ผมไม่ได้หายไปเพราะการชุมนุมที่สนามหลวง แต่หายไปฟังน้าประยงค์ รณรงค์เล่าประวัติชีวิตตามการจัดของคุณสุรเดช แห่งจังหวัดพิจิตร มีเรื่องน่าสนใจมาเล่าแยะ แต่ขอเล่าเรื่องที่ไม่ได้คาดหมายที่ได้มาจากพระอาจารย์ ยงยุทธ แห่งวัดผาซ่อนแก้วที่ประชุมเรียนรู้ในครั้งนี้

พระอาจารย์ยงยุทธบวชมาแล้วกว่า 20 พรรษา เป็นคนคุยสนุกไม่มีพิธีรีตรองเป็นทางการแบบพระทั่วไปที่เรามักจะพบเมื่อท่านบวขมานาน คุยกับอาจารย์ยงยุทธแล้วเหมือนนั่งคุยกับเพื่อนเลยได้เรื่องราว และความคิดมาแยะ

มีอยู่เรื่องนึงท่ผมคิดว่าน่าสนใจเพราะสะท้อนความละเอียดละออและมุมมองต่อเรื่องที่พบเห็นที่อาจารย์เล่าให้ฟังว่าระหว่างคนนั่งรถเบนซ์ติดแอร์เย็นฉำ่ กับพระธุดงค์เดินเท้าเปล่ากลางแดดเปรี้ยง ใครจะร้อนกว่ากัน

เพราะคนในรถเบนซ์เห็นพระเดินเท้าเปล่ากลางแดดพูดกับเพื่อนในรถว่าน่าสงสารพระที่ต้องเดินแบกกลดท่ามกลางแดดร้อนกลางวันแสกๆ

ส่วนพระก็คิดสงสารคนในรถ เพราะว่ารถที่แล่นผ่านไปด้วยความรวดเร็วน่าจะแปลว่าคนในรถกำลังรีบร้อนจะไปที่ไหนสักแห่งหนึ่งในขณะที่ท่านกำลังเดินด้วยความสบายใจอย่างไม่เร่งร้อน

แน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายคงร้อนด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่ความร้อนของใครจะรุนแรงน่าเป็นห่วงกว่ากันนั่นแหละ

และที่สำคัญกว่าคงอยู่ที่ว่า คนที่ร้อนนั้นรู้หรือเปล่าว่ามีวิธีแก้ร้อนได้รอให้ไปปฏิบัติอยู่

อ่านแล้วหวังว่าจะหายร้อนได้บ้างนะครับ