สมรรถนะ
การบริหารคุณภาพงานโดยกำหนดสมรรถนะ( competency) ของบุคคลากรในสถานศึกษาโดย การแบ่งบุคลากรออกเป็นกลุ่มๆตามงานที่รับผิดชอบและกำหนด(competency)ออกเป็นสามกลุ่มดังนี้ ๑.corecompetency ๒.professinalcompetency ๓.fungtioncompetencyซึ่งcompetencyแต่ละตัวจะมีความหมายในการกำหนดบทบาทหน้าที่แต่ละอย่างในการบริหารจัดการสถานศึกษาทำให้การบริหารสามารถทราบได้ว่าบุคลากรของสถานศึกษามีสมรรถนะที่ได้มาตรฐานในด้านใดบ้างและไมได้ด้านใดบ้างทำให้สามารถกำหนดแผนการพัฒนาในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่สถานศึกษากำหนดไว้
five mind for the future
(5 จิตคิคเพื่ออนาคต)
1. จิตแห่งวิทยาการ หมายถึงการรับรู้อย่างลึกซึ้งในองค์ความรู้ต่างๆ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ จิตนี้ยังหมายถึงการเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนแสวงหาความรู้(Lifelonglearing) เพราะในชีวิตจริงไม่มีทฤษฎีใดสามารถตอบโจทย์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดต้องอาศัยความรู้รอบด้านรวมทั้งการคิคเป็นทำเป็น
2. จิตปห่งการสังเคราะห์ หมายถึงความสามารถในการแยกแยะและจับใจความสำคัญจากความรู้ทั้งหมดแล้วนำมารังสรรค์ เป็นนวัตกรรมเป็นการต่อยอดความรู้ที่มีอยู่แล้วเกิดแนวคิคใหม่ๆที่ดียิ่งกว่าเดิม
3. จิตแห่งการสร้างสรรค์ หมายถึงการคิคนอกกรอบซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างทันทีทันใดไม่ใช่เรื่องปาฎิหารย์เพราะการเสกคาถาร่ายเวทย์ในโลกบนนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีจริงแต่ความคิคสร้างสรรค์จะเกิดได้จากฝึกหัดคมความคิคและการปฎิบัติอย่างสมำเสมอเท่านั้น
4. จิตแห่งความเคารพ หมายถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนให้เกียรติและเคารพความคิคของผู้อื่นเป็นการเปิดใจกว้างรับฟังทุกความคิคเห็นซึ่งลักษณะแบบนี้คนไทยมีมากอยู่แล้วเพียงแต่การนำมาใช้ควรผ่านการคิควิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อความถูกต้องและเหมาะสม
5. จิตแห่งคุณธรรม หมายถึงการคำนึงคุณประโยชน์ที่เกิดขึ้นของทุกฝ่าย(Thing win-win) จิตแบบนี้มีอิทธิพลมากต่อชีวิตในปัจจุบันอย่างมากเช่นการทำ CSR (Corporate social respongsibility) คือการทำความดีตอบแทนสังคมซึ่งการทำ CSR นี้บริษัทเอกชนนิยมทำกันมากในปัจจุบัน
คิคว่าแนวคิคเรื่อง 5จิตคิคเพื่ออนาคต จากหนังสือกรุงเทพธุรกิจ ที่ผมอ่านมาคงเป็นประโยชนฺไม่มากก็น้อย