างประเมินคะแนนความเจ็บปวด (pain score) จาก 0-10 ซึ่งกำหนดให้ 0 เป็นค่าที่ "ไม่ปวดเลย" มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 10 ซึ่งเป็นค่าที่ "ปวดมากจนทนไม่ไหว" เช่น ปวดจนอยากฆ่าตัวตาย (จริงๆ ไม่ควรฆ่าตัวตาย เพราะสมัยนี้มียาแก้ปวดที่ได้ผลดีมากๆ และเวลาไม่สบาย... ควรรีบทำดี ไม่ใช่รีบตาย) ฯลฯ

...

กลุ่มตัวอย่างให้ค่าคะแนนความเจ็บปวดเรื้อรังมากถึง 5.5 คะแนนจาก 10 คะแนน นับเป็นความปวดระดับปานกลาง-ถึง-ปวดมาก (moderate-to-severe)

ตำแหน่งที่คนไข้เจ็บ "ไปอีกนาน" ได้แก่

...

ตำแหน่ง ร้อยละ (%)
ข้อต่อ + แขนขา 44%
หลัง 26%
หัว 12%
คอ 7%

...

อาจารย์ริวารากล่าวว่า ความเจ็บปวดเรื้อรังทำให้เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า (depression) ซึ่งอาจนำไปสู่การติดยาเสพติด ติดเหล้า หรือฆ่าตัวตายได้ นอกจากนั้นยังทำให้การทำงานแย่ลงไปด้วย

ทางที่ดีกว่าคือ นอนให้พอทุกวัน งด-ลด-ละ-เลิกเหล้า เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามหลัก "ง่วงไม่ขับ + เมาไม่ขับ" ตามหลัก "กันไว้ดีกว่าแก้" นั่นเอง

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                  

  • Thank Reuters > Will Dunham. Eric Beech ed. > Pain lasts long after traumatic injury: U.S. study > [ Click ] > March 17, 2008. / J Archives of Surgery.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 18 มีนาคม 2551.