อันที่จริงผมเตรียมเขียนใบงานไว้ประมาณ 4 ชุด  สำหรับ 4 exercises   ถ่ายเอกสารเอาไปเรียบร้อย  เพราะเห็นว่าจัด workshop นอกสถานที่  เครื่องถ่ายสำเนาคงหายาก  (แต่ที่จริงกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เข้าเอาไปด้วยครับ)   แต่พอถึงวันจริงไม่ได้ใช้เลยครับ   เพราะต้องปรับ excercise ใหม่หมดเลย

จากที่ได้เกริ่นเอาไว้ในบันทึกก่อนหน้านี้แล้วว่า   เรื่องเล่าที่ออกมาจากกลุ่มย่อยครั้งแรกในบ่ายวันที่ 24 มกราคม นั้น   ส่วนใหญ่ยังเป็นเรื่องใหญ่ๆ   สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติที่เจอครับ   เวลาให้ใครลองเล่าเรื่อง  รอบแรกเขาจะไม่ค่อยนึกถึงเรื่องเล็กๆ  ไม่ทราบว่าเพราะอะไรเหมือนกัน  ทั้งๆ ที่เราเขียนขึ้น powerpoint บอกก่อนล่วงหน้าแล้วว่า  ขอให้เป็นเรื่องเล่าเล็กๆ  

และให้การบ้านแต่ละกลุ่มเขียนเรียบเรียงเรื่องเล่าที่ได้จากกลุ่มย่อย  ส่งวันรุ่งขึ้นด้วย

excercise ในวันต่อไปจึงต้องหาวิธีทำให้เขาขุดเรื่องเล็กขึ้นมาให้ได้   

เช้าวันที่ 25 ม.ค.  ก่อนทานอาหารเช้า  ผมเดินไปแวะดูห้องประชุมก่อน    เห็นทางโรงแรมจัดไว้ให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย    จัดโต๊ะเป็นกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม  มีโต๊ะวางเป็นตัว U พร้อมเก้าอี้     หน้าห้องมี podium   มีโต๊ะสำหรับวิทยากรบรรยายพร้อมดอกไม้สวยงาม     ผมเดินเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่โรงแรมปรับรูปแบบห้องใหม่  เห็นใจคนจัดเหมือนกันครับ   แต่ดูแล้วบรรยากาศมันเป็นทางการมากไปหน่อย   คงต้องลดดีกรีลงหน่อย   เลยขอเป็น ปูผ้า (ปูที่นอน) ครึ่งห้อง  และตั้งโต๊ะเก้าอี้  5 กลุ่ม  อีกครึ่งห้อง    แต่เสียอย่างเดียว  ขอหมอนไม่ได้   ทางโรงแรมเขาไม่มีหมอนสำรอง   เลยต้องใช้วิธีแจ้งให้ผู้เข้าร่วมทราบว่าใครอยากนั่งสบายก็ให้เอาหมอนที่ห้องพักมาเองแล้วกัน

excercise แรกของวันที่ 25 ม.ค. ที่ระยอง    อุ่นเครื่องแบบสบายๆ ชวนกันมานั่งพื้นที่ปูผ้าเอาไว้   และเริ่มด้วยการ พาทำ BAR (Before Action Review)   บอกความคาดหวังส่วนตัวของแต่ละคนว่าที่ต้องทิ้งงานมาเข้า workshop นี้   เขาต้องการได้อะไรกลับไปบ้าง?

เริ่มด้วยคน  น้องสุภาพสตรีที่อายุน้อยที่สุด  ที่มาจากฝ่าย กพร. -  กรมฯ   พอน้องเริ่มบอกความในใจ   อาจารย์วิจารณ์ก็ขออนุญาตคั่นกลาง    ด้วยคำแนะนำเพิ่มเติมว่า   ควรบอกความคาดหวังที่เฉพาะเจาะจงอีก  เพราะไม่อย่างนั้น   หลายคนก็จะบอกแค่ว่า   "ได้ความรู้เอาไปใช้กับงาน"   ซึ่งมันกว้างมาก   แต่ควรบอกว่าความรู้ที่จะเอาไปใช้นั่นนะ  คือความรู้อะไร   เอาไปใช้กับงานอะไร  อย่างนี้เป็นต้น     น้องสุภาพสตรีท่านนี้ก็เริ่มใหม่  และเธอก็บอกความในใจของเธอได้ชัดเจนขึ้น  แล้วก็หมุนเวียนไปยังผู้เข้าร่วมท่านอื่นต่อไป   เท่าที่ผมบันทึกเอาไว้ทันก็มีดังนี้ครับ....

อยากได้เครือข่าย, ได้เพื่อนวงเล่า (หรือเหล้า อันไหนไม่แน่ใจครับ), KM คืออะไร - เอาไปใช้ได้อย่างไร, อบรมแล้วจะใช้ได้หรือเปล่า, ได้ประสบการณ์จากพี่ๆ, ได้ใช้กับงานที่ต่างจังหวัด, แก่น  หลัก KM, ไปต่อยอดสร้าง KPI, ได้ความรู้ที่ไม่มีในตำรา, KM เป็นตัวเชื่อมประสานคนในกรมฯ, จัดตั้งเครือข่ายหลังอบรม, พักผ่อน, ขับเคลื่อน COP งาน กพร. ในกรมต่อ, เอาไปใช้กับงานประเมินมากขึ้น,  KM และ KPI เชื่อมโยงกันได้อย่างไร, ความรู้จากประสบการณ์จากหลายๆคน, เทคนิคการจดบันทึก, ได้พูดคุยกันมากขึ้น, รวมกันเป็นกลุ่มย่อย  

ก่อนที่จะเริ่มรายการใหม่   ผมเสนอให้แต่ละคน "check-in"  เป็นเทคนิคที่แอบลักจำ ตอนที่"ครูใหม่"  พัก (ครูวิมลศรี  ศุษิลวรณ์   จากโรงเรียนเพลินพัฒนา)  เอามาใช้   เทคนิคนี้  ผมต้องการเพียงแค่กระตุ้น  "ความคิด" + "ทบทวน" + "สรุป" ของผู้เข้าร่วมเท่านั้นเอง   แต่ผมให้เงื่อนไขว่าขอแค่  1 วลี หรือ 1 ประโยค  ต่อคนเท่านั้น     ลองดูผลงานนะครับ

"ทำใจให้เปิดกว้าง  หยุดคิดโต้แย้ง, เปิดใจ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้และรับ, รวงข้าวลีบ คือ ข้าวที่ชูคอชี้ฟ้า, เรียนรู้ได้ไม่สิ้นสุด, รู้ไว้อย่าปิด,  เปิดใจ แล้วจะได้ใจ, คิดมากๆ พูดน้อยๆ ทำเยอะๆ, share ความคิด, ถอดหมวด แล้วจะได้อะไรดีๆ , กระบวนการสานเสวนา,มีเป้าหมายในการคุย"  

จากนั้นให้จับคู่  เลือกเพื่อนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  นั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน  เข่าชนเข่า   มองตาของเพื่อน   แล้วให้คิดพิจารณาดูว่า  ในชีวิตวัยเยาว์และวัยเรียนมีเรื่องราวของตัวเองที่น่าประทับใจอะไรบ้าง    และให้นำเอาเรื่องนั้นมาเล่าให้เพื่อนฟัง    จากนั้นก็ปล่อยให้สลับกันเล่าเรื่องเป็นเวลา ประมาณ  30 นาที     เสร็จแล้วก็มานั่งล้อมวง  ผมก็เริ่มถามว่าใครได้เรียนรู้  หรือเห็นอะไรบ้างจากกิจกรรมที่ทำไป     แล้วผู้เข้าร่วมก็จะค่อยๆ แสดงความเห็น ความรู้สึกออกมา  สรุปเป็นธรรมชาติของเรื่องเล่า  และการเล่าเรื่อง   ลองดูครับ

 "สี่หน้าท่าทางซึ้ง, เล่าได้เห็นภาพ, น้ำเสียงสื่อความประทับใจ, สัมผัสแห่งความจริงใจ, เรื่องที่มีความรู้สึกอยู่ข้างใน, ความสมบูรณ์ของเรื่องขึ้นอยู่กับการเตรียมตัว, ยิ่งประทับใจมาก ยิ่งเล่าได้มาก, เล่าสดๆ มีโอกาสเรียบเรียงน้อย, ภาษามือประกอบการเล่า, ยังเล่าสลับไปสลับมา, ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย, ทุกคนมีความสามารถ"    

สิ่งที่แต่ละคนสะท้อนมานั้น   นั่นคือ  เป็นสิ่งที่มีผลต่อการใช้เทคนิคการเล่าเรื่องทั้งสิ้น   และช่วงต่อไปก็จะนำเอาเทคนิคนี้มาใช้    ฉะนั้นต้องคอยดูว่าจะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด