ช่วงนี้เหมี่ยวได้เดินทางไปติดตาม คุณครู ที่เป็นสมาชิกเครือข่ายพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นท่องเที่ยว จังหวัดพิษณุโลกในเครือข่ายเรารักพระราชวังจันทร์ซึ่งมีโรงเรียนจ่านกร้องเป็นแม่ข่ายค่ะ เลยทำให้ได้เรียนรู้และรู้จัก Best Practice หลายเรื่องจากโรงเรียนที่เป็นลูกข่ายค่ะ  

                              สำหรับวันนี้ขอเล่าเรื่อง โรงเรียนท่าทองวิทยาคม นะคะ ที่นี่เค้ามีระบบดูแลนักเรียนที่ ได้รับรางวัลดีเด่นติดต่อกันมาหลายปีค่ะ ซึ่งพอฟัง อาจารย์วิสูตร และอาจารย์ศิริกุล ทีมงานพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นท่องเที่ยวของโรงเรียนท่าทองวิทยาคม เล่าให้ฟังค่ะ เลยพบความสำเร็จเล็กๆ ที่ซ้อนอยู่ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้สนใจได้นะคะ

                             "....ครูที่นี่เราออกเยี่ยมบ้านเด็ก คนละไม่เกิน 20 คน ซึ่งมีแบ่งกันตามหมู่บ้าน หรือตำบลเลยทำให้เยี่ยมได้ทั่วถึง ......บางครั้งข้อมูลที่เราได้ ต้องถามเพื่อนบ้านด้วย ถ้าถามแต่เด็กกับผู้ปกครองก็ไม่ค่อยบอกหมด แต่ถ้าถามคนแถวนั้นเค้าจะเล่าให้ฟังถามหลายๆ บ้านแล้วก็ทำให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กมากขึ้น....ทำให้รู้จักเด็กจริง...."

                              ตรงนี้เหมี่ยวเลยถามท่านอาจารย์วิสูตรต่อว่า กิจกรรมเยี่ยมบ้านแบบนี้ทำให้อาจารย์ได้รู้จักท้องถิ่น หรือได้ข้อมูลในชุมชนเพิ่มขึ้นไหมคะ อาจารย์ก็ตอบว่า ใช่ ทำให้ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น และรู้จักพื้นที่ดีขึ้น

                       ตรงนี้เลยมาคิดต่อ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นการตีความเองหรือไม่ แต่คิดว่าการตีความนี้น่าจะมีประโยชน์มากกว่าเลยขออนุญาตตีความเอาเองว่า

                        ปัญหาหนึ่งที่พบในการติดตามลูกข่ายคือ ครูขาดการลงชุมชน ขาดทักษะการหาข้อมูลที่เป็นบริบทของโรงเรียนอย่างจริงจัง  ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่จากภาระงานประจำ และเหตุผลส่วนตัว

                        ซึ่งหากพิจารณาแล้ว ปัญหานี้สามารถแก้ได้ โดยการเสริมสร้างทักษะวิจัยให้กับครูได้ด้วยงานประจำที่ทำอยู่คือ ระบบติดตามดูแล เยี่ยมบ้านนักเรียนที่ครูดูแลอยู่ เป็นการฝึกการวิจัยภาคสนามได้เป็นอย่างดีทีเดียว ซึ่งทักษะหนึ่งที่ครูต้องฝึกคือ การสัมภาษณ์ การสังเกต การจดบันทึก และสามารถทำงานอีกอย่างได้คือ การเรียนรู้พื้นที่หรือชุมชนที่เป็นบริบทของโรงเรียนได้ ซึ่งตรงนี้จะสามารถนำข้อมูลมาพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การจัดแหล่งเรียนรู้ และการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นของครูได้ โดยไม่ต้องแบ่งเวลาหรือละทิ้งจากภาระการสอนหรือหน้าที่ประจำในโรงเรียนออกมาหาข้อมูล

                         ซึ่งหากมองในมุมมองของ KM ก็จะต่อด้วยการมานั่งคุยกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกี่ยวกับนักเรียนเพื่อให้การช่วยเหลือและติดตามต่อไป และเรียนรู้เรื่องชุมชน ซึ่งอาจมีเรื่อง "ภูมิปัญญา" มาเป็นประเด็นที่สนใจร่วมกันก็ได้ เรียกว่า มีเป้าหมายที่จะหาข้อมูลชุมชน หรือ จะเป็นเรื่องเล่าต่างๆ ก็ได้เหมือนกันแล้วแต่ทางทีมคุณครูจะสนใจเรื่องอะไรในชุมชน กิจกรรมตรงนี้อาจจะทำให้กิจกรรมการเยี่ยมบ้านนักเรียน มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นได้

                          ตรงนี้ครูที่สามารถเก็บข้อมูล และมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยเชิงคุณภาพที่ครูสามารถทำได้ อาจพัฒนาเป็นผลงานวิชาการซึ่ง ผลงานชนิดนี้ จะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริง แต่อาจจะไม่เห็นว่าไปพัฒนานักเรียนอย่างชัดเจน แต่การทำผลงานวิชาการแบบนี้น่าจะส่งผลต่อ  เจตคติที่ครูมีต่องานประจำ คือการเยี่ยมบ้านนักเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือแหล่งเรียนรู้ อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครูในโรงเรียนดีขึ้นเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนางานและการเรียนการสอนมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาวิชาชีพในที่สุด ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่นักวิชาการหรือสนใจการพัฒนาวิชาชีพครู น่าจะกลับมาให้ความสนใจ นอกจากประเด็นการพัฒนาผลงานวิชาการที่เป็นนวัตกรรมของครู ซึ่งตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่หนึ่งที่อยากจะศึกษาและถามกับตนเองเสมอว่า การพัฒนาผลงานทางวิชาการของครู จะสามารถพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนได้จริงหรือ ซึ่งมันมีผลกระทบอะไรกับการจัดการศึกษาในโรงเรียน และสุดท้ายเป็นคำตอบของการพัฒนาวิชาชีพครูหรือไม่

                           ซึ่งถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ ท่านที่เป็นครูหลายท่านที่กำลังเร่งทำผลงานสุดกำลัง คงจะมีคำตอบอยู่ในใจท่านแล้วนะคะ ซึ่งเหมี่ยวเองพอได้ถามครูหลายท่านที่รู้จักทั้งใกล้ตัวและที่รู้จักก็ตอบว่าดี ครูก็ได้ เด็กก็ได้ แต่ถ้ามีระบบหรือมีเวลามากกว่านี้ก็คงทำได้จริงๆ ดีกับเด็กจริงๆ แต่ครูต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพัฒนานวัตกรรม แล้วก็ไปวิ่งหานักวิชาการตรวจผลงานให้ แล้วก็ยังเหนื่อยที่ต้องไปบีบบังคับให้นักเรียนเรียนและทำคะแนนให้ได้ผล

                           ตรงนี้ใช่หรือไม่ ท่านที่เป็นครูหรือเป็นบุคลากรในการศึกษาเชื่อว่าคงมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่ถามว่าครูที่เก่งๆ แล้วทำได้ เด็กได้จริงๆ มีไหม เท่าที่เดินอยู่บนเส้นทางการศึกษาทำให้เหมี่ยวพบครูเก่งๆ หลายท่านที่สามารถทำได้

                           แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่น่าสังเกตคือ ครูที่ทำได้ เป็นผู้ที่มีกระบวนการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้อย่างไม่ท้อ อีกปัจจัยหนึ่งคือ การมีทีมงาน ช่วยงานทำเรียนรู้ร่วมกันเป็นบรรยากาศที่มาจากความรู้ในตัวครูหลากหลายความถนัด เช่น อาจารย์สุนันทา สุนทรประเสริฐ ที่โรงเรียนสุพรรณภูมิ และอาจารย์กัลยา แตงขำ ที่โรงเรียนบ้านใหม่ ราชบุรี ค่ะ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของศึกษาศาสตร์ มน. ทั้งสองท่าน ซึ่งท่านทั้งสองได้รับรางวัลเหรียญทอง คุรุสภา ปีที่ผ่านมาด้วยค่ะ

                        สุดท้าย battery ของ Notebook จะหมดแล้ว จึงขอเล่าให้ฟังใหม่ในบันทึกหน้านะคะ เลยไม่ได้สรุปเรื่องวันนี้เลย ยังไงแล้วช่วยติดตามต่อไปนะคะ จะนำมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ ค่ะ