การแก้ปัญหาความขัดแย้งในองค์กร : การแก้ปัญหาของบุคคลากรระดับผู้รับคำสั่งและปฏิบัติงาน

  ติดต่อ

   " ยอมเหนื่อยกาย แต่สบายใจ ดีกว่า เหนื่อยใจ แต่สบายกาย "  

       ภาคต่อของบันทึกเรื่อง " การแก้ปัญหาความขัดแย้งในองค์กร " 

 "... บางครั้งคนเราต้องยอมเจ็บเพื่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ดีกว่า ..." 

 

         ที่กล่าวถึงการบริหารงานระดับ " ผู้สั่งการ "  ที่มีจุดมุ่งหมายให้การดำเนินการภายในองค์กรเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น แม้บางครั้งต้องสั่งการงานไปโดยที่ขัดต่อความรู้สึกส่วนตัว แต่ก็เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบบและและบุคลากรที่ปฏิบัติงานร่วมในองค์กร

 

 

  แต่ในส่วนของบุคลากรระดับ" ผู้รับคำสั่งและปฏิบัติงาน "

             ที่มีหน้าที่ลงมือปฏิบัติงานโดยตรง  ถือเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด ในระบบการบริหารจัดการ  ( มีหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า  " ลูกน้องของเรา ที่ทำงานให้เรา เราถือเป็นหัวหน้าของเรา ทุกคนเป็นผู้มีบุญคุณกับเรา เราให้เกียรติในการตัดสินในของเขาทุกคน  เพราะเขาทำงานให้เรา ถ้าไม่มีเขาเราก็ไม่สามารถมีชีวิตอย่างทุกวันนี้ได้ "  เป็นคำกล่าวของมหาเศรษฐี เจ้าของกิจการ )   บุคลากรระดับผู้ปฏิบัติงาน เป็นหน่วยงานที่ต้องลงมือปฏิบัติจริง ต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า  หรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่หน้างาน เป็นผู้ทำวิถีทางเพื่อให้งานบรรลุจุดมุ่งหมายและผลงานออกมาดีที่สุด 

 

       ปัญหาความขัดแย้งในการทำงานระดับนี้ก็มีเหมือนกัน แต่ มีไม่มากนักเพราะส่วนใหญ่เน้นที่ผลของงานให้สำเร็จเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลมากนัก จะทำงานขัดกับนโยบายการบริหารงานก็ไม่ได้  อยู่ในสภาวะที่ต้องจำยอมต้องทำให้ได้และต้องออกมาให้ดีที่สุด  การวางแผนงานระดับนี้ควรวางแผนงานเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติเท่านั้น โดยยึดหลักนโยบายการบริหารงานขององค์กรเป็นที่ตั้ง รายละเอียดการดำเนินการ วิธีการ หรือ กระบวนการ สามารถเปลี่ยนแปลงและแก้ไขได้ตามสถานการณ์ที่หน้างาน   

 

" ต้องยอมเหนื่อยกาย เพื่อความสบายใจในการทำงาน ดีกว่าเหนื่อยใจขณะที่ปฏิบัติงาน " เป็นหนทางเดียวที่จะทำบรรลุจุดมุ่งหมาย และ ผลงานออกมาดีที่สุด  

 

 

     "   คนทำงานสบายใจ งานเดิน คนทำงานไม่สบายใจ งานชะงัก "

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูพละ

หมายเลขบันทึก: 165203, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-23 19:21:20+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #บุคลากร#ครูพละ#โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์#การบริหาร จัดการ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (7)

สวัสดีค่ะ...แวะมาทักทายค่ะ

แล้วถ้าคนทำงานไม่ลืมหูลืมตาว่าโดนเอารัดเอาเปรียบหละคะทำไงดี

สักแต่ใช้งานจนไม่คิดถึงความรู้สึกของคนรอบข้างหละเราควรจัดการไงคะ

หรือทำจนลืมไปว่ามีคนทุกข์ร้อนอยู่ข้างหลังหละ

บางทีหัวหน้างานบางคนก็เอาเปรียบลูกน้อง

ใช้งานเพราะถือว่าลูกน้องทุ่มเท มุ่งมั่น ก็ตะบี้ตะบันใช้

ป่วยก็ไม่เคยแล ให้คนข้างหลังคอยประคบประหงมต่อไป

555  งง  งง หละซิคะ  แค่อยากมาบอกว่า...โลกเรามันแปลกค่ะ

คนทำงานที่ตัวเองชอบก็มักไม่ได้อะไรจากงานนั้น

ไม่ว่าความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ หรือความก้าวหน้าของชีวิต

สรุปว่า  ทำเกือบตาย ไม่ได้สร้างชีวิตให้กินดี อยู่ดีเลย 

มีแต่สร้างความเสื่อมโทรมให้ชีวิต ผิดกับหัวหน้างานบางคน อิอิอิ

ขอบคุณค่ะ..สำหรับเวทีแบ่งปันนี้ ว่างๆ ขอเป็นโต้วาที ว่าด้วย

ครอบครัวกับงานสิ่งไหนสำคัญกว่ากันหน่อยนะคะ

จะลงทะเบียนโต้คนแรกเลย

  ขอบคุณครับ...ครูน้ำผึ้ง...ที่แวะมาทักทาย

  

             เรื่องกายใช้งานลูกน้องโดยไม่สนใจ ว่าชีวิตส่วนตัวและชีวิตครอบครัวเขาจะเป็นอย่างไร ผมว่าเป็นข้อเสียของหัวหน้างานคนนั้นมากกว่า แต่ถามว่า  " เราทำอะไรได้ใหม "  ทำได้ครับ "ทำใจไงครับ"  คนทำงานที่อยู่ภายในบังคับบัญชาระดับรับคำสั่งและปฏิบัติงาน  ตอบโต้ได้ใหม " ได้ครับ "  แต่ถ้ามีผลกระทบต่อองค์กรละก็  อย่าดีกว่าครับ  สักวันเขาจะเข้าใจเราเอง  ถ้าไม่เข้าใจแสดงว่า ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาบ่มให้เป็นคนอย่างนี้

              บางครั้งเราต้องทำงานเพื่อองค์กรอย่างเต็มที่  ผลต่อองค์กรที่ออกมาน่าพอใจ แต่เรากลับไม่ได้อะไรเลย   ผมก็น่าจะอยู่สภาวะเดียวกับคนที่กล่าวถึง ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองอยู่ทุกวันครับ ลองเอาคำนี้ไปใช้ปลอบใจตัวเอง ดูนะครับ 

" เราต้องทำงานเพื่อสังคม ถึงสังคมจะจ้องเอารัดเปรียบเราก็ตาม "   

ใช่ใมครับ

 

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณค่ะที่ชี้แจงแถลงไข but...คนอย่างน้องน้ำผึ้งผู้ที่ใครๆคิดว่าหวานๆ นี่แหละ  พอเข้าตาจน อดทนไม่ได้ก็ยอมลุยค่ะ และตั้งปณิธานไว้แล้วว่าต้องประกาศให้โลกรู้ว่ามันไม่ใช่หนะกิ๊บ...555  มันต้องเรียกร้องเอาความยุติธรรมคืนมาให้กับหัวอกผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

 

น่าสนใจดีน่ะ  เพราะจะได้นำไปปฏิบัติในองค์กร  ฮิๆๆๆๆๆๆ  อยู่กัน  2  คน

OTOX
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

น่าสนใจ แต่อยากเสนอความคิดเห็นสักนิด น่าจะคำนึงถึงเรื่องการทำงานเป็นทีม น่าจะมีทางออกใด้บ้างนะครับ

    อย่างน้อยที่สุดทีมงานตามทฤษฏี มีการยืนยันว่าสามารถลดความขัดแย้งได้แน่นอนครับ

ขอบคุณครับ...คุณ OTOX... ชื่อแปลกดีนะ

กลไกของการทำงานของหน่วยงานทุกหน่วยงานทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง ทุกคนเป็นกลไกหนึ่งขององค์กร ที่ช่วยทำให้การขับเคลื่อนขององค์กรเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ การบังคับกลไกต่างๆ ต้องมีเฟืองหลักเป็นตัวควบคุมเฟืองเล็กให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฟืองหลักเคลื่อนที่เฟืองเล็กก็ต้องเคลื่อนที่ตามด้วย

เฟืองหลักรับคำสั่งจากสมองกลที่ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ใหญ่ และสมองกลจะมีคนขับที่คอยควบคุมอีกหนึ่งต่อ ... (ซับซ้อนจังเนาะ)

แต่การทำงานในองค์กรไม่ใช่เครื่องยนต์ แต่มีกลไกการทำงานคล้ายกัน มีสิ่งที่ซับซ้อนมากกว่าเครื่องจักรกลหลายเท่าคือ จิตใจ,คำพูดและการทำความเข้าใจธรรมชาติของงานขององค์กร ( จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง )

มีโจทย์ 2 ข้อให้คิดเล่น ๆ ที่ต้องคิดสำหรับเฟืองหลัก

1. ทำอย่างไรถึงจะทำให้องค์เคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ทำอย่างไรการเคลื่อนที่ขององค์กรที่มีประสิทธิภาพ จะส่งผลต่อเสียเฟืองเล็ก ๆ และเฟืองใหญ่ที่เชื่อมต่อกับกลไกอื่นให้น้อยที่สุด ( การส่งผลกระทบและความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ )

เพราะฉะนั้นในทีม... ( แต่ละกลไก ) ต้องเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน เฟืองเล็กสะดุด...เฟืองใหญ่...ชะงัก...แต่เฟืองใหญ่...จะให้การเคลื่อนที่..หยุด..ไม่ได้ต้องหาวิธีการให้เคลื่อนไปข้างที่ต่อไปได้ แม้บางคร้งจะต้องเปลี่ยนเฟืองบางตัวใหม่หรือถอดเฟืองตัวใดตัวหนึ่งไปซ่อม หรือแม้แต่การตัดเฟืองอกจากระบบให้ทำงานอย่างอิสระเพื่อให้การเคลื่อนที่ส่งผลต่อเครื่องยนต์หลักและทั้งระบบน้อยที่สุด เพราะอาจจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงกับเคลื่อนที่ทั้งระบบเลยก็ได้

...อธิบายซะยาว...เลย...งง...ใหมเนี่ย...

OTOX
เขียนเมื่อ 

ครับ.. หาได้งงไม่ แต่อย่างไรก็ยังนำพา...(บ้าละครไปหน่อย)  ขอบคุณสำหรับคำอธิบาย ก็เข้าใจครับ ว่าองกรณ์ก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรกลใหญ่ๆ 1 ตัวเนาะ ประกอบด้วยฟันเฟือง........ดังที่ท่านได้อธิบายแหละ ถูกต้องแหละครับ ........  วันนี้มีคำพูดของอาจารย์ประเวศ (ขออนุญาตนะครับเนื่องจากเขียนนามสกุลไม่ถูกเลยไม่กล้าเขียน) ราษฎรอาวุโส (อ่านเจอในบทให้สัมภาษณ์ หนังสืออะไรจำไม่ได้ครับ) ...ผู้บริหาร(คงหมายถึงเฟืองหลักที่ท่านกล่าวถึงนิ)ต้องมี 4 ใจ ครับ 1 ใจกว้างครับ 2 ใจใหญ่ 3 ใจเย็น และ 4 ทำใจครับ วันนี้หมดเวลาครับ คราวหน้าจะมาอธิบายต่อครับว่า 4 ใจคืออย่างไร

                                          ขอบคุณและสวัสดีครับ