สุนัขจิ้งจอกเดินนิ่งเรียบสะพายเป้มองเห็นแต่ไกล โกร่งซึ่งเป็นสุนัขบ้านกำลังนอนอยู่ใต้ร่มมะม่วง เมื่อเห็นเพื่อนที่เคยร่วมสุขร่วมทุกข์เดินมาก็แสดงท่าทางดีอกดีใจ กระดิกหางไหวๆ จนสะโพกโอนอ่อนไปตามแรงหางนั้นด้วย "สวัสดีจ้าวววววว" เสียงทักทายหวานๆด้วยใบหน้าระรื่นสำเนียงเลียนแบบถิ่นเหนือผสมกับแววตาเชิงหยอกล้อ "ฉันทายนะ ว่านายน่าจะกลับมาอยู่กับพวกฉันแน่ๆ แล้วคราวนี้" ก้าวสุดท้ายที่สุนัขจิ้งจอกเดินมาประชันหน้ากับโกร่ง โกร่งมองดูลักษณะของสุนัขจิ้งจอกแล้วให้รู้สึกประทับใจในความน่าเกรงขาม แต่รู้สึกแปลกใจ ทำไมดวงตาของเพื่อนตนช่างนิ่งเฉยเหลือเกิน ไม่เห็นว่าดีใจ ไม่รู้สึกว่าเสียใจ แต่ด้วยความคุ้นเคย และสนิทสนมกันมาก เพียงได้สบตาก็เข้าใจ ยังไม่ทันที่โกรงจะเอ่ยอะไรต่อ สุนัขจิ้งจอกรีบกล่าวตัดความคิดทันทีว่า "ทำไม...มีอะไรหรือ..อย่ามาทำหน้าตามีเครื่องหมายคำถามติดบนหน้าผากหน่อยเลยเพื่อน แหม.. ฉันจะขวัญหนีเพราะเจอหน้านายนี่แหละมั้ง" โกร่งสวนคำออกไปทันที "แนะๆ ๆ แน่ แอ๊ะๆ นายต้องมีอะไรแน่เลย อย่าทำไก๋ แต่ช่างเหอะ มากินอะไรกันก่อนดีกว่าไหม เดี๋ยวฉันจะทำกับข้าวให้นายกินเอง แม้ฉันจะทำไม่ค่อยเป็นก็ตาม" "อ้า กำลังหิวๆ อยู่พอดี ถ้านายจะทำให้ฉัน ฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ฉันน่ะเกรงใจนายมาก วันนี้ไม่ต้องอะไรมากหรอก ไข่เจียวกระเพราก็พอ...เอิ๊กๆ" สุนัขจิ้งจอกกล่าว "อะไรของนายเนี่ย นี่นะเกรงใจ สั่งเอ้าสั่งเอา" โกร่งตัดพ้อ สุนัขจิ้งจอกจึงกล่าวต่อไปว่า "เหอะน่า ถ้าฉันไม่เกรงใจนะ ฉันคงสั่งนายมากกว่านี้แล้วล่ะ แต่นายอย่าไปขโมยไข่ของเจ้าไก่เข้าล่ะ ขอเขาดีๆ ถ้าเขาให้ก็เอา ถ้าเขาคล้ายกับไม่อยากจะให้ หรือให้เพราะความเกรงใจก็อย่ารับมา... ฉันกินแล้วไม่สบายใจ ถ้าจะรับจงรับในสิ่งที่เขาให้ด้วยความเต็มใจ"
ก่อนที่โกร่งจะเดินจากไป จึงกล่าวขึ้นว่า "เหอะน่า ฉันรู้หรอก และนายก็น่าจะรู้จักฉันดี สิ่งใดๆ ที่เขาให้มาด้วยความไม่เต็มใจ สิ่งนั้นเราไม่ควรรับ เพราะเมื่อรับมาทั้งเราและเขาล้วนไม่มีความสุข การถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ให้ นั้นคืออาการของหัวขโมย ประโยชน์อะไรกับการเป็นหัวขโมย เมื่อไม่สามารถจะหามาได้โดยสุจริต และเต็มเปี่ยมด้วยน้ำใจ สู้อดตายเสียดีกว่า นายนั่งรอที่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา"
......
ระหว่างที่สุนัขจิ้งจอกกำลังทานข้าวไข่เจียวกระเพรา[1]และคุยไปด้วยอย่างเพลิดเพลินนั้น โกร่งซึ่งแอบซ่อนความรู้สึกที่อยากแบ่งเบาอะไรบางอย่างในใจของสุนัขจิ้งจอกจึงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าสุนัขจิ้งจอกน่าจะระบายความในใจได้ในช่วงนี้ "นายอยู่ในเมืองไม่ได้หรือ" "อืม..อยู่น่ะอยู่ได้ แต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่ฉัน" สุนัขจิ้งจอกตอบ และกล่าวต่อไปว่า "ขออย่าให้ฉันพูดเลย ขอให้สิ่งทั้งหลาย จงผ่านไป ผ่านไปและผ่านไป ทั้งหมดคือสิ่งที่ฉันประสบ ล้วนเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว บางสิ่งเราทนได้ เราก็อยู่กับมันได้ บางสิ่งเราทนไม่ได้ เราก็เดือดร้อนกับมัน ทั้งที่มันเป็นของมันเองอย่างนั้น เราต่างหากที่พยายามให้สิ่งนั้นเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น เมื่อมันไม่เป็นอย่างที่เราให้เป็น เรานั่นเองที่กลับมานั่งทุกข์ร้อน หาใช่สิ่งที่เราอยากให้มันเป็นไม่ ว่าแต่..ขอให้ฉันได้อยู่ใกล้พวกนายดีกว่า เพราะการอยู่ใกล้มิตรอันเป็นที่รัก เสมือนการได้กินน้ำผึ้งที่มีรสหวานจับใจ การอยู่ใกล้มิตรที่มีความรู้ เสมือนอยู่ใกล้ตำราเล่มใหญ่ การอยู่ใกล้มิตรที่ฉลาด เราก็จะเป็นคนฉลาดเหมือนกับมิตรนั้นด้วย ชีวิต...จะเอาอะไรมากมาย.....ขอให้ทุกชีวิตจงอยู่กันอย่างมีความสุขเถิด"
"สาธูๆๆๆๆๆๆ เจ้าภาพขอถวายกัปปิยภัณฑ์.....ฮาฮาฮา" เสียงโกร่งเย้ยหยันเชิงหยอกล้อดังแทรกขึ้น พร้อมกับหัวเราะฮาใหญ่ด้วยความชอบใจ คล้ายกับอยากจะล้อเลียนสุนัขจิ้งจอก "นายนี่จริงๆเลย เวลาเป็นงานเป็นการล่ะก็ ทำเสียงานเสียการหมด ให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อนฉัน" สุนัขจิ้งจอกเอ่ยขึ้นพร้อมกับชักสีหน้าใส่ในเชิงหยอกล้อเช่นกัน "แหม ฉันล้อเล่นหรอกน่า เอ้า รีบกิน เดี๋ยวจะได้ไปทักทายผู้อื่นบ้าง เพื่อนๆคงคิดถึงนายอยู่นะ" โกร่งกล่าว
[1] ไข่เจียวกระเพรา คือการโรยใบกระเพราลงใสไข่ ตีไข่ให้นุ่มเนียน ปรุงรสตามใจชอบและทอดลงในกระทะที่มีน้ำมันร้อน ครั้นสุกได้ที่ จึงตักราดข้าวมีรสอร่อยในเชิงเผ็ดร้อนหอมเพราะใบกระเพรา