ถอดบทเรียนโครงการส่งเสริมการสร้างระบบการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมระดับจังหวัด
เตรียมการดีชีวีมีสุข
วันนี้วันดีวันมาฆะบูชา ทีมงานที่ปรึกษาหรือนักวิจัยในนามของสถาบันพระปกเกล้าได้ออกไปสังเกตการณ์ที่บึงเกลือ จังหวัด “ร” กิจกรรมในวันนี้เป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากการที่ทีมงานจังหวัดร ได้เลือก “บึงเกลือ” เป็นแหล่งเรียนรู้ที่จะเป็นกรณีศึกษา เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และ ขยายผลการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมระดับจังหวัด โดยใช้กระบวนการกลุ่มระดมสมองด้วยบัตรคำ
ข้อคิดที่ได้จากการออกไปสังเกตการณ์ที่ได้รับมอบหมายร่วมกับ ผศ.ดร.ภาวดี ภักดี ให้รับผิดชอบในสองจังหวัด ประเด็นที่ได้เรียนรู้ที่จะพอถอดบทเรียนเบื้องต้นหลังจากออกเดินทางออกมาเยี่ยมยามเป็นครั้งที่ ๒ สะท้อนได้ชัดว่า การเตรียมการดีด้วยการทำความเข้าใจของผู้นำระดับสูงนับตั้งแต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านปลัดจังหวัด ท่านนายอำเภอ ตัวแทนจากส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็น อบจ อบต รวมทั้งตัวแทนจากชุมชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมีความจำเป็น มีความสำคัญ และต้องให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในเจตนารมณ์ของการมีส่วนร่วม
เริ่มต้นดี ชีวีมีสุข การคลุกเคล้าระหว่างภาคราชการและประชาคมหากเป็นเนื้อเดียวกันนับตั้งแต่เริ่มกิจกรรมด้วย “อริยสัจสี่” คือกิจกรรมที่เริ่มด้วยการนำทุกท่านเข้า BAR หรือ Before Action Review ด้วยการให้ความรู้ ทำความเข้าใจ เรื่องการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม จะเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับต้น
การให้ความรู้ให้กับตัวแทน หรือ ผู้ประสานงานที่เราเรียกว่า Facilitator ระดับแกนนำ หากให้ความรู้ และ ความเข้าใจกับผู้ที่ไม่มีภาวะผู้นำ หรือ ไม่มีอำนาจสั่งการได้ระดับหนึ่งจะเป็นปัญหาอุปสรรคในการทำงานจริง เพราะไม่สามารถ “ถ่ายทอดจากนโยบายสู่การปฏิบัติ”(Policy Deployment) ได้จริง
หากลองเปรียบเทียบการดำเนินงานของทีมงานจังหวัดสองแห่งที่เริ่มต้นทำงานกับที่ปรึกษา หรือ นักวิจัยมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่ มิถุนายน ๒๕๕๐ ขอเล่าอย่างนี้ครับ
JJ2008