ชีวิต

      เรามักจะได้ยินคนทั่วไปพูดเสมอว่า   คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทางเดินได้ ท่านทั้งหลายพิจารณาดูว่าประโยค นี้

มีลักษณะเป็นเช่นไร

       ในทัศนะของผมแล้วมองว่าประโยคนี้  ยังมีข้อโต้แย้งได้นะครับ   ตามที่เรารู้กันอยู่ว่าบาปบุญ นั้น เป็นกรรมคือตัวนำทางที่ชักนำเราให้เดินในทางที่ ปราถนา  หากประกอบกุศลกรรมแล้วย่อมมีความสุข ทั้งโลกนี้และโลกหน้า  หากประกอบอกุศลกรรม คือกรรม(การกระทำแลปฏิบัติ) ที่ไม่ดี ซึ่งประกอบด้วยโลภะ  โทสะ  และโมหะ เป็นรากเหง้า เมื่อละโลกนี้แล้วย่อมนำเราไปสู่ ทุคติภูมิ  ได้แก่ สัตว์นรก  เปรต อสุรกาย  และสัตว์เป็นต้น

       ดังนั้นหากบุคคลใดประกอบกรรมที่เป้นกุศล ย่อมสามารถที่จะเลือกเกิดได้ เลือกภพภูมิที่ดีได้ ตามเจตนาของกรรมแห่งการกระทำ  ดังพุทธภาษิตที่ว่า บุคคลหว่านพืชเช่นใด  ย่อมได้ผลเช่นนั้น 

       ส่วนทางเดินนั้น เราสามารถเลือกเดินแห่งชีวิตได้ด้วยกำลังแห่งสติปัญญา  พิจารณาไตร่ตรองเลือกทางเดินที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ประกอบอาชีพที่สุจริต หมั่นสั่งสมบุญกุสล เป็นนิจรักษาศีลเป็นประจำ เป็นคนมีนำใจเกื้อกูลต่อกันดำเนินชีวิตด้วยความพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจที่หาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต  เมื่อเป็นเช่นนี้ความเดือดร้อนกายและที่สำคัญคือเดือดร้อนใจก็ไม่มี  อยู่ในแผ่นดินนี้ ก็มีความสุขไม่ผิดวินัย ทั้งทางธรรม  และทางโลก

       วินัยทางธรรม ได้แก่ ศีลธรรม เช่น ศีล 5  ธรรม5 ของปุถุชน

       วินัยทางโลก  ได้แก่ กฎหมายรัฐมูลของบ้านเมือง อาจรวมถึงกฎชุมชนด้วยก็ว่าได้

       ดังนั้นผู้ที่ประพฤติดี ความดีย่อมคุ้มครองและคุ้มภัย  ดังพุทธภาษิตที่ว่า ผู้ประประพฤติธรรม  ย่อมอยู่เป็นสุข

คนเราพึงเลือกทางเดินแห่งชีวิตด้วยสติปัญญา กันเถิด 

 

                                                                 ธ.ฉันทะ