ความรักที่เริ่มต้นด้วยความดีงาม และคุณธรรมไม่มีวันตายไปจากความทรงจำ
เข้าใจความรักกันอย่างไร? ในวันวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีจะมีประเพณีแบบชาวตะวันตกที่สืบทอดกันมาจนเกือบจะกลายเป็นประเพณีไทยอย่างหนึ่งไปแล้ว คุณกฤษณา พันธ์มวานิช ( มีต่อ )
ได้เขียนไว้ใน นสพ.มติชนรายวัน ฉ.วันนี้ว่า ความรักนั้นคือความปรารถนา มีอยู่สองทิศทางคือปรารถนาที่จะได้และปรารถนาที่จะให้ สิ่งที่ปรารถนา คือความสุข การสร้างความปรารถนาในจิตใจเป็นการสร้างความรักที่เกิดจากความสุขในใจที่ได้ปรารถนาที่จะรักถึงแม้จะพบกับความผิดหวัง ความรักนั้นเกิดจากพื้นฐานความรู้สึกของมนุษย์ จึงมีผู้จัดระบบการพัฒนาของความรักไว้ 3 ระดับ คือ
1.รักที่ปรารถนาจะได้อย่างเดียว รักแบบนี้อยู่บนพื้นฐานของจิตใจที่ยังขาดพร่องไม่สมบูรณ์ จะหวังได้อย่างเดียว 2.รักที่ปรารถนาจะให้อย่างเดียว รักแบบนี้จะอยู่บนพื้นฐานของจิตใจที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่หวังสิ่งตอบแทน มีความสุขที่ได้รัก 3.รักที่ปรารถนาจะให้และต้องการได้ รักแบบนี้อยู่บนพื้นฐานของจิตใจระดับกลางๆทั่วไป ยินดีในการให้ช่วยเหลือเกื้อกูลในขณะเดียวกันก็ต้องการได้รับความรักตอบแทนคืน
ความรักที่ทำให้เกิดความดีงาม มี 7 ประการ จะขอเขียนสั้นๆ ดังนี้
1.รักงาน คนเราต้องรักในอาชีพของตนจึงจะประสบผลสำเร็จในการทำงาน
2.รักความสุข ให้ครองชีพโดยสุจริตดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
3.รักความก้าวหน้า ต้องใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา ตื่นตัวอยู่เป็นนิจ
4.รักชาติ สร้างความสามัคคีประเทศต้องการความมั่นคง จึงต้องสร้างความสามัคคีรักชาติให้มากกว่ารักตนเอง
5.ทำงานด้วยความพิจารณา ทำกาย วาจาและทำใจให้สะอาด
6.รักศาสนา ทุกศาสนาสอนคนให้เป็นคนดี จงทำกาย วาจา และทำใจให้สุจริต
7.รักความสงบ สร้างความดี มีศีลธรรม และบำเพ็ญประโยชน์
ผู้ที่ใช้ชีวิตที่สงบไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเป็นผู้ที่มีความรักที่ดี อยากให้เยาวชนของเรามีมุมมองเรื่องของความรักในทางที่ถูกต้อง ไม่คิดถึงความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวแต่จงมองถึงความรักของพ่อ แม่ ความรักระหว่างเพื่อน ความรักระหว่างพี่ น้อง ให้ความรักนั้นเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต อย่าให้ความรักเป็นยาพิษทำลายชีวิตของเรา
จะทำอะไรขอให้ผู้ใหญ่รับรู้ ขอให้น้องๆทุกคนได้เติบโตด้วยความรักที่ดีงาม เป็นคนไทยที่มีคุณภาพช่วยกันสร้างความมั่นคงให้ชาติไทย ด้วยความรักความสามัคคี รักความสงบ
Happy Valentine ' s Day to mem' Go 2 Kn.
ไทย
ขอบคุณคุณอำนวย ยินดีต้อนรับ G 2 K จากแดนไกลสู่แดนเหนือสุด
มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "ความรัก พลังแห่งเมตตา" ของ ชุติปัญโญ อ่านแล้วทำให้เข้าใจความรักมากขึ้นค่ะ
มาขอแก้..ข้างบนค่ะ "ความรัก พลังแห่งเมตตา" เขียนโดย ปิยโสภณ ต่างหาก ขอประทานอภัย หนังสือ "ความสุขที่หายไป ตามกลับคืนได้หรือยัง" เขียนโดย ชุติปัญโญ ^^
น่าอ่านทั้งสองเล่มค่ะ ....
ไม่เป็นไรค่ะ ชื่อหนังสือน่าอ่านอยู่แล้ว ขอบคุณที่แนะนำ
*****ความรักเป็นสิ่งสวยงาม สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ****
ฝากให้พี่น้องชาว g2k ทั้งหลายที่ยึดคานเป็นบ้าน
คุณขจิต นำทีมลงจากคานได้แล้วๆๆๆๆๆๆจ้า
รู้สึกว่าจะคุ้นๆ เคยเห็นชื่ออาจารย์แนะนำหนังสือเรื่อง "ความสุขของกะทิ" อยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่จำไม่ได้แล้วค่ะ ดีนะคะ อ่านแล้วจินตนาการภาพตาม ^^
"ความรัก" งดงามเสมอค่ะ แต่ทีมชมรมแห้วคลับก็ยังเหนียวแน่น ไม่ลงจากคานกันเสียที ถึงแม้ท่านพี่ขจิตจะอยากลงที่สุดก็เถอะ อิอิ
อากาศตี้เจียงใหม่เพี้ยนๆ ค่ะ..
น้องเนปาลีเจ้า ปี้เคยแนะนำหนังสือ "ความสุขของกะทิ" ที่ web.km ของเขตพื้นที่เจ้า ขอยกให้เป็นยอดนักท่อง web.นะคะ เป็นการใฝ่หาความรู้ ประสบการณ์ที่ใช้ต้นทุนต่ำสุด ดีใจที่เห็นน้องใช้เวลาว่างเกิดประโยชน์สูงสุด