มงคลชีวิต ฉบับทางก้าวหน้า
มงคล คือ ทางก้าวหน้า ความสุข ความเจริญ คำว่า มงคลชีวิต จึงรวมความได้ว่า คือเหตุแห่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เป็นสูตรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เป็นข้อควรประพฤติปฏิบัติ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๓๘ ประการ ดังนี้
มงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล คนพาล คือคนที่มีใจขุ่นมัวเป็นปกติ เป็นผลให้มีความเห็นผิด ยึดถือค่านิยมผิดๆและมีวินิจฉัยเสีย คือ ไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว การไม่คบคนพาลคือการไม่ยอมมีพฤติกรรมสัมพันธ์ใดๆ ถ้าเรายังคบคนพาลอยู่ก็ควรรีบถอนตัวเพราะอาจจะติดเชื้อพาลโดยไม่รู้ตัว
มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต บัณฑิต คือคนที่มีใจผ่องใสอยู่เป็นปกติ ทำให้มีความเห็นถูก ยึดถือค่านิยมที่ถูกต้อง สามารถดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา หากเราคบบัณฑิตก็อาจจะทำให้เราเกิดปัญญา
มงคลที่ ๓ บูชาบุคคลที่ควรบูชา การบูชา คือ การเลื่อมใส ยกย่อง เชิดชู ด้วยกิริยาอาการสุภาพที่เราแสดงต่อผู้ที่ควรบูชาทั้งต่อหน้าและลับหลัง บุคคลที่ควรบูชา ได้แก่ ผู้มีศีล สมาธิ ปัญญาสูงกว่าเรานั่นเอง
มงคลที่ ๔ อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม ถิ่นที่เหมาะสม หมายถึง ถิ่นที่สภาพแวดล้อมดี ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่สุขภาพกายและใจ เช่น อยู่ในโรงเรียนที่ดีๆ ที่ทำงานที่ดีๆ
มงคลที่ ๕ มีบุญวาสนามาก่อน บุญ คือ สิ่งซึ่งเกิดขึ้นในจิตใจแล้วทำให้จิตใจใสสะอาด ปราศจากความเศร้าหมองขุ่นมัว ก้าวขึ้นสู่ภูมิที่ดี เพราะฉะนั้นเราจึงควรสั่งสมบุญโดยทำความดี จะได้ส่งผลให้มีสติปัญญาดี มีความเฉลียวฉลาด มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตต่อไปในอนาคต
มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ หมายถึง การตั้งเป้าหมายในชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรมไว้ถูกต้อง และประคับประคองตนให้ดำเนินชีวิตไปตามเป้าหมายนั้นด้วยความระมัดระวัง
มงคลที่ ๗ เป็นพหูสูต พหูสูต หมายถึงผู้ที่มีความรอบรู้ เป็นผู้ที่รู้จักเลือกเรียนในสิ่งที่ควรรู้ เป็นผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนมา ได้ยินได้ฟังมา ทำให้เกิดความรู้ในการบริหารงานในชีวิต
มงคลที่ ๘ มีศิลปะ ศิลปะ แปลว่าการแสดงออกมาให้ปรากฏขึ้นได้อย่างงดงามน่าพึงชม ทั้งทางกาย ทางวาจา ทางใจ
มงคลที่ ๙ มีวินัย วินัย หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ สำหรับควบคุมความประพฤติทางกาย วาจา ของคนในสังคมให้เรียบร้อยดีงาม จะได้อยู่ร่วมกันด้วยความสุขสบาย ไม่กระทบกระทั่งกัน วินัยช่วยให้คนห่างไกลความชั่วทั้งหลาย
มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต หมายถึงคำพูที่ผู้พูดได้กลั่นกรองไว้ดีแล้วแล้วด้วยใจที่ผ่องใส มิใช่สักแต่พูด
มงคลที่ ๑๑ บำรุงบิดามารดา พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณมากมายเราเป็นลูกก็ควรมีคุณธรรมต่อท่านนั่นก็คือ กตัญญู กตเวที หมายถึงเห็นคุณค่าท่านคือเห็นด้วยใจ ด้วยปัญญาว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณต่อเราอย่างแท้จริง
มงคลที่ ๑๒ เลี้ยงดูบุตร เราจะต้องเลี้ยงดูลูกให้ลูกเป็นคนดี ปลูกฝังแต่ในทางที่ดีๆทั้งทางโลกและทางธรรม
มงคลที่ ๑๓ สงเคราะห์ภรรยา(สามี) จะต้องรู้จักวิธีประพฤติปฏิบัติตัวต่อกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่นอกใจกัน ครอบครัวจะได้มีความยั่งยืน
มงคลที่ ๑๔ ทำงานไม่คั่งค้าง การทำงานให้สำเร็จล้วนขึ้นอยู่กับใจทั้งสิ้น คือเต็มใจทำ แข็งใจทำ ตั้งใจทำ และเข้าใจทำ โดยยึดหลักอิทธิบาท๔
มงคลที่ ๑๕ บำเพ็ญทาน ทาน แปลว่าการให้ หมายถึงการสละสิ่งของของตน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ ผู้ที่ให้ทานอยู่เสมอย่อมมีจิตใจผ่องใสเยือกเย็น
มงคลที่ ๑๖ ประพฤติธรรม คือ การประพฤติตนให้อยู่ในกรอบของความถูกต้องและความดี มีความเที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง
มงคลที่ ๑๗ สงเคราะห์ญาติ โดยใช้หลักสังคหวัตถุ ๔ ชักชวนญาติให้ประกอบการบุญการกุศล ชักชวนให้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ชักนำให้ปฏิบัติธรรม
มงคลที่ ๑๘ ทำงานไม่มีโทษ งานไม่มีโทษ หมายถึงงานที่ไม่มีเวรไม่มีภัย ไม่เบียดเบียนใครแต่เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่น
มงคลที่ ๑๙ งดเว้นจากบาป การกระทำใดทั้งทางกาย วาจา ใจ ที่เป็นความชั่ว ความร้ายกาจ ทำให้ใจเศร้าหมอง ถ้าเราเคยทำอยู่ก็จะงดเสียที่ยังไม่เคยทำก็จะเว้นไม่ทำโดยเด็ดขาด
มงคลที่ ๒๐ สำรวมจากการดื่มน้ำเมา คือการระมัดระวังเมื่อต้องใช้สิ่งเสพติดทั้งหลายในการักษาโรคและเว้นขาดจากการเสพสิ่งเสพติดให้โทษทุกชนิดไม่ว่าโดยวิธีใดก็ตาม
มงคลที่ ๒๑ ไม่ประมาทในธรรม คือไม่ประมาทในเหตุ ให้มีสติรอบคอบ ตั้งใจทำเหตุที่ดีอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลดีงามตามมานั่นเอง
มงคลที่ ๒๒ มีความเคารพ คือตระหนังในความดีของคนอื่นและสิ่งอื่น แสดงกิริยามารยาทที่ดีตั้งต่อหน้าและลับหลัง
มงคลที่ ๒๓ มีความถ่อมตน คือคอยพิจารณาข้อบกพร่องของตนเอง จับผิดตนเอง ไม่อวดดื้อถือตน สามารถน้อมตัวลงเพื่อถ่ายทอดคุณความดีของผู้อื่นเข้าสู่ตนเองได้อย่างเต็มที่
มงคลที่ ๒๔ มีความสันโดษ คือยินดี ชอบใจ พอใจ อิ่มใจ สุขใจ กับของของตนนั่งคือรู้จักพอ รู้จักพอประมาณ ไม่อยากได้ของของคนอื่น
มงคลที่ ๒๕ มีความกตัญญู คือความรู้คุณ รู้จักบุญคุณ อะไรก็ตามที่เป็นบุญคุณต่อตนแล้ว ก็ต้องระลึกด้วยความซาบซึ้งไม่ลือมเลือน
มงคลที่ ๒๖ ฟังธรรมตามกาล คือการขนขวายหาเวลาไปฟังธรรม ฟังคำสั่งสอนจากผู้มีธรรมะ เพื่อยกระดับจิตใจและสติปัญญาให้สูงขึ้น
มงคลที่ ๒๗ มีความอดทน นั่นก็คือมีขันติ หมายถึงการรักษาปกติสภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม
มงคลที่ ๒๘ เป็นคนว่าง่าย คนที่ว่าง่ายสอนง่าย คือคนที่อดทนต่อคำสั่งสอนได้ เมื่อมีผู้รู้แนะนำพร่ำสอนให้ ตักเตือนให้โดยชอบธรรมแล้วย่อมปฏิบัติตามคำสอนนั้นด้วยความเคารพอ่อนน้อม ไม่คัดค้าน ไม่โต้ตอบ ไม่แก้ตัวด้วยประการใดๆทั้งสิ้น
มงคลที่ ๒๙ เห็นสมณะ อาจจะเห็นด้วยตา เห็นด้วยใจ เห็นด้วยญาณ แต่เมื่อเราเห็นแล้วเราต้องหมั่นเข้าไปใกล้เพื่อรับการถ่ายทอดธรรม และนำคำสอนมาไตร่ตรองพิจารณาอยู่เสอม
มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล เพื่อให้เกิดปัญญา โดยรู้จักเลือกแบ่งเวลาให้เหมาะสม ซึ่งจะทำให้ได้รับความเบิกบานใจ มีความสุขความเจริญและบุญกุศลไปในตัว
มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ คือการทำความเพียรเผาผลาญความชั่วนั่นคือกิเลสทุกชนิดให้ร้อนตัวอยู่ไม่ได้ เกาะใจเราไม่ติด ต้องเผ่นหนีไป แล้วใจเราจะผ่องใส หมดทุกข์
มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ หมายถึงการประพฤติตามคุณธรรมต่างๆทั้งหมดในพระพุทธศาสนาให้เคร่งครัดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันมิให้กิเลสฟูกลับขึ้นมาอีก จนกระทั่งกิเลสหมดไป
มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจจ์ คือ ความจริงอันประเสริฐ ความจริงอันทำให้บุคคลผู้เห็นเป็นผู้ประเสริฐ เราสามารถปฏิบัติได้ตามอริยสัจจ์๔ จะทำให้เราพ้นทุกข์
มงคลที่ ๓๔ ทำนิพพานให้แท้จริง นิพพานเป็นที่ซึ่งความทุกข์ทั้งหลายเข้าไปไม่ถึง ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด ไม่มีแก่เจ็บตาย เที่ยงแท้แน่นอน เกิดขึ้นด้วยอำนาจการปฏิบัติธรรม
มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม คือ สภาพจิตของผู้ที่ทำนิพพานให้แจ้งแล้ว มีใจตั้งมั่น เกิดความมั่นคงหลักแน่นดุจขุนเขา จิตหวั่น คือความหวั่นหวาดกังวล กลัวที่จะประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ จิตไหว คือ ความปรารถนาอยากได้สิ่งที่รักที่ชอบใจ
มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก จิตโศก หมายถึง สภาพจิตที่แห้งผาก เหมือนกินแห้ง ใบไม้แห้ง หมดความชุ่มชื้น เนื่องจากไม่สมหวังในความรัก ทำให้มีอาการเหี่ยวแห้งหม่นไหม้ ไม่อยากทำการงาน สิ่งที่ทำให้เกิดความโศกนั้นมาจากใจของตนเองที่ไปยึดมั่น ถือมั่น ไม่รู้จักปล่อยวาง
มงคลที่ ๓๗ จิตปราศจากธุลีหมายถึง จิตที่หมดกิเลสแล้วทั้งหยาบทั้งละเอียดอย่างถอนรากถอนโคน ไม่มีทางฟื้นกลับมาในใจได้อีก ทำให้จิตสะอาดผ่องใสนุ่มนวลควรแก่การงาน
มงคลที่ ๓๘ จิตเกษม หมายถึง สภาพจิตใจที่หมดกิเลสแล้ว จิตที่เป็นอิสรเสรี ไม่มีภัยใดๆมาบีบคั้นได้อีก จึงมีความสุขอย่างแท้จริง
มงคลชีวิตที่ชอบ 1 มงคล ที่ชอบเพราะอะไร
มงคลชีวิตที่ชอบ คือ มงคลที่ ๙ มีวินัย "ดาบคมที่ไร้ฝัก ลูกระเบิดที่ไม่มีสลักนิรภัย ย่อมเกิดโทษแก่เจ้าของได้ง่ายฉันใด ความรู้และความสามารถ ถ้าไม่มีวินัยกำกับแล้ว ก็ย่อมจะมีโทษผู้เป็นเจ้าของได้ฉันนั้น" วินัย หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ สำหรับควบคุมความประพฤติทางกาย วาจา ของคนในสังคมให้เรียบร้อยดีงาม เป็นแบบแผนอันหนึ่งอันเดียวกัน จะได้อยู่ร่วมกันด้วยความสุขสบาย ไม่กระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน วินัยช่วยให้คนในสังคมห่างไกลจากความชั่วทั้งหลาย วินัยเป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมคน ให้คนเราใช้ความรู้ความสามารถไปในทางที่ถูกที่ควร หากคนเราไม่มีวินัยในตัวก็จะทำให้เกิดความวุ่นวายในชุมชนและแก่ประเทศชาติ ทุกคนจะต้องมีวินัยในการบังคับตนเองในการทำสิ่งต่างๆ เช่น หากกำลังจะสอบเราก็จะต้องมีวินัยในตนเอง นั่งคือการอ่านหนังสือสอบ ไม่ใช่ว่าเอาเวลาไปเที่ยวหรือเล่น เมื่อถึงเวลาสอบเราก็อาจจะทำข้อสอบไม่ได้และผลที่ตามมาก็คือสอบตกนั่นเอง นอกจากนั้นกฎหมายก็เป็นวินัยที่ใช้ควบคุมคนทั้งประเทศให้อยู่ในความสงบ ไม่ทำความชั่วทั้งหลาย วินัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากหากเราไม่มีวินัยก็จะทำให้เราทำงานอะไรก็แล้วแต่ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราก็จะผลัดผ่อนในการทำไปเรื่อยๆแต่หากเรามีวินัยก็จะทำให้เราทำงานั้นอย่างสม่ำเสมอ ผมคิดว่าหากเราขาดวินัยในตนเองแล้วทุกอย่างที่ทำก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เราก็ควรจะมีวินัยทั้งในทางโลกและทางธรรม โดยประพฤติตนควบคู่กันไปวินัยทางโลกเราก็ควรประพฤติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เราตั้งขึ้น วินัยทางธรรมอาจจะรวมถึง ศีล ๕ หากเราปฏิบัติควบคู่กันไปก็จะทำให้เราเป็นประสบความสำเร็จในการทำสิ่งต่างๆ ดังคำกล่าวที่ว่า เราต้องก้าวไปสู่ความดีความก้าวหน้า เราต้องการความบริสุทธิ์กระจ่างแจ้ง เราต้องการยกฐานะให้สูงขึ้น เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องรักษาวินัย
สามารถนำไปพัฒนาชนบทได้อย่างไร
มงคลชีวิต คือเหตุแห่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เราสามารถนำไปพัฒนาชนบทได้โดย การปลูกฝังให้คนทุกคนมีศีลธรรมในใจ ในชนบทก็จะมีด้วยกันหลายครัวเรือนหลายบุคคล หากเราต้องการจะพัฒนาชนบทเราก็จะต้องพัฒนาคนให้ได้เสียก่อน โดยการปลูกฝังธรรมะและจิตสำนึกขึ้น ในมงคลชีวิตก็จะมีด้วยกันหลายประการหากเรานำมงคลชีวิตนี้มาปฏิบัติได้ก็จะทำให้เราพัฒนาตนเอง เมื่อเราพัฒนาตนเองได้แล้วชุมชนก็จะเกิดการพัฒนา มงคลชีวิตจึงเป็นเครื่องเตือนใจให้เราปฏิบัติตาม เช่น เราควรจะมีความอดทนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมหรืออาชีพที่เราทำ หากเรามีความอดทนก็จะเกิดดอกผลไม้งามขึ้นในชีวิตและเราก็จะต้องมีความพยายามในการทำสิ่งต่างๆ มีความเคารพผู้ที่อาวุโสกว่าหรือผู้ที่มีความรู้มากกว่าเรา มีความกตัญญูแก่ผู้มีพระคุณ เป็นต้น จะเห็นได้ว่ามงคลชีวิตนั้นก็เป็นเหมือนสิ่งที่เราทุกคนปฏิบัติกันอยู่ในชีวิตประจำวันนั้นเอง แต่อาจจะขาดบางข้อบ้างแต่หากเราทุกคนทำได้ก็จะเกิดผลดีแก่ตัวเรามงคลชีวิตจะเน้นและช่วยให้ทุกคนรู้จักหน้าที่ของตนเองว่าควรจะทำอะไร และสอนให้เรามีความรับผิดชอบในงานต่างๆ หากทุกคนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง รู้จักหน้าที่ของตนเอง ก็จะสามารถทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งขึ้น ทุกคนสามารถพึ่งตนเองได้ นอกจากนั้นยังทำให้ทุกคนเป็นคนดี เสียสละต่อส่วนรวม ก็ทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนาและน่าอยู่ยิ่งขึ้น เมื่อชุมชนทุกชุมชนมีการพัฒนาและเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้ ประเทศชาติก็จะเจริญก้าวหน้าอย่างสงบสุข