“เทคโนโลยีกับการจัดการศึกษา”

 

เทคโนโลยีสมัยใหม่  ไม่ว่าเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน  เทคโนโลยีโทรคมนาคม  และเทคโนโลยีสารสนเทศ  มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การจัดการศึกษาบรรลุอุดมการณ์การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคนพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  และฉบับปรับปรุง  พ.ศ. 2545  มาตรา  9  กำหนดเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษาไว้โดยเฉพาะ นั่นแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

                บทบาทของเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน  เทคโนโลยีโทรคมนาคม  และเทคโนโลยีสารสนเทศ  ต่อการจัดการศึกษา

ในยุคที่เทคโนโลยีทุกๆด้านกำลังเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด  เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน  เทคโนโลยีโทรคมนาคม  และเทคโนโลยีสารสนเทศ  เป็นเทคโนโลยีที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง  เช่นเดียวกัน  เทคโนโลยีเหล่านี้มีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในแง่มุมต่างๆ หลากหลายประการทั้งในแง่ของการรับทราบเรื่องข่าวสารที่ทันสมัย  ทันเหตุการณ์   แง่ของการรับรู้ข้อมูลใหม่ๆในเรื่องต่างๆ  ทั้งสุขภาพ  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  อาชีพ  วิถีชีวิต  วัฒนธรรม   แง่ของความบันเทิงเริงรมย์  เช่น  ละคร  ภาพยนตร์  เพลง  รายการโชว์ต่างๆ  แง่ของการติดต่อสื่อสารที่สะดวก  รวดเร็ว และง่ายยิ่งขึ้น  อีกแง่หนึ่งที่นับว่าเทคโนโลยีเหล่านี้มีบทบาทไม่แพ้เทคโนโลยีอื่นๆ ก็คือบทบาทในการจัดการศึกษา  ทั้งการศึกษาในระบบ  นอกระบบ  และ ตามอัธยาศัย  ซึ่งเห็นได้จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  และฉบับปรับปรุง  พ.ศ. 2545 มาตรา ๖๓  กล่าวว่า รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจำเป็น

การจัดการศึกษาในระบบการศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน  ปัจจุบันสถานศึกษาแทบทุกแห่งมีการนำเอาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนไม่ว่าจะเป็นวิทยุ  โทรทัศน์  และอื่นๆมาใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีบทบาททั้งเป็นแหล่งข้อมูล  ข่าวสาร  บางแห่งใช้การถ่ายทอดรายการการศึกษาเป็นสื่อในการประชุมอบรมครูผู้สอน  ตลอดจนเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการ ได้เป็นอย่างดี  จึงสามารถกล่าวได้ว่าการศึกษาในระบบไม่สามารถขาดเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนได้

การจัดการศึกษานอกระบบ  ยิ่งจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยี  เพราะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต้องอาศัยสื่อต่างๆมากกว่า  ทั้งสื่อโทรทัศน์   วิทยุ  และอื่นๆ  ผู้เรียนอาจสามารถเรียนรู้ผ่านรายการสอนทางวิทยุ  โทรทัศน์ โดยไม่ต้องเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนหรือที่ศูนย์การเรียน  ช่วยให้ประหยัดเวลา  ประหยัดงบประมาณในการจัดการศึกษา

ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัยนั้นนับเป็นการศึกษาที่มีความสำคัญไม่แพ้กันและยิ่งจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีมากขึ้น  เพราะเป็นแหล่งความรู้ และข้อมูลข่าวสารที่ฉับไวและทันสมัยอยู่เสมอ  อีกทั้งสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา  ตลอดชีวิต ตามความต้องการของผู้เรียน ตรงตามความใน มาตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  2542  และฉบับปรับปรุง  พ.ศ. 2545 ที่กล่าวว่า  ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

จากที่กล่าวมาทั้งหมด  จะเห็นได้ว่า  เทคโนโลยีสมัยใหม่  ไม่ว่าเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน  เทคโนโลยีโทรคมนาคม  และเทคโนโลยีสารสนเทศ  มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การจัดการศึกษาบรรลุอุดมการณ์การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคนได้ อย่างแท้จริง