ศึกษาดูงานสมุทรสงคราม

      จาการศึกษาดูงานวันที่ 19-20 มกราคม 2551 ณ จังหวัดสมุทรสงคราม จากการลงพื้นที่ ได้เรียนรู้การทำน้ำหมักชีวภาพปรุงแต่งเช่น การทำน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ เป็นต้น วัตถุดิบที่ใช้มีในท้องถิ่น ช่วยให้ครัวเรือนลดรายจ่าย และรักษาสภาพแวดล้อมแวดล้อม และนอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มผลิตเพื่อจำหน่าย เป็นการเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนอีกด้วย จากนั้นได้เรียนรู้การทำน้ำตาลมะพร้าว ตั่งแต่การเก็บน้ำตาลสดจนถึงการเคี่ยวน้ำตาล แล้วเข้าสู่เครื่องวีน้ำตาลจนเหนียว ต่อจากนั้นเข้าสู่แป้นพิมพ์เป็นก้อน มีการใช้ภูมิปัญญา เช่น ฉะว้ง มาใช้ครอบน้ำตาลตอนเคี่ยวเพื่อให้น้ำตาลไม่ไหลออก จากนั้นไปที่ ศูนย์การเรียนรู้ มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น ศูนย์นี้จึงเป็นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันแห่งภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชน ร่วมกันทำแผนแม่บทชุมชน โดยคนในชุมชน เพื่อคนในชุมชน ศูนย์การเรียนรู้จึงเป็นแหล่งที่สำคัญในการพัฒนาชนบท ต่อจากนั้นได้ไปดูการทำผลไม้กลับชาติ คือ การทำผลไม้รสขมให้เป็นหวาน โดยการนำมาแช่อิ่ม ผลไม้ที่นำมาทำ เช่น บอระเพ็ด มะนาว ส้มโอ ลูกตำลึง มะละกอ มะระขี้นก เป็นต้น เป็นการแปรรูปทำให้มูลค่าของผลไม้ที่ไม่เป็นที่นิยมบริโภคเพิ่มขึ้น และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค จากนั้นก็ได้เรียนรู้การเผาถ่าน ได้น้ำส้มควันไม้ ได้ทราบถึงขั้นตอนการเผาถ่าน การทำเตาเพื่อให้ได้น้ำส้มควันไม้ ทราบถึงประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้การคิด สร้างสรรค์ผลผลิตมีการเผาถ่านผลไม้ ใช้ผลไม้ที่ไม่ได้ขนาดร่วงหล่นตามต้น จนได้ถ่านที่รูปทรงผลไม้ สวยงาม ไว้ใส่ตู้เย็นควบคุมการดับกลิ่น ซึ่งเป็นที่นิยมมาก เป็นการเพิ่มมูลค่า ครอบครัวมีรายได้ วันที่20 ม.ค.ได้เรียนรู้การทำนาเกลือ ขั้นตอนการทำ อุปกรณ์ที่ใช้ทำนาเกลือ ผลิตภัณฑ์จากเกลือ ประโยชน์ของเกลือสมุทร และและนอกจากนี้ชาวนาเกลือยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายขี้แดดนาเกลือ เพราะขี้แดดนาเกลือมีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูดิน ต้นไม้เจริญเติบโตดี ต่อจากนั้นก็ได้เรียนรู้การทำแนวกันคลื่น การปลูกป่าชายเลน การทำกล่ำหรือปะการังเทียม เพื่อเป็นที่อยู่ของปลา เป็นการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งให้คงอยู่ เพื่อเป็นแหล่งอาหาร และอาชีพคนในชุมชน ในชุมชนยังมีการตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนของคนในชุมชน มีเงินกองบุญวันละบาท เพื่อเป็นเงินจัดสวัสดิการให้คนในชุมชน และการตั้งกลุ่มต่างๆเพื่อประโยชน์ของคนในชุมชน เน้นชุมชนพึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จากนั้นก็ได้เรียนรู้การเผาถ่านไม้โกงกาง ได้ทราบว่าถ่านจากไม้โกงกางเป็นถ่านที่ดีที่สุด ให้ความร้อนสูง ติดไฟนาน ขี้เถ้าน้อย ควันน้อย ได้เรียนรู้กรรมวิธีการเผาถ่าน การเรียงไม้เข้าเตา เป็นการใช้ทรัพยากรในชุมชนมาใช้ประโยชน์และเมื่อใช้แล้วก็จะมีการปลูก อนุรักษ์เพื่อรักษาทรัพยากรให้ยั่งยืน  ดังนั้นการสร้างชุมชนเข้มแข็ง พัฒนาต้นทุนทางสังคม ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะนำมาสู่ชุมชนแห่งการพึ่งตนเอง และการมีผู้นำที่มีคุณธรรม เสียสละเพื่อส่วนรวมก็เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนในท้องถิ่น