เด็กทารกที่เคยได้รับการฉีดวัคซีนดีพีที (คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก) และกินวัคซีนโปลิโอมาแล้ว3ครั้ง
เมื่อช่วงอายุ2-3เดือน 4-5เดือนและ6-7เดือน ซึ่งทำให้มีภูมิต้านทานโรคเหล่านี้ ในร่างกาย
แม้จะได้รับเชื้อก็จะเกิดอาการไม่มาก อย่างไรก็ตาม ภูมิต้านทานจะค่อยๆลดลง เราจึงต้องฉีดวัคซีนกระตุ้น เมื่อเด็กอายุได้หนึ่งขวบครึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ภูมิต้านทานสูงขึ้นเหมือนเดิม พ่อแม่ไม่ควรละเลยเรื่องนี้ สำหรับในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเด็กถึงวัยนี้ จะมีใบเตือนมาจาก สำนักงานสาธารณสุข ให้ไปรับการฉีดวัคซีนกระตุ้น แต่พ่อแม่ไทยเราต้องคอยเตือนตัวเอง อย่าลืมวันที่หมอนัดให้พาลูก ไปฉีดวัคซีนครั้งต่อไป โรคอะไรที่ป้องกันได้ก็ควรป้องกันเอาไว้ เพราะเพียงแค่ไข้หวัดที่มาเยือนลูกเล็กๆ ปีละหลายๆหน พ่อแม่ก็เหนื่อยและกังวลมากพอแล้ว สำหรับเด็กที่มีไข้สูง และมีอาการชักหลังฉีดวัคซีน แม่คงกลัวไม่ค่อยอยากพาไปฉีดอีก แต่การฉีดวัคซีน กระตุ้นปริมาณวัคซีนน้อยกว่าเก่า เด็กมักไม่มีไข้สูงเหมือนฉีดครั้งแรก ถ้าแม่กลัวมาก ก่อนฉีดควรบอกให้หมอทราบด้วยว่า ฉีดแล้วเด็กเคยชัก ส่วนในกรณีที่เด็กเกิดเป็นหวัดหรือท้องเสีย ในวันนัดฉีดวัคซีน ควรเลื่อนไปฉีดหลังจากที่เด็กหายดีแล้ว หากเด็กเป็นไข้ตัวร้อน หลังฉีดขอให้สังเกตดูที่บริเวณฉีดยา ถ้าบวมแดงแสดงว่า อาการไข้คือผลข้างเคียง และส่วนใหญ่ไข้จะลดลงภายในไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างนั้นให้เด็กนอนหมอนน้ำแข็ง และให้ดื่มน้ำอย่างพอเพียง
เมื่อบริเวณที่บวมรอบรอยฉีดยายุบลง อาการไข้ก็จะลดลงด้วย

ทำอย่างไร…เมื่อลูกคุณตัวร้อน !!!

อาการตัวร้อนมักเกิดขึ้นได้กับเด็ก ๆ  มีเกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ แนะนำคุณแม่มือใหม่ค่ะ  เมื่อลูกคุณมีอาการตัวร้อนขอให้ใจเย็นๆ  อย่าเพิ่งตกใจไปกันใหญ่ 

และขอให้ปฏิบัติดังนี้ค่ะ

1.ใช้ปรอทวัดอุณหภูมิก่อน  ขอแนะนำแบบดิจิตอลนะคะ เพราะใช้สะดวกและแม่นย่ำกว่าเยอะค่ะ

2.สำรวจดูว่าเค้าอยู่ในห้องที่มีอุณภูมิที่สูงเกินไปหรือไม่  หรือใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไปหรือเปล่า ? 

3.ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก ชุบน้ำเย็น เอาแบบประมาณว่าเย็นในตู้เย็นเลยล่ะค่ะ  จะได้ผลดี  แล้วเช็ดย้อนรูขุมขนขึ้นไป  ทุก ๆ 1/2 ชั่วโมง และทานยาลดไข้

4.หากไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ก็แนะนำให้ไปพบแพทย์นะคะ