....ถ้าจะให้เครือข่ายโพธิ์ประทับช้างเข้มแข็งกว่านี้นั้น เราคิดว่าในอนาคตเราจะผลิตพันธุ์ข้าวปลูกร่วมกัน…

 

ทเรียนที่สำคัญของเครือข่ายชมรมเกษตรธรรมชาติ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร  พบได้ว่า......ความสำเร็จของเค้าในเบื้องต้น ก็คือ ทุกครอบครัวสามารถลดหนี้สินลงได้  อยู่รอดปลอดหนี้ ปลอดสารเคมี มีความสุข  ธรรมชาติเริ่มฟื้น มีปลาหลายชนิด นั้นหมายความว่าคนเหล่านี้ ได้พลิกฟื้นธรรมชาติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง  คนมีสติปัญญา มีการรวมกลุ่ม มีพลังสังคม ธรรมชาติฟื้น  คนเหล่านี้มั่นใจว่า  ในอนาคตเค้าจะนำครอบครัวและกลุ่มไปรอดได้...

      มูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร เองได้ให้คำปรึกษาคำแนะนำตลอด เวลา  โดยการส่งเสริมให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสไปเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียนรู้ร่วมกัน เพาะเมล็ดพันธุ์  หรือการทำนาลดต้นทุน  มูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตรเองคงทำหน้าที่เป็นช่างเชื่อม ช่างประสานที่ดี  ประเด็นที่เราปรึกษาหารือกันก็คือว่า  ถ้าจะให้เครือข่ายโพธิ์ประทับช้างเข้มแข็งกว่านี้นั้น เราคิดว่าในอนาคตเราจะผลิตพันธุ์ข้าวปลูกร่วมกัน  เราอาจจะต้องร่วมมือกันในการธุรกิจวิสาหกิจชุมชนในรูป  "สหกรณ์"   เพื่อจะเป็นการแปรรูปเป็นข้าวสารหรือร่วมกันขายผักผลไม้ปลอดสารพิษ

     

       ารบ้านที่เราคุยกันในวันนี้ก็คือว่า  ให้แกนนำทุกกลุ่ม กลับไปถามสมาชิกว่า... เราจะรวมตัวกันเป็นรูปของ กลุ่ม ก้อน ที่สนใจร่วมกันในเรื่องของข้าวเพื่อจะช่วยกันผลิตพันธุ์ข้าวที่ดีออกกมาได้หรือไม่ กลุ่มผัก โรงสีชุมชน ที่เราสนใจร่วมกัน  แล้วก็ให้นำข้อมูลเหล่านี้มาหารือกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งเครือข่ายของเกษตรธรรมชาติโพธิ์ประทับช้างนั้น... 

 

จะมีการประชุมสัญจร ทุกวันที่ 26 ของเดือนโดยครั้งต่อไปมีกำหนดนัดหมายว่า จะศึกษาดูงานที่ กลุ่มข้าวปลอดสารพิษ  ต.ไผ่รอบ ซึ่งถ้าหากผมมีโอกาสไปร่วมการประชุม  ก็จะได้นำเรื่องราวชมรมเกษตรธรรมชาติโพธิ์ประทับช้างมานำ เสนอในโอกาสต่อไป  ในครั้งนี้เป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า  เกษตรกรที่รวมตัวกันคราวนี้นั้น

 ...ถ้าปฏิบัติตามหลักธรรม รู้จักพอ ลดความโลภ ไม่วิ่งตามกระแสวัตถุนิยม บริโภคนิยม ทุนนิยม คิดดีพูดดีทำดีคบมิตรดี มั่นใจได้ว่า ในอนาคตจะนำชีวิตไปสู่ความสุขได้อย่างยั่งยืน...