วันที่ 28/1/51
บ้านวังอ้อถูกจัดเป็นพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่โดยรวม 1,830 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ ต่อมาก็เริ่มมีการบุกรุกของคนเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าแต่ชาวบ้านในพื้นที่กลับไม่ให้ความสนใจ
จนกระทั่งปีพ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯได้เข้าไปจัดการอบรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่าจนชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาป่าต้นน้ำได้ อ.กาญจนาเป้นผุ้บุกเบิกในการจัดการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยการดำเนินงานขอทุนจากกองทุน CEF ชาวบ้านเริ่มเรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่มมีการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ชุมชน คือการเรียนรู้และรู้จักตนเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ช่วยเหลือตนเองให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์โดยแบ่งออกเป็น 7 ฐาน คือ ฐานแผนที่ ฐานไก่ป่า ฐานสมุนไพร ฐานทำลาย ฐานอนุรักษ์ป่าชุมชน ฐานเถาวัลย์ และฐานลำเซบายลุ่มน้ำที่สำคัญของชุมชน
โดยก่อนที่จะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการก็ต้องมีการซักซ้อมการพูด การบรรยาย จากนั้นเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้าท่องเที่ยวก็ทำให้พบกับทั้งปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงต่อไป โดยชาวบ้านจะทำการประชุม ถอดบทเรียนมีการจดบันทึกข้อมูลต่างๆเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชนให้สืบต่อไป
สิ่งที่ได้เรียนรู้
1.การจัดการฐานทรัพยากรของชุชนเป็นสิ่งที่สำคัญทำให้การบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่ามากที่สุดสร้างสิ่งที่ดีสู่ชุมชนทั้งด้านคามเป็นอยู่และสถานะทางเศรษฐกิจ
2.สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงคนในชุมชนชนบทดังนั้นใช่เพียงการใช้แต่ต้องมีการสร้างทดแทนที่สูยเสียไปเพื่อไม่ให้เกิดการเสียหายจนถึงขั้นของการสูญเสีย
3.คนในท้องถิ่นหากนิ่งและเพิกเชยกับปัญหาของชุมชนก็จะมีแต่ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมใช่การพัฒนาที่แท้จริงต้องรุ้จักต่อสู้เพื่อตนเองและชุมชนที่อยู่ดีมีสุข
4.ธรรมชาติให้ประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาลแต่หากมนุษย์ยังไม่ลดความเห็นแก่ตัวคอยทำลายต่อไปในอนาคตก็จะต้องเกิดการแย้งชิงทรัพยากรเหล่านั้นเพื่อความอยู่รอดสังคมก็ไม่เจริญก้าวหน้าต่อไปได้
5.การท่องเที่ยวเชิงนิเวศสามารถสร้างรายได้สู่ชุมชนได้อย่างมากและยังเป็นการเผยแพร่ถ่ายทอดความสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวได้เพื่อเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาแก่ชุมชนอื่นๆ
ฐานทรัพยากรกับการพัฒนาชนบทการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องอาศัยปรัชญาเศรษบกิจพอเพียงในการพัฒนาคน และเพิ่มผลผลิตและการรู้จักตนเองยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีไว้ใช้ได้อ่างยาวนาน ทั้งนี้การใช้ทรัพยากรต้องมีผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนโดยเน้นแนวทางดังนี้
1. รักษาฐานทรัพยากรและรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
2. ควบคุมมลพิษ
3.พัฒนาคุณค่าและความหลากหลายรวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยคำนึงถึงการผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างประหยัดและสะอาดกำกับด้วยความจริงใจเพื่อชุมชนที่อยุ่ดีมีสุขต่อไป
ฐานทรัพยากรท้องถิ่น
ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
pa_daeng · 5 ก.พ. 2551
ลูกหยี · 5 ก.พ. 2551
ตะวันหว้ากอ · 5 ก.พ. 2551
อาจารย์พนม · 5 ก.พ. 2551
นาย ประสิทธิ์ อุทธา · 5 ก.พ. 2551