ไม่มีบัตรว่าเป็นคนไทยเรียนต่อที่ไหนก็ไม่ได้

                  

 

                       

               เด็กด้อยโอกาสบนพื้นที่สูง

                       ตอนนี้ที่โรงเรียนปิดเทอมแล้ว (ปิดให้เด็ก)  ครูก็ต้องมาทำงานทุกวันจนกว่าจะรับ

สมัครนักเรียนใหม่เสร็จ  ประกาศผลสอบปลายภาค  แจกสมุดพก  สอบคัดเลือกห้องเรียน  ประชุมผู้

ปกครอง  ประชุมครูตามแต่จะมีคำสั่งออกมา  หรือจัดอบรมเพื่อพัฒนาครูในเรื่องต่าง ๆ และอื่น ๆอีก

มากมายจนกว่าจะใกล้ ๆสงกรานต์  ที่นี้ใครบ้านอยู่ไกลก็ต้องรีบจรลีแล้ว  เพราะต้นๆพฤษภาก็ต้องรีบมา

ปฏิบัติหน้าที่เพื่ออนาคตของชาติใหม่

                      พูดถึงอนาคตของชาติทำให้นึกถึงนักเรียนคนหนึ่ง  เป็นเด็กผู้หญิงเรียนอยู่ชั้น ม.3

เรียนเก่ง  กีฬาดี  กิจกรรมเด่น  มารยาทเรียบร้อย  อัธยาศัยดีมีน้ำใจกับครูและญาติมิตรเพื่อนฝูง 

ปีการศึกษาหน้าก็จะต้องขึ้นชั้น ม.4  แต่เด็กเล่าว่าตากับยาย (กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เล็ก) ซึ่งเลี้ยงดู

ส่งเสียให้แกเล่าเรียนมาจนถึงทุกวันนี้บอกว่าไม่ต้องเรียนต่อแล้ว  เพราะเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์

ไม่มีบัตรประชาชน  เป็นคนบนพื้นที่สูง  ยายกับตาจะให้ออกไปทำงาน  อีกอย่างฐานะครอบครัวก็

ยากจน  ตอนนี้ทาง ร.ร. กำลังหาทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่   น่าเสียดายถ้าเด็กคนนี้จะต้องหยุดเรียน

ด้วยวัยเยาว์เพียงนี้  แล้วจะต้องไปทำงานรับจ้างหรือเป็นสาวโรงงานตามที่คุยให้ฟัง  คงลำบากเกินเด็ก

เพราะคงไม่มีใครจ้างให้เด็กจบแค่ ม.3 ได้ทำงานสบาย ๆ  เสียดายมันสมอง  แกเคยได้รับเลือกเป็นตัว

แทนของโรงเรียนไปแข่งขันสารานุกรมไทยซึ่งจัดโดยสโมสรไลออนส์ได้รับรางวัลชนะเลิศ  เป็นตัว

แทนจังหวัดไปแข่งขันต่อในระดับภาค   แข่งขันทักษะด้านคอมพิวเตอร์ชนะเลิศในงานทักษะวิชาการ

ที่จังหวัด  คราวนั้นได้ชื่อว่าล้มช้างจากโรงเรียนใหญ่ ๆทีเดียวได้เป็นตัวแทนของจังหวัดไปแข่งขัน

ทักษะวิชาการในงานศิลปหัตถกรรมภาคเหนือที่ จ.พิษณุโลก ได้รับรางวัลเหรียญเงินกลับมาด้วย

                    หลายครั้งที่เด็กคนนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ครอบครัว  โรงเรียน และชุมชน  ผิดกับเด็ก

อีกหลายคนที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย  อาจจะมีชีวิตสุขสบายจนไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนอะไรนัก  ไม่เคยหิว  ไม่

เตยเหนื่อย   ล้มก็มีคนคอยประคอง  ไม่ต้องพยุงตัวลุกขึ้นแล้วปัดมือที่เปื้อนเองเหมือนเด็กด้อยโอกาส

ที่กำลังพูดถึง   

                     ไม่เคยมีครั้งไหนที่เวลารับสมัครนักเรียนใหม่แล้วจะรู้สึกใจหาย ๆ แป้ว ๆ บอกไม่ถูก 

 กลัวไม่เห็นชื่อเค้าในใบสมัคร   ถ้าว้นสุดท้ายยังไม่มาคงต้องไปตามถึงบ้าน  แต่ทาง ร.ร. ก็รับปากกับ

ผู้ปกครองแล้วว่าจะหาทุนการศึกษาให้   หนังสือบริจาคจากรุ่นพี่  วันหยุดรับจ้างทำงานบ้านให้ครู 

 แว่วๆ ว่ายายเริ่มใจอ่อน   ภาวนาขอให้ยายอย่าเปลี่ยนใจเพราะถ้าหลานได้เรียนสูง ๆ โตขึ้นจะได้ดูแล

เลี้ยงตนได้  ถึงตอนนั้นอาจจะมีทางช่วยเหลือเรื่องการขอมีบัตรแล้วก็ได้  

                      อยากให้เด็กดี ๆ ได้เรียนต่อ เพราะเขาก็เป็นอนาคตของชาติคนหนึ่ง  ถึงแม้จะด้อย

โอกาสกว่าเด็กอีกหลายคน  แต่อย่างน้อยแกก็ใจสู้มาตั้งแต่เด็ก  เป็นกำลังใจให้สู้....ต่อไป

                      ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้าจะมาเล่าให้ฟังกันใหม่นะคะ........