เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑) บุญ พงษ์มา ทนายความตีนเปล่าแห่งคลินิคแม่อาย และผู้ช่วยนักวิจัยของเราโทรมารายงานว่า หนึ่งในกรณีศึกษาของเรา "นางใบ๋ ลุงอ่อง" ป่วยไปขอรับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสวนดอก เมื่อตรวจรักษาแล้ว เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะขอเก็บค่ารักษาพยาบาล แต่นางใบ๋ไม่มี โรงพยาบาลเลยไม่ยอมให้ออกจากโรงพยาบาล นางใบ๋จึงโทรหาครอบครัวที่แม่อายเพื่อขอความช่วยเหลือ และครอบครัวได้โทรมาร้องขอความช่วยเหลือจากบุญ
นางใบ๋เป็นคนอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านร่มไทยหมู่ ๑๔ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ แม่ของนางใบ๋ มาขอความช่วยเหลือทางกฎหมายที่คลินิคแม่อาย ด้วยว่า นางใบ๋ประสบความไร้รัฐและความไร้สัญชาติ
ปัญหาสุขภาพของนางใบ๋ ก็คือ ตอนนี้ นางใบ๋ ลุงอ่องได้ไปรักษาตาอยู่ที่โรงพยาบาลสวนดอก ชั้น ๙ แผนกตา วิธีการรักษา ก็คือ การเอายาหยอดตา การให้กินยา และการเย็บที่หนังตา
เมื่อการรักษาพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว โรงพยาบาลสวนดอกบอกให้นางใบ๋กลับบ้านได้ แต่นางใบ๋จะต้องเอาเงินไปจ่ายค่ารักษาก่อน นางใบ๋ไม่มีเงิน ทางโรงพยาบาลจึงให้นางใบ๋มานอนที่เตียงเสริม และยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้จนกว่าจะจัดการหนี้ค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลได้ก่อน
แล้วทำไมนางใบ๋ไม่มีเงิน ? คำตอบ ก็เพราะนางใบ๋ยากจน
แล้วทำไมไม่ใช้บัตรทอง ? คำตอบ ก็เพราะนางใบ๋ไม่มีสัญชาติไทย จึงไม่อาจใช้สิทธิในหลักประกันสุขภาพ
แล้วนางใบ๋จะทำอย่างไรต่อไป ? คำตอบ ก็คือ นางใบ๋ก็คงต้อไปทำสัญญารับสภาพหนี้ค่าใช้จ่ายนี้กับโรงพยาบาล และนำเงินมาจ่ายเมื่อมีความสามารถที่จะจ่ายได้ และหากนางใบ๋ยังไม่มีความสามารถที่จะจ่ายได้ โรงพยาบาลจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายนี้เอง
แล้วโรงพยาบาลจะทำอย่างไร ? คำตอบ ก็คือ โรงพยาบาลควรจะต้องขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้เงินสงเคราะห์ดังกล่าว หรือพยายามก่อตั้ง “กองทุนชุมชนเพื่อสุขภาพ” ซึ่งหลายที่ก็ทำกัน อาทิ โรงพยาบาลระนอง โรงพยาบาลสังขละบุรีในยุคหนึ่ง แต่ที่โรงพยาบาลต้องไม่ทำ ก็คือ การปฏิเสธที่จะรักษาพยาบาล
ถึงเวลาแล้วมังนะที่อาจารย์ชลฤทัยจะต้องสอนให้บุญเจรจากับโรงพยาบาลในเรื่องนี้ และถึงเวลาแล้วที่ อ.แหววและทีมวิจัย Health4Stateless ของ อ.ดรุณีจะต้องช่วย สวปก. ที่จะพัฒนา “องค์ความรู้เกี่ยวกับหลักประกันสุขภาพแก่คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในสังคมไทย”
บุญฝากเบอร์โทรศัพท์ของฝ่ายสงเคราะห์ของโรงพยาบาลสวนดอกไว้ค่ะ ๐๕๓-๙๔๕๖๕๙ และ ๐๕๓-๙๔๕๖๕๐ ทีมวิจัยควรจะต้องหาใครไปสัมภาษณ์ฝ่ายนี้แล้วค่ะ
ทีมเราตอบโจทย์วิจัยของเราแล้วว่า รัฐไทยควรมีระบบคิดเกี่ยวกับหลักประกันสำหรับคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในสังคมไทย การปฏิเสธสิทธินี้โดยสิ้นเชิง คงมิใช่สิ่งที่ถูกต้องทั้งในแง่มนุษยธรรมและกฎหมายที่ผูกพันรัฐไทย รัฐไทยควรจะยอมรับให้หลักประกันสุขภาพแก่มนุษย์ทุกคนที่ปรากฏตัวบน
แต่การยอมรับที่จะให้หลักประกันสุขภาพในน้ำหนักเดียวกับคนสัญชาติไทยซึ่งอาศัยอยู่จริงในประเทศไทยที่กำลังดำเนินอยู่ “๓๐ บาทรักษาทุกโรค” ก็ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะความรับผิดชอบทางสังคมที่คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ “บางคน” ก็อาจยังไม่เท่ากับคนสัญชาติไทยซึ่งอาศัยอยู่จริงในประเทศไทย เราคงต้องคิดให้ออกถึง “ความสัมพันธ์ระหว่างระดับความรับผิดชอบทางสังคมและคุณภาพของหลักประกันสุขภาพ”
เอาใจช่วยพวกเราด้วยค่ะ
โทรหาพี่บุญมาค่ะ ได้ความคืบหน้าดังนี้คือเมื่อเย็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 พี่บุญได้ไปคุยกับฝ่ายสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลเดียวกัน ได้ทราบว่าน้องของคนไข้ได้บอกฝ่ายการเงินและฝ่ายสงเคราะห์เมื่อแรกรับว่ามีเงินหมื่นกว่าบาท ดังนั้นฝ่ายการเงินซึ่งไม่เชื่อว่าน้องคนไข้จะไม่มีเงิน จึง “ทวงถาม” ว่าในเมื่อบอกว่ามีเงิน ทำไมไม่จ่าย พี่บุญจึงอธิบายว่าน้องคนไข้และครแบครัวไม่มีเงินจริงๆ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่เชื่อ บอกให้เอามาจ่ายก่อนครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมด 13,000 บาทก่อน ทั้งน้องคนไข้เเละพี่บุญก็ยืนยันว่าไม่มี เจ้าหน้าที่ขอให้จ่าย 2,500 พี่บุญก็ยังมีติดตัวมาแค่ 1,500 บาทเท่านั้น จึงขอพบหัวหน้าห้องสงเคราะห์<div>
</div><div>เมื่อพบหัวหน้าห้องสงเคราะห์ พี่บุญได้อธิบายและยืนยันว่าทั้งครอบครัวและญาตินางใบ๋ไม่มีเงินจริงๆ บ้านก็มีฐานะยากจน หัวหน้าห้องสงเคราะห์จึงให้จ่ายเท่าที่มี เมื่อมีเงินแล้วค่อยมาจ่ายทีหลังก็ได้ พี่บุญจึงเทกระเป๋าจ่ายไป 1,500 บาท คนไข้ยังต้องตัดไหม ซึ่งพยาบาลบอกว่าให้ไปตัดที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน</div><div>
</div><div>พี่บุญเล่าว่าที่น้องนางใบ๋พูดอย่างนั้นเพราะระหว่างที่เดินทางไปโรงพยาบาล คนขับรถบอกว่าให้บอกหมอว่ามีเงิน ถ้าบอกว่าไม่มีจะไม่ได้รับการรักษา</div><div>
</div><div>นางใบ๋เป็นเพียงคนงานรับจ้างเก็บส้ม ที่เพิ่งเข้ามาใหม่เมื่อไม่กีปี ไม่มีการขึ้นทะเบียนเเรงงานใดๆ แต่จะบอกว่านางใบ๋ไม่มีประโยชน์กับสังคมไทย คงไม่ได้เพราะนางใบ๋ก็เสียภาษีทางอ้อม และยังทำให้ประเทศไทยได้แรงงานราคาแสนถูก </div><div>
</div><div>หากมองไปไกลกว่าเรื่องกฎหมายหลักประกันสุขภาพ การเป็นแรงงานราคาถูก ทำให้นางใบ๋ไม่สามารถจัดการชีวิตตนเองได้หลายอย่าง เช่นไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล ทั้งยังไม่สามารถต่อรองกับนายจ้างให้พาไปขึ้นทะเบียนได้อีกด้วย นอกจากการแก้ที่ลูกจ้างให้มีสิทธิด้านหลักประกันสุขภาพ เราอาจต้องคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานอื่นๆ และการคำนึงถึงนโยาบายการจ้าง”บุคคล” ต่างชาติมาเป็นเเรงงานไร้ฝีมือ ไม่ใช่คิดว่าพวกเขาเป็น”แรงงาน” ที่ด้อยสิทธิ ขาดความเป็นมนุษย์ </div>
ผมเป็นคนมาส่งของในโรงบาลคับ(พนักงานขับลิฟท์)มารยาท(ทรามมากๆ)โดยเฉพาะตึก(ศรีพัตน์)ลิฟท์ก้อไม่ดีห่วยแตกบริการก้อแย่พนักงานพูดไม่สุภาพผมอยากร้องเรียนกลัวไม่ได้เรื่องยังไงใครเคยไปใช้บริการลองดูๆเอานะคับแล้วจารู้อยากให้ทางโรงบาลดูๆหน่อยผมมาใช้บริการนะคับอยากให้อบรมพนักงานหน่อย
swadee khup.
iam thai thai khup i wan to know if i dont have more money to pay in the hospital alot money and i can pay for them every month.my brother he sick and he not to go hospital public.totol now 250,000 but i have to talk with hopital allredy.to pay everymonth but they not let my bother to go out of hospital what can i do about this please can give me some advice.i will be thanks you so much.
preecha.
โรงพยาบาลอะไรคะ