เช้าตรู่ วันที่ 16 มีนาคม  ผมและคณะออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด เพื่อเดินทางไปส่ง ท่านผอ.วุฒิชัย  ชมพู ซึ่งท่านได้รับการแต่งตั้งให้ไปเป็น ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองตราด การเดินทางครั้งนี้ใช้รถตู้ 2 คัน และรถปิคอัพ อีก 1 คัน ที่ต้องใช้รถมากเพราะผมต้องไปราชการเพื่อเข้าร่วมมหกรรมสองทศวรรษ คืนชีวิตให้แผ่นดิน ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 17 มีนาคม

         รถทุกคันตกลงกันว่าจะแวะทานข้าวเช้ากันที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นข้าวแกงรสชาติไม่ธรรมดา  ร้านข้าวแกงที่ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอโป่งน้ำร้อน มีประมาณ 3-4 ร้าน ล้วนอร่อยทุกร้าน ผมเลือกร้านข้าวแกงดาบเอิบ ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่

         ผมเลือกว่าจะทานอะไรดี เหลือบเห็นผัดเผ็ดปลาดุก คิดในใจ น่าทานจัง แต่ที่ยังลังเลเพราะไม่มั่นใจว่า จะทานได้ใหมเพราะ ในผัดเผ็ดปลาดุกถาดนั้น เขาใส่มะระชิ้นขนาดกว้างยาวด้านละประมาณ 2 เซนต์ผสมอยู่ด้วย บอกตรง ๆ ว่าผมไม่เคยเห็นที่ใหนเลย ว่าผัดเผ็ดปลาดุกใส่มะระ คิดในใจ ไม่ลองไม่รู้วะ ตัดสินใจสั่งมาทาน เชื่อใหมว่าคำแรกที่ผมตักเข้าปาก มีความรู้สึกว่าไม่เคยทานผัดเผ็ดที่อร่อยมากอย่างนี้เลย ทานไปคิดไป จนหมดจาน ติดใจสั่งมาอีกจาน  เจ้าของมองหน้ายิ้ม ๆ คงคิดในใจว่าไอ้หมอนี่ ตายอดตายอยากมาจากใหน

         จ่ายตังเรียบร้อย ผมเข้าไปคุยกับเจ้าของร้านทันที คนขายเป็นรุ่นลูกของดาบเอิบ ถามเขาว่า คิดได้อย่างไร ถึงเอามะระมาผัดเผ็ดปลาดุก  เขาเลยเล่าให้ฟังว่า  คุณพ่อเขาเป็นตำรวจ มีฝีมือในการทำกับข้าวมาก วันหนึ่งพ่ออยากกินผัดเผ็ดปลาเรียวเซียว แต่บังเอิญไม่มีผักเหลือติดครัวเลย มะเขือก็ไม่มี หมุนไปหมุนมา ไปเห็นมะระอยู่ลูกหนึ่ง ก็เลยเอามาหั่นใส่กระทะที่ผัดเผ็ดปลาอยู่แล้ว  พูดง่าย ๆ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ทิ้งไป ที่ใหนได้ผลออกมาเหลือคาด เพราะผัดเผ็ดปลาจานนั้นอร่อยจนไม่พอกิน  ตั้งแต่นั้นมา ดาบเอิบก็จะผัดเผ็ดปลาเรียวเซียวกับมะระออกขายเสมอ จนกลายเป็นสัญญลักษณ์ของร้านไปในที่สุด แต่ต่อมาปลาเรียวเซียวแพงมาก ก็เลยหันไปใช้ปลาดุกแทน

         ขณะนั่งรถต่อไปตราด ผมนั่งคิดว่าสรรพวิชาที่เกิดขึ้นในโลก น่าจะเกิดจากการค้นพบในสถานการณ์ของความบังเอิญเสียมากกว่า  เพียงแต่ว่าความบังเอิญนั้น จะถูกทบทวนเป็นองค์ความรู้ได้มากน้อยเพียงใด เพราะถ้าไม่คิดมันก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา และก็ผ่านเลยไป กลายเป็นเรื่องปกติ  การค้นพบโดยบังเอิญถ้าผู้ค้นพบนั้น ตอบโจทย์ในใจว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เพราะอะไรถึงเป็น ถ้าเราคิดเป็นขั้นเป็นตอนเราจะพบคำตอบ และกลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถเผยแพร่ได้ในที่สุด

         เมื่อ 3 เดือนก่อน ผมขอให้เจ้าหน้าที่ไปหาต้นแก้วมังกรให้ผมสัก 2 - 3 ต้น เพื่อจะเอาไปปลูกที่บ้านสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่คนนั้นไปตัดแก้วมังกร ที่อยู่หลังศูนย์ให้ผมประมาณเกือบ 20 กิ่ง บอกว่าที่ตัดให้เยอะเพราะที่ศูนย์ฯมีมาก ผมเลยต้องใส่ท้ายรถไปทั้งหมด  ปลูกได้ 5 กิ่ง หมดพื้นที่ที่จะปลูก ไม่รู้ว่าจะเอาไปทิ้งที่ไหน ก็เลยเอาไปกองไว้ที่โคนต้นกล้วย กะว่าให้เขาเน่าไปเอง มีอยู่กิ่งหนึ่งผมเสียบไปบนโคนของต้นกล้วยที่ตัดแล้ว และกำลังจะย่อยสลาย คุณเชื่อไหม ตอนนี้บริเวณนั้นกลายเป็นดงของแก้วมังกร และที่สำคัญกิ่งที่ผมเสียบไว้บนโคนต้นกล้วยกลับเจริญงอกงามมาก  ผมกลายเป็นคนที่ค้นพบการปลูกแก้วมังกร ด้วยความบังเอิญไปแล้วใช่ใหม แต่ถ้าจะตอบว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะโคนต้นกล้วยที่เราตัดแล้ว กำลังย่อยสลาย แก้วมังกรได้รับสารอาหารที่สุดยอดนั่นเองจึงงามกว่าทุกกิ่ง

        อ่านเรื่องนี้แล้วจะนำไปปลูกต้นไม้ที่บ้าน ด้วยวิธีนี้บ้าง ก็เชิญตามสบายนะครับ