19 ม.ค. 50 สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่คนในชุมชนนำมาประยุกต์ใช้ ได้แก่
1. การทำน้ำหมักชีวภาพปรุงแต่ง เช่น การทำน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ เป็นต้น วัตถุดิบที่ใช้มีในท้องถิ่น ช่วยให้ครัวเรือนลดรายจ่าย และรักษาสภาพแวดล้อมแวดล้อม
2. การทำน้ำตาลมะพร้าว ตั่งแต่การเก็บน้ำตาลสดจนถึงการเคี่ยวน้ำตาล แล้วเข้าสู่เครื่องวีน้ำตาลจนเหนียว ต่อจากนั้นเข้าสู่แป้นพิมพ์เป็นก้อน มีการใช้ภูมิปัญญา เช่น กะว้ง มาใช้ครอบน้ำตาลตอนเคี่ยวเพื่อให้น้ำตาลไม่ไหลออก อาชีพนี้จึงเป็นวิถีชีวิตของท้องถิ่นนั้น
3. ศูนย์การเรียนรู้ มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสงคราม ศูนย์นี้จึงเป็นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันแห่งภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชน ร่วมกันทำแผนแม่บทชุมชน โดยคนในชุมชน เพื่อคนในชุมชน ศูนย์การเรียนรู้จึงเป็นแหล่งที่สำคัญในการพัฒนาชนบท
4.การทำผลไม้กลับชาติ คือ การทำผลไม้รสขมให้เป็นหวาน โดยการนำมาแช่อิ่ม ถ้าผลไม้ที่แช่อิ่มไม่ได้ก็นำมาอบแห้ง ผลไม้ที่นำมาทำ เช่น บอระเพ็ด มะนาว ส้มโอ ลูกตำลึง มะละกอ มะระขี้นก เป็นต้น เป็นการแปรรูปทำให้มูลค่าของผลไม้ที่ไม่เป็นที่นิยมบริโภคเพิ่มขึ้น และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
5. การเผาถ่าน ซึ่งได้น้ำส้มควันไม้ และได้ทราบถึงขั้นตอนการเผาถ่าน การทำเตาเพื่อให้ได้น้ำส้มควันไม้ ทราบถึงประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้การคิด สร้างสรรค์ผลผลิตมีการเผาถ่านผลไม้ ใช้ผลไม้ที่ไม่ได้ขนาดร่วงหล่นตามต้น จนได้ถ่านที่รูปทรงผลไม้ สวยงาม ไว้ใส่ตู้เย็นควบคุมการดับกลิ่น ซึ่งเป็นที่นิยมมาก เป็นการเพิ่มมูลค่า ครอบครัวมีรายได้ นอกจากนี้ยังมีการเพาะเห็ดโอ่ง การเพาะถั่งงอก เพื่อเป็นอาหารในครัวเรือนลดรายจ่าย และยังมีการทำแผลโซลาเซล แปรรูปจากพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น มาทำเครื่องน้ำอุ่น เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดเน้นการพึ่งตนเอง ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สู่ชีวิตที่อยู่ดีมีสุข
20 ม.ค. 50 สิ่งที่ได้เรียนรู้
1. การทำนาเกลือ ขั้นตอนการทำ อุปกรณ์ที่ใช้ทำนาเกลือ ผลิตภัณฑ์จากเกลือ ประโยชน์ของเกลือสมุทร และและนอกจากนี้ชาวนาเกลือยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายขี้แดดนาเกลือ เพราะขี้แดดนาเกลือมีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูดิน ต้นไม้เจริญเติบโตดี เรียนรู้ภูมิปัญญาการทำนาเกลือ ประเพณีวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับอาชีพ
2. การทำแนวกันคลื่น การปลูกป่าชายเลน การทำกล่ำหรือปะการังเทียม เพื่อเป็นที่อยู่ของปลา เป็นการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งให้คงอยู่ เพื่อเป็นแหล่งอาหาร และอาชีพคนในชุมชน ในชุมชนยังมีการตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนของคนในชุมชน มีเงินกองบุญวันละบาท เพื่อเป็นเงินจัดสวัสดิการให้คนในชุมชน และการตั้งกลุ่มต่างๆเพื่อประโยชน์ของคนในชุมชน เน้นชุมชนพึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
3. การเผาถ่านไม้โกงกาง ได้ทราบถึงคุณสมบัติ ว่าเป็นถ่านที่ดีที่สุด ให้ความร้อนสูง ติดไฟนาน ขี้เถ้าน้อย ควันน้อย ได้เรียนรู้กรรมวิธีการเผาถ่าน การเรียงไม้เข้าเตา เวลาในการเผาถ่านประมาณ 10-12 วัน และทราบว่าราคาถ่านไม้โกงกางราคาละ 6-9 บาท/กิโลกรัม เป็นการใช้ทรัพยากรในชุมชนมาใช้ประโยชน์และเมื่อใช้แล้วก็จะมีการปลูก อนุรักษ์เพื่อรักษาทรัพยากรให้ยั่งยืน
และสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลาการศึกษาดูงานก็คือ การทำงานเพื่อชุมชนของวิทยากรทุกท่าน ซึ่งมีความำนึกรักในแผ่นดินและบ้านเกิด และนอกจากท่านวิทยากรจะมีความรู้แล้วยังมีคุณธรรมในการทำงานเพื่อชุมชนด้วย