ระบบการศึกษาปัจจุบัน มองเห็นว่าปัญหามากมายในสังคมไทยเกิดจากการศึกษาที่ผิดพลาด จนกระทั้งมีคนปรารภว่า การศึกษาถูกใช้เป็นเครื่องมือของเศรษฐกิจการเมือง จนบางครั้งถึงกับใช้คำว่าเป็นทาสทางเศรษฐกิจการเมืองก็มี มองมุมกลับความสำคัญกับการศึกษาก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆ เพื่อนำสังคมไทยและสังคมโลกไปสู่ความถูกต้อง หรือสัมมาทิฐิ กล่าวอีกนัยหนึ่งที่วิจารณ์ว่าการศึกษาเป็นทาสระบบเศรษฐกิจการเมืองนั้น เราต้องการให้การศึกษาเป็นอิสระจากระบบเศรษฐกิจการเมือง มิฉะนั้นความหวังที่จะให้การศึกษาเป็นจักรตัวแรกที่จะหมุนไปเคลื่อนจักรอื่นๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วสังคมย่อมเป็นไปไม่ได้ จึงมีคำถามว่า ความหวังนี้สมจริงแค่ไหน ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับการถกเถียงเรื่องการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุคนี้ เราไม่เคยมีนักการเมืองที่เป็นนักคิดทางด้านการศึกษา และเราไม่เคยมีนักการศึกษาที่กล้าหาญทางจริยธรรมพอที่จะยืนยันกับนักการเมืองว่าการศึกษาต้องตั้งอยู่บนธรรมะและเป็นอิสระจากการเมือง

                ประเด็นสำคัญที่สุดที่ท่านวิพากษ์ระบบการศึกษาปัจจุบัน ไม่เฉพาะในเมืองไทยเรา แต่หมายถึงการศึกษาทั่วโลกก็คือ การศึกษาไม่ได้ให้ความรู้พื้นฐานของความเป็นมนุษย์ แต่กลับส่งเสริมสัญชาตญาณของสัตว์ในตัวคนเราให้งอกงามยิ่งขึ้น ไม่ปฏิเสธว่าการศึกษาปัจจุบันได้ช่วยให้เยาวชนของเราฉลาดขึ้นกว่ายุคเก่าก่อนมากมาย แต่ความฉลาดนี้ ไม่ได้ทำให้คนต่างจากสัตว์ กล่าวคือการศึกษาส่งเสริมคนให้เป็นทาสอายตนะ คืออยากได้และอยากมีอยากเป็น ถ้าเรากลับไปมองสมมติฐานเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ ที่กล่าวมา ก็หมายความว่าการศึกษาส่งเสริมสัญชาติญาณแห่งตัวกู-ของกู  ให้งอกงามจากสัญชาตญาณธรรมชาติที่เป็นกลางๆ ให้เติบโตขึ้นเป็นกิเลสตัณหา และความเห็นแก่ตัวนานาแบบ ตั้งแต่อย่างหยาบๆ จนถึงละเอียดลึกซึ้งที่จะเอาเปรียบคนอื่นและสัตว์อื่น