มงคลชีวิต
ฉบับ “ทางก้าวหน้า”
มงคลสูตรทั้ง 38 ประการ รวมได้เป็น 10 หมู่ 5 หมู่แรกเป็นข้อปฏิบัติในการสร้างชีวิต และ 5 หมู่หลังเป็นการฝึกใจโดยตรง
ในการศึกษามงคลชีวิตให้เข้าใจง่าย ให้เราสมมุติตัวเองว่าเป็นพ่อแม่และถามตัวเองว่าเราอยากจะให้ลูกเราเป็นคนมีคุณสมบัติอย่างไร เราจะพบคำตอบว่าคนที่เราต้องการ ซึ่งเป็นลักษณะของคนที่สมบูรณ์นั้นคือ
1. ต้องเป็นคนดี พวกคนเกเร ไม่มีใครชอบ ไม่มีใครต้องการ ทุกที่ต้องการแต่คนดี
2. ต้องเป็นคนที่มีความพร้อมในการฝึกตัวเอง มีปัจจัยสนับสนุนในการทำงาน ในการสร้างความดี
3. ต้องเป็นคนมีประโยชน์ มีฝีมือ ทำงานได้ ทำงานเป็น พูดเป็น
4. ต้องเป็นคนมีครอบครัวดี ครอบครัวอบอุ่นสามัคคี และมีฐานะมั่นคง
5. ต้องเป็นคนมีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือคนอื่น ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาแต่ประโยชน์ตัวเอง แต่รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม
ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นคุณสมบัติของคนที่ใคร ๆก็ต้องการ แต่เราก็ไม่รู้ว่าทำอย่างไรคุณสมบัติเหล่านี้จึงจะเกิดขึ้นได้ ความจริงพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเราไว้แล้ว ซึ่งก็คือหลักมงคลชีวิตนั่นเอง
มงคลสูตร ทั้ง 38 ประการนั้นรวมได้เป็น 10 หมู่ 5 หมู่แรกเป็นข้อปฏิบัติในการสร้างชีวิต เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องพบต้องปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ส่วน 5 หมู่หลังเป็นการฝึกใจโดยตรง
มงคลหมู่ที่ 1 ฝึกให้เป็นคนดี
มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล
มงคลที่ 2 คบบัณฑิต
มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา
นิสัยของคนเรา จะมาจากสิ่งแวดล้อม คนรอบตัว เราคบกับคนอย่างไรบูชายกย่องใคร เราก็จะค่อยๆ มีนิสัย ไปตามเขา ใครคบคนขี้เหล้าเป็นเพื่อนสนิท ไม่ช้าก็จะกลายเป็นขี้เมาตามไป เพราะฉะนั้นผู้ที่ต้องการจะเป็นคนดีจึงต้อง
1. ไม่คบคนพาล เป็นการป้องกันไม่ให้นิสัยไม่ดี ความเห็นผิด ๆ ทั้งหลายจากคนพาลมาติดต่อเราเข้า และป้องกันไม่ให้ถูกคนพาลกลั่นแกล้ง
2. คบบัณฑิต เพื่อถ่ายทอดเอานิสัยดี ๆ คุณธรรมต่าง ๆ มาสู่ตัวเรา
3. บูชาบุคคลที่ควรบูชา เพื่อประคับประคองนิสัยที่ดีในตัวให้เจริญงอกงามขึ้น บุคคลที่ควรบูชาจะเป็นตัวอย่างแบบอย่างที่ดีให้เราดู
มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตัวเอง
มงคลที่ 4 อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม
มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน
มงคลที่ 6 ตั้งตนชอบ
คนเราทำไมจึงมีความแตกต่างกัน คนอายุเท่ากันแท้ ๆ แต่ทำไมฝีมือไม่เท่ากัน เป็นเพราะเขาฝึกตัวเองไม่เท่ากัน แล้วทำไมจึงฝึกตัวเองไม่เท่ากันก็เป็นเพราะว่าเขามีความพร้อม มีปัจจัยสนับสนุนในการฝึกตัวเองไม่เท่ากัน คนที่จะฝึกตัวเองได้ดีนั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. ต้องอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม รู้จักเลือกและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้พอเหมาะแก่ตน โอกาสเป็นคนดีถ่ายทอดคุณธรรมจากท่านได้สะดวก จะหาความรู้จะฝึกฝีมือจะฝึกวินัย ฝึกพูด ก็หาคนสอนง่าย
2. ต้องมีบุญวาสนามาก่อน คือ สร้างบุญมาดี ทั้งบุญเก่า บุญใหม่ บุญเก่าที่ทำมาในอดีตชาติ ก็ทำให้เป็นคนมีร่างกายแข็งแรง สติปัญญาเฉลียวฉลาด ไหวพริบปฏิภาณไว อารมณ์แจ่มใสเบิกบาน บุญใหม่ที่ทำในชาตินี้ การตั้งใจขยันหมั่นเพียร หมั่นทำงาน รักษาศีล เจริญภาวนา ก็จะคอยช่วยหนุนอีกชั้นหนึ่ง ใครที่บุญเก่ามี แต่บุญใหม่ไม่ยอมทำ ก็มีโอกาสพลาดได้เหมือนกัน ถ้าบุญเก่าถึงจะน้อย แต่ขวนขวายสร้างบุญใหม่ ก็ยังเอาตัวรอดก้าวหน้าได้
3. ต้องตั้งตนชอบ คือมีเป้าหมายชีวิตที่ถูกต้องเช่น จะเป็นครู เป็นแพทย์ เป็นวิศวกร เป็นนักธุรกิจ หรืออะไรก็ได้ แต่ก็ต้องมีเป้าว่าจะตั้งฐานะให้ได้ โดยอาชีพที่สุจริต ไม่เป็นคนโลเล ปล่อยตัวเองไปตามดวง คนที่ตั้งตนชอบจะทำให้มีเป้าหมาย จะขวนขวายหาความรู้ฝึกฝีมืออะไรก็ทำไปตามเป้าที่วางเอาไว้ เมื่อมีเป้าหมายอย่างนี้แล้วก็ย่อมมีความกระตือรือร้นสามารถทุ่งเทพลังความสามารถของตนเพื่อฝึกตัวเองให้บรรลุเป้านั้นได้อย่างเต็มที่
มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์
มงคลที่ 7 เป็นพหูสูต
มงคลที่ 8 มีศิลปะ
มงคลที่ 9 มีวินัย
มงคลที่ 10 มีวาจาสุภาษิต
สรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกมีมากมาย แต่มนุษย์ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ประเสริฐสุด เพราะสามารถฝึกตนให้บำเพ็ญประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและสังคมได้เต็มที่ คนมีประโยชน์ ที่ใคร ๆ ต้องการนั้น ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. ต้องไม่เป็นคนโง่ เราจึงต้องฝึกตัวเองให้เป็นพหูสูต ใฝ่หาความรู้ "ฉลาดรู้"
2. ต้องไม่เป็นคนชนิดความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด เราจึงต้องฝึกตัวเองให้มีศิลปะ ทำได้ ทำเป็น สามารถนำเอาความรู้มาใช้งานได้จริง ๆ "ฉลาดทำ"
3. ต้องไม่เป็นคนเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง เราจึงต้องฝึกตัวเองให้เป็นคนมีวินัย เคารพต่อกฎระเบียบของหมู่คณะ
4. ต้องไม่เป็นคนปากเปราะเราะราย คนเราต่อให้ฝีมือดีแค่ไหนมีความรู้ความสามารถสูงส่ง แต่ถ้า พูดจาไม่เข้าหูคน ก็ไม่มีใครต้องการ เราจึงต้องฝึกตัวเองให้มีวาจาสุภาษิต รู้สึกควบคุมวาจา พูดเป็น "ฉลาดพูด"
มงคลหมู่ที่ 4 บำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว
มงคลที่ 11 บำรุงบิดามารดา
มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร
มงคลที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา (สามี)
มงคลที่ 14 ทำงานไม่คั่งค้าง
ผู้ที่จะมีครอบครัวดีได้ จะต้อง
1. บำรุงบิดามารดา มีความกตัญญู รู้คุณพ่อแม่ เลี้ยงดูปรนนิบัติท่านให้ได้รับความสุขสบาย
2. เลี้ยงดูบุตร รู้จักวิธีเลี้ยงลูกให้ลูกเป็นคนดี
3. สงเคราะห์ภรรยา (สามี) สามีภรรยาจะต้องรู้จักวิธีปฏิบัติตัวต่อกัน เคารพให้เกียรติกัน ไม่นอกใจกัน นี่จะเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้อบอุ่นแน่นแฟ้น ครอบครัวจะมีแต่ความร่มเย็น
4. ทำงานไม่คั่งค้าง ต้องทำงานไม่คั่งค้างเพราะ ครอบครัวก็ต้องมีค่าใช้จ่าย เราจึงมีหน้าที่ก่อร่างสร้างตัว ด้วยการทำงานไม่คั่งค้าง ต้องทำให้เสร็จ ทำให้สำเร็จ จะได้สร้างฐานะความเป็นปึกแผ่นแก่ตนเองและครอบครัว ใครปฏิบัติได้ครบ 4 ข้อนี้ ครอบครัวก็จะมั่นคงมีความสุข
มงคลหมู่ที่ 5 บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
มงคลที่ 15 บำเพ็ญทาน
มงคลที่ 16 ประพฤติธรรม
มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ
มงคลที่ 18 ทำงานไม่มีโทษ
นอกจากการปรับปรุงครอบครัวของเราให้มีความสุข มีความอบอุ่นมีฐานะมั่นคงแล้ว เราทุกคนยังมีหน้าที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมช่วยเหลือส่วนรวมด้วย โดย
1. บำเพ็ญทาน คือ การให้ รู้จักสละทรัพย์สิ่งของที่เหมาะสมของตนแก่ผู้ที่สมควรได้รับ เป็นการกำจัดความตระหนี่ สร้างสมบุญกุศล ทำให้ใจของเราสูงขึ้น และเป็นการสร้างสันติสุขแก่มวลมนุษย์ชาติ
2. ประพฤติธรรม การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมนี้ ถ้าขาดการประพฤติธรรมแล้วละก็จะไม่สมบูรณ์ไปได้เลย
3. สงเคราะห์ญาติ คือช่วยเหลือทั้งญาติสายโลหิตเดียวกัน ทั้งพี่ ป้า น้า อา ลุง หลาน ฯลฯ รวมทั้งผู้รู้จักคุ้นเคยกัน เป็นการสร้างเสริมความสามัคคี ความเป็นปึกแผ่นของสังคมให้เกิดขึ้น
4. ทำงานไม่มีโทษก็หมายถึงทำงานมีประโยชน์คือ งานสาธารณกุศล งานสาธารณประโยชน์ งานสังคมสงเคราะห์ต่าง ๆ นั่นเอง
มงคล 5 หมู่แรกนี้เป็นเรื่องของการดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ทำให้ตัวของเราเป็นคนดีที่ใคร ๆ หรือสังคมไหน ๆ ก็ต้องการ
สำหรับมงคล 5 หมู่หลัง จะเป็นเรื่องของการฝึกใจโดยเฉพาะจนกระทั่งหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ทีเดียว ดังนี้
มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียมสภาพใจให้พร้อม
มงคลที่ 19 งดเว้นจากบาป
มงคลที่ 20 สำรวมจากการดื่มน้ำเมา
มงคลที่ 21 ไม่ประมาทในธรรม
ในการปรับเตรียมสภาพใจให้พร้อม เพื่อจะฝึกใจให้มีคุณธรรมมากขึ้นมีกิเลสเบาบางลงตามลำดับนั้น เราต้องทำดังนี้
1. งดเว้นจากบาป เพราะบาปนั้นจะมาหุ้มใจ ทำให้ใจเสียคุณภาพรองรับธรรมะไม่ได้ ดังนั้นสำหรับผู้ต้องการฝึกใจ อะไรที่เป็นความชั่วที่ทำแล้ว ทำให้ใจของเราเศร้าหมอง
2. สำรวมจากการดื่มน้ำเมา เพราะของมันเมาเสพย์ติดทั้งหลายจะทำให้เราขาดสติ และใจที่ขาดสตินั้นก็ไม่สามารถฝึกได้
3. ไม่ประมาทในธรรม ผู้ที่ประมาทมักจะปล่อยชีวิตไปตามยถากรรมคิดแต่ว่าไม่เป็นไร "ไม่เป็นไร จึงไม่ควรประมาท รีบขวนขวายสร้างบุญ สร้างกุศล ตั้งใจฝึกตนเอง ซึ่งใจของคนอย่างนี้จะมีความกระตือรือร้น พร้อมที่จะรับการฝึกกุศลธรรมทั้งหลายสามารถเจริญขึ้นได้โดยง่าย
มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมเบื้องต้นใส่ตัว
มงคลที่ 22 มีความเคารพ
มงคลที่ 23 มีความถ่อมตน
มงคลที่ 24 มีความสันโดษ
มงคลที่ 25 มีความกตัญญู
มงคลที่ 26 ฟังธรรมตามกาล
เมื่อเราเตรียมสภาพใจของเราไว้พร้อมแล้วจากมงคลหมู่ที่ 6 เมื่อถึง มงคลหมู่ที่ 7 นี้ คราวนี้ผู้จะแสวงหาธรรมะใส่ตัวได้ ก็จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. ต้องมีความเคารพ รู้และตระหนักถึงคุณความดีที่มีอยู่จริงของผู้อื่น คนไม่มีความเคารพ จะเป็นคนที่มองใครก็ไม่เห็นมีอะไรดี เพราะเมื่อมองไม่เห็นข้อดีของใครแล้วก็เลยไมรู้จะไปเอาธรรมะจากใคร
2. ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อวดดื้อถือดี ไม่เบ่ง ไม่ยโสโอหัง รู้จักค่าของตนเอง ตรงตามความเป็นจริง พร้อมที่จะน้อมตัวลงรับเอาคุณความดีจากผู้อื่นมาใส่ตัวได้
3. ต้องมีความสันโดษ เป็นคนรู้จักพอ รู้จักประมาณ สุขใจพอใจกับของของตน ทำให้จิตใจสงบ สามารถรองรับคุณธรรมจากผู้รับได้เต็มที่ คนที่ขาดสันโดษ ใจของเขาจะเต็มไปด้วยความเร่าร้อนกระวนกระวายกระหายอยากได้
4. ต้องมีความกตัญญู ใครเคยทำคุณอะไรไว้ให้ตัวก็ตระหนักซาบซึ้งถึงบุญคุณ พยายามหาทางตอบแทนทำให้เป็นคนน่ารัก น่าเอ็นดู น่านับถือใคร ๆ ก็เมตตาอยากถ่ายทอดวิชาความรู้ คุณความดีต่าง ๆให้
5. ฟังธรรมะตามกาล เมื่อฝึกตัวเองมาครบ 4 ข้อข้างต้นแล้ว ก็ไปฟังธรรมะจากผู้ทรงคุณธรรมทีเดียวในทุก ๆ โอกาสที่อำนวยให้ และอาศัยธรรมะที่ฟังนั้น ๆ มาเป็นกระจกส่องใจเราให้เห็นว่าตัวเรามีคุณธรรมมากน้อยเพียงใด มีข้อบกพร่องตรงไหน จะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น
มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัวให้เต็มที่
มงคลที่ 27 มีความอดทน
มงคลที่ 28 เป็นคนว่าง่าย
มงคลที่ 29 เห็นสมณะ
มงคลที่ 30 สนทนาธรรมตามกาล
เมื่อเราฝึกจนได้คุณธรรมเบื้องต้นต่าง ๆ จากการฟังธรรมตามกาลแล้ว ก็ต้องฝึกหาคุณธรรมเบื้องสูงต่อไป โดย
1. มีความอดทน ทั้งทนแดด ทนฝน ทนร้อน ทนหนาว ทนความปวดเหมื่อยทางกาย ทนต่อความเจ็บใจ ทนต่ออำนาจของกิเลสทนสารพัดอย่างล่ะ จะเอาธรรมะต้องทนได้
2. เป็นคนว่าง่าย คือ ไม่ว่าใครจะสั่งสอนด้วยคำพูดอย่างไร ไพเราะหรือหยาบคายก็ตาม ต้องทนได้ น้อมรับฟังด้วยพูดง่าย ๆ
3. เห็นสมณะ คือ ไปหาตัวอย่างที่ดีดู หาพระภิกษุผู้ทรงคุณธรรม สงบกาย สงบวาจา สงบใจ
ธรรมะหลาย ๆ ข้อ ถ้าอธิบายธรรมดา ๆ ก็เข้าใจยาก แต่พอเห็นสมณะ เห็นตัวอย่างแล้วมันเชื่อโดยไม่ต้องอธิบาย
4. สนทนาธรรมตามกาล คือ เมื่อเห็นตัวอย่างจากสมณะแล้ว เข้าใจธรรมะมากขึ้น แต่ถ้าหากยังมีข้อสงสัยอะไร ก็ให้ไปสนทนาซักถามจากท่านจนเข้าใจกระจ่าง
มงคลหมูที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำจักกิเลสให้สิ้นไป
มงคลที่ 31 บำเพ็ญตบะ
มงคลที่ 32 ประพฤติพรหมจรรย์
มงคลที่ 33 เห็นอริยสัจ
มงคลที่ 34 ทำพระนิพพานให้แจ้ง
เมื่อจบมงคลหมู่ที่ 8 คือว่าด้านทฤษฎีต่าง ๆ เราได้เข้าใจเต็มที่แล้ว มงคลหมู่ที่ 9 นี้จะเป็นการลงมือปฏิบัติฝึกฝนอย่างจริงจังเพื่อกำจักกิเลสให้หมดไป โดย
1. บำเพ็ญตบะ ทำความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อนทนอยู่ไม่ได้
2. ประพฤติพรหมจรรย์ คือ ต้องยกใจออกจากกาม อันเป็นที่มาของความเสื่อม และจะนำความทุกข์ นำกิเลสมาสู่ใจของเราอีก
3. เห็นอริยสัจ คือ ตั้งใจปฏิบัติธรรมฝึกสมาธิต่อไปจนเห็นความจริงเกี่ยวกับโลกและชีวิตด้วยธรรมกาย
4. ทำพระนิพพานให้แจ้ง คือ เมื่อเห็นอริยสัจแล้ว ก็ตั้งใจทำสมาธิต่อไป ให้ใจละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นจนทำพระนิพพานให้แจ้งได้ กิเลสต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ ร่อนหลุดไปจากใจตามลำดับ จนหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฏิบัติจนหมดกิเลส
มงคลที่ 35 จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
มงคลที่ 36 จิตไม่โศก
มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี
มงคลที่ 38 จิตเกษม
เมื่อเราอาบน้ำชำระล้างร่างกายเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีผลตามมาซึ่งเราอาจบรรยายได้หลายลักษณะ เช่น ไม่สกปรก ไม่เลอะเทอะ สะอาดสดชื่นผ่องใส ในทำเดียวกัน เมื่อเราปฏิบัติฝึกฝนตนเองจนกิเลสต่าง ๆ ร่อนหลุดไปจากใจแล้ว เราก็อาจบรรยายสภาพจิตของเราในขณะนั้นได้หลายลักษณะเช่น
1. จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม คือ มีความหนักแน่นขุนเขาไม่ยินดียินร้ายในลาภ ยศ สรรเสริญ สุขหรือความเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์อีกต่อไป
2. จิตไม่โศก คือ หลุดพ้นจากยางเหนียวแห่งบ่วงสิเนหา ไม่ลุ่มหลงในความรักอีกต่อไป มีใจที่อิ่มเอิบ ไม่แห้งผาก ผ่องใส ไม่เศร้าหมอง
3. จิตปราศจากธุลี คือ กิเลสต่าง ๆ ทั้งหยาบทั้งละเอียดร่อนหลุดไปจากใจหมด เหมือนหยาดน้ำตกจากใบบัวอย่างนั้น
4. จิตเกษม คือ มีความสุข ปลอดภัยจากภัยอันตราย ทั้งหลายอันเนื่องจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฎสงสารสามารถตัดโยคะ เครื่องผูกสัตว์ไว้ในภพทั้งสาม ได้ขาดสะบั้นโดยสิ้นเชิง จึงมีอิสระเสรีเต็มที่มีใจที่สะอาดผ่องใส บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สิ้นเชิง เข้าพระนิพพานตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหล่าพระอรหันต์สาวกทั้งหลาย
มงคลชีวิต คือ เหตุแห่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต
สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชนบทได้โดย เมื่อมีการปลูกฝังศีลธรรม ส่งเสริมศีลธรรมให้เกิดขึ้นในชุมชนชนบท ซึ่งอาจเป็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของพวกเขาอยู่แล้ว แต่จากการเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบัน ทำให้สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเหล่านี้ได้ลดบทบาทลง เนื่องจากชุมชนชนบทห่างไกลจากตัวเมือง การคมนาคมลำบาก ความเป็นอยู่ขัดสนแร้นแค้น เป็นชุมชนที่ด้อยโอกาสในการพัฒนาและการศึกษา อีกทั้งยังมีทั้งปัญหาคุณภาพชีวิตและวิถีชีวิต ซึ่งได้ส่งผลต่อปัญหาของประเทศ เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหายาเสพติด ปัญหาโสเภณีปัญหาความมั่นคง และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นการรณรงค์ ปลูกฝังศีลธรรมแก่ประชาชนในชนบท จะช่วยให้ทุกคนรู้จักหน้าที่ของตนเอง มีวินัย มีความรับผิดชอบ ก่อให้เกิดความสามัคคีกันภายในชุมชน นับเป็นปัจจัยหลักที่สร้างชุนชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาทางด้านจิตใจของคนในสังคมนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก การเป็นคนดี แสวงหาความรู้ เสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม จะทำให้สังคมร่มเย็นสงบสุข มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้านต่อไป
มงคลชีวิตที่ชอบมากที่สุด คือ มงคลที่ 11 บำรุงบิดามารดา (มาตาปิตุอุปฏฺฐนํ) ต้นไม้ที่รับการดูแลให้น้ำให้ปุ๋ย ไปบำรุงต้นจนสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลาแล้ว ย่อมออกดอกออกผลให้แก่เจ้าของฉันใด คนที่ได้รับการเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เมื่อมีโอกาสย่อมตอบแทนคุณพ่อแม่และผู้มีอุปการคุณฉันนั้น ทองคำแท้หรือไม่ โดนไฟก็รู้ คนดีแท้หรือไม่ ให้ดูตรงที่เลี้ยงดูพ่อแม่ ถ้าดีจริงต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ ถ้าไม่เลี้ยงแสดงว่าไม่ดีจริง เป็นพวกทองชุบ ทองเก๊ เพราะการได้เกิดมาเป็นคนจนเติบใหญ่ขึ้นมาได้ในปัจจุบันก็เพราะ มีพ่อและแม่คอยเลี้ยงดู ได้เกิดมาเป็นคนชาติหนึ่งต้องเป็นคนดีให้ได้ หากแม้นไม่สามารถทำตนให้เป็นมนุษย์ได้ แต่ต้องเป็นคนดีให้ได้ เราเป็นคนดีโดยการเลี้ยงดูพ่อแม่เพื่อตอบแทนบุญคุณท่าน บุญคุณของพ่อและแม่ตอบแทนชาตินี้ก็คงไม่หมด เพราะฉะนั้นเมื่อเราโตขึ้นมาเราสามารถตอบแทนอะไรท่านได้จงรีบทำ ก่อนที่จะสายเกินไปเพราะไม่มีใครที่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าตายเมื่อใด ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณ ถ้าท่านตายเรายังมีโอกาสตอบแทนโดยการอุทิศส่วนกุศลไปให้ได้ แต่หากเราตายแม้โอกาสที่จะอุทิศส่วนกุศลก็ยังไม่มี การเป็นลูกที่ดีจึงต้องรู้จักกตัญญู กตเวที ผู้มีพระคุณต่อเรา