นำภูมิปัญญาจากแหล่งต่างๆ มาผสมผสานใช้เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ ต้นทุนการผลิตที่ลดลง อนุรักษ์สภาพแวดล้อม

           พี่ลมูล  จันทรวงศ์ ชี้แจงการวิเคราะห์ดิน

           หลังจากได้รับการสอบถามทางโทรศัพท์จากผู้สนใจจากหลายพื้นที่ หลังจากเผยแพร่แนวคิด และความรู้จากท่านเกษตรจังหวัดชัยนาท(นายรังสรรค์  กองเงิน) และผลงานการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินของเกษตรกร ที่ดำเนินการแล้วประสบผลสำเร็จ  เป็นกำลังใจในการสกัดความรู้จากประสบการณ์จริงจากเกษตรกรหลากหลายแนวทางในจังหวัดชัยนาท  ที่ได้นำภูมิปัญญาจากแหล่งต่างๆ มาผสมผสานใช้เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ ต้นทุนการผลิตที่ลดลง อนุรักษ์สภาพแวดล้อม และสามารถทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากนัก  เช่น  การใช้เมล็ดพันธุ์ดี   การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร การปรับปรุงบำรุงดินโดยลดการเผาร่วมกับหมักฟางด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย รวมถึงการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน  แต่คงมีบางท่านที่สงสัยว่า ทำไมถึงไม่เลิกใช้ปุ๋ยเคมีเลย เพื่อผลิตเป็นข้าวอินทรีย์ ก็ขอชี้แจงว่า เกษตรกรใช้ดิน โดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินมานาน สวนทางกับการใช้ประโยชน์จากดินอย่างหนัก เช่นการปลูกข้าวติดต่อกันอาจจะถึง ๒ ปี ๕ ครั้ง  ดังนั้น ลองอ่านและพิจารณาการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน ที่ผลออกมา พบว่า การใช้ปริมาณปุ๋ยเคมีที่ใช้ลดลง  ตามสภาพการปรับปรุงบำรุงดิน คงไม่นานนักที่จะได้ทำนาโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี หรือใช้แต่น้อยที่สุด

เทียบสีเพื่อวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน

             ก่อนเข้าสืบค้นความรู้จากเกษตรกรคนเก่ง  ผู้เขียนได้ประสานงานกับพี่ลมูล  จันทร์วงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ๖ว  เกษตรตำบลคนเก่งที่ได้ประสานความรู้สู่เกษตรกรที่ได้รับผิดชอบ  เพื่อติดตามการนำค่าวิเคราะห์ดินไปใช้ในนาข้าวของเกษตรกรในศูนย์ส่งเสริมผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน วัดพระแก้ว หมู่ ๑๐ ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท จากเคยใช้ปุ๋ยเคมี ๑,๐๐๐ บาทกว่า เหลือเพียง ๕๓๓ บาท /ไร่ และจะสามารถลดต่อไปเรื่อยๆ เมื่อยังคงปรับปรุงสภาพของดิน

 

เทสารอาหารเสริมเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยเคมี

พันจ่าโทเฉลียว  น้อยแสง  อดีตทหารเรือที่เห็นความสำคัญของครอบครัวมากกว่าความเท่ห์ของทหารจึงลาออกมาเป็นเกษตรกร หรือที่เพื่อนเกษตรกรเรียก จ่าเหลียว ซึ่งได้ชักชวนเพื่อนสมาชิก ๙ คนมาร่วมวิเคราะห์ดิน ที่ได้เก็บไว้ เพื่อนำมาวิเคราะห์หาปริมาณธาตุอาหารในดินก่อนการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกต้อง จากการสังเกตเห็นได้ว่าทุกคนให้ความสนใจอย่างดี และร่วมมือในการวิเคราะห์ดินอย่างดี

เทผงเคลือบเม็ดปุ๋ย

จากการวิเคราะห์ดินผลที่ได้รับ ไม่น่าพอใจนัก เพราะต้องใช้ปุ๋ยเคมีอีกเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อได้รับฟังคำอธิบายแล้วจึงเข้าใจสาเหตุ เพราะก่อนหยุดการเผาตอซังและฟางข้าว ได้นำดินมาวิเคราะห์แล้วพบว่า  ธาตุอาหารในดินทุกอย่างอยู่ในระดับต่ำ แต่มาครั้งนี้พบว่า ธาตุไนโตรเจน  ตามผลระบุ ๖ จัดอยู่ในระดับ ต่ำ ธาตุฟอสฟอรัสตามผล ๓ จัดอยู่ในระดับปานกลาง และธาตุโพแทสเซียม ตามค่าวิเคราะห์ผลเป็นที่น่าพอใจเพราะอยู่ในระดับสูง ไม่ต้องใส่เพิ่มอีกแล้ว จัดอยู่ในกลุ่มรหัส  ๖-๓-๐ และได้เทียบกับแผนที่ชุดดิน จัดอยู่ในชุดดิน เพชรบุรี

เมื่อนำกลุ่มและรหัสดิน เปรียบเทียบหาอัตราการใช้ปุ๋ยเคมี พบว่า  ต้องใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ๔ กก./ไร่  ฟอสฟอรัส  ๑๐  กก./ไร่   (สูตร ๑๖-๒๐-๐) ในส่วนของโพแทสเซียม ไม่ต้องใช้เพราะในดินมีเพียงพอ

การนำผลการใช้ปุ๋ยเคมีจากการวิเคราะห์ดินมาใช้ในนาข้าว จะผสมปุ๋ยเคมีกับสารเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยโดยมีน้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วยพรมลงไป ก่อนที่จะนำไปคลุกเคล้ากับปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดเมื่อจะนำไปหว่านในนาข้าว 

การผสมจะผสมครั้งละ ๕๐  กก. เพื่อความสะดวกโดยเทียบอัตราการใช้ปุ๋ยเคมีแต่ละชนิดต่อไร่  โดยมีอัตรา  ดังนี้

ปุ๋ยเคมีสูตร ๔๖-๐-๐ (ยูเรีย)                                     จำนวน                   15           กก.

ปุ๋ยเคมีสูตร  ๑๖-๒๐-๐                                              จำนวน                    35           กก.

สารเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย ประกอบด้วย

-          ผงเคลือบช่วยให้ละลายช้า                        จำนวน                     10           กก.

-          โปแทสเซียมฮิวเมท                                     จำนวน                       0.5        กก.

-          ธาตุอาหารเสริ                                              จำนวน                       0.5        กก.

วิธีผสม นำปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0  (ยูเรีย)  และปุ๋ยเคมีสูตร  16-20-0     ตามอัตราส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนกระจายกองปุ๋ย  พรมด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์จากหน่อกล้วยประมาณ 2 แก้ว  ให้มีความชื้น  ปุ๋ยจะไม่ละลายเพราะมียางกล้วยเคลือบไว้  ผสมโปแทสเซียมฮิวเมท และธาตุอาหารเสริม และโรยผงเคลือบจนกว่าจะแห้ง  จะใช้ผงเคลือบประมาณ 5  กก.  จะสามารถเก็บไว้ได้นาน 

 

ปุ๋ยยูเรียไม่ได้เคลือบ

                 เมื่อนำไปใช้  จะผสมกับปุ๋ยอินทรีย์  ตามอัตราส่วนคือปุ๋ยเคมีใช้  14  กก./ไร่  ปุ๋ยอินทรีย์ 35  กก./ไร่  ก่อนนำไปหว่านในแปลงนาเมื่อข้าวอายุได้ 1 เดือน  เพียงครั้งเดียวก็เกี่ยวได้ไม่อายเขา

ปุ๋ยเคมีเคลือบแล้วทดสอบด้วยการนำไปแช่น้ำ

ตารางอัตราการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย

ที่

ชนิดปุ๋ย/สารเสริม

จำนวน(กก.)

ราคาต่อหน่วย(บาท/กก.)

รวมราคา(บาท)

ปุ๋ยเคมีสูตร ๔๖-๐-๐ (ยูเรีย

4

15

60

 

ปุ๋ยเคมีสูตร  ๑๖-๒๐-๐ 

10

17

170

 

สารเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย

-

-

63

 

 

- ผงเคลือบช่วยให้ละลายช้า

1.4

15

21

 

 

- ฮิวเมท

0.14

150

21

 

 

- ธาตุอาหารเสริม

0.14

150

21

 

ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด

35

    6.85

240

 

รวม

37

-

533

 

                  หมายเหตุ  สารเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมีในนา  ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใช้  เพราะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแต่อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงเท่านั้น  แต่ถ้าไม่ใช้จะต้องนำปุ๋ยที่ผสมใช้ให้หมดทันที  เพราะปุ๋ยไนโตรเจนอาจจะละเหยหมด  โดยสารเพิ่มประสิทธิภาพ  1  ชุด  จะผสมปุ๋ยเคมีได้  100  กิโลกรัม  ประกอบไปด้วย

                                                1.  ผงเคลือบ                             จำนวน                   10    กิโลกรัม

                                                2.  โปรแตสเซียมฮิวเมท         จำนวน                     1    กิโลกรัม

                                                3.  ธาตุอาหารเสริม                 จำนวน                     1    กิโลกรัม

                หวานปุ๋ยด้วยเครื่อง

              ผลที่ได้รับจากการนำไปใช้ร่วมกับการหมักตอซังและฟางข้าวด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วยในการเตรียมดิน  ข้าวจะเจริญเติบโตดีเขียวนาน  แข็งแรง  และให้ผลผลิตทีดี  ไม่น้อยหน้ากับแปลงที่ให้ปุ๋ยเคมีมากกว่า  คือประมาณ 80-90 ถังต่อไร่  (กรณีน้ำไม่ท่วม)  แต่ได้กำไรมากกว่าเมื่อหักลบต้นทุนแล้วได้กำไรมากกว่ากัน  ในการนี้สารเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมีจำเป็นต้องซื้อจากภายนอกเนื่องจากยังไม่มีปัจจัยในท้องถิ่นและวิชาการที่จะนำมาทดแทนได้  แต่จะเพิ่มความพยายามที่จะลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด  ให้ได้ดังคำที่ว่า  ประโยชน์สูงสุด  ประหยัดสุด  สำหรับการบริหารกลุ่มจะจัดหาวัสดุต่าง ๆ  มาบริการสมาชิกอาจจะมีกำไรนิดหน่อยเพื่อนำเงินทุนใช้ในการบริหารกลุ่ม  ซึ่งส่วนนี้สมาชิกทุกคนจะต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน  ดังคำโบราณที่ว่า  น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

  ข้าวงามดี

 ติดต่อสอบถาม พี่จ่าเฉลียวได้ที่เบอร์โทร. 086-2059124  ยินดีต้อนรับและให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ