บนเส้นทางเดินที่ชีพจรวิ่งโลดและแล่นไป จะมีที่ใด “สัปปายะ” กับกายและใจเท่ากับเชียงใหม่เมืองสบาย...

ในแผนที่ของชีวิตมีถนนหลายสายเรียงร้อย ถักทอ สานต่อก่อร่างสร้างเป็นตัวเรา
ถนนแต่ละสายนั้นมีทั้งดี ดีมาก แต่ถนนสายใดจะดีที่สุด และเหมาะสมยิ่งกว่าต้องวัดด้วยทั้งกายแลทั้งใจ

“สัปปายะ” ความเหมาะสมที่ลงตัวอย่างสมดุลที่ใครก็บอกไม่ดีได้เท่ากับตัวเรา ใจเรา นั้นบอกเอง

วันนี้ได้กลับคืนมาเยือนดินแดน “เชียงใหม่” เมืองสบาย ทำให้สบายใจและสบายใจ
ดิน น้ำ ฟ้า อากาศ บรรยากาศหนุนส่งให้จิตได้ปลดปลงและสังขารได้พักลงตรงที่ธรรม

โอ้หนอชีวิต จุดก้าวเดิน แยกรอยต่อ แรงถักทอแห่งความสำเร็จ เกิดขึ้น เดินอยู่ และอาจปลดปลงที่ตรงนี้

 

วันหนึ่ง และคืนหนึ่ง ความพากเพียร ความสำเร็จที่หวนคำนึงและระลึกได้ด้วยกายใจ

ชีวิตอันอบอุ่นที่ครูบาอาจารย์และมิตรรัก เฝ้าฟูมฟักทนุแลถนอมกล่อมเกลี้ยงเพียรด้วยใจ
ญาติโยม เพื่อนสนิทมิตรสหาย โยมอุปัฏฐาก เยี่ยมเยียนใกล้ชิดไม่ได้ขาด
เพียรทำงานเช้าจรดค่ำอย่างโกลาหล ประพฤติตน ประพฤติใจ
อีกทั้งโยมพี่สมพร แซ่เฮ ได้พบปะกันอย่างเนื่องนิจในวันอาทิตย์ที่เว้นว่างจากกิจงานประจำ

มาครานี้ถึงแม้จะไม่นาน แต่นับว่าเป็นกาลที่ควรค่ายิ่ง
เหนื่อยนัก จักมีที่ใดให้พักพิง เท่ากับที่แห่งนี้ เป็นที่แอบอิงของกายใจ

ถึงกายห่างใจอยู่แนบติดไซร้ เชียงใหม่เอย...

 

๑๐ มีนาคม ๒๕๕๑