IOCS กับเวลา 1 สัปดาห์ผ่านไป..

                     เวลานี้ช่างไม่รอใครเลย..... ประเดี๋ยวเดียวผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์แล้ว -_- วันก่อนยังนั่งเล่นอยู่ที่โรงแรมบางกอก กอล์ฟ สปา ริสอร์ท ผมตั้งชื่อใหม่ว่า "โรงแรมตราไก่" ทุกคนต้องสงสัยไหมทำไมผมถึงตั้งชื่อว่า โรงแรมตราไก่ สาเหตุก็เพราะว่ามองไปทางไหนในตัวโรงแรมก็มีแต่ไก่ ไม่ว่าจะเป็นภาพ สติกเกอร์ และที่สำคัญ ไก่เป็นๆ มีเลี้ยงไว้ด้วย เรามันก็ช่างสงสัยก็เลยถามพนักงานดูว่าทำไมมองไปทางไหนก็มีแต่ไก่ ก็ได้คำตอบว่า พอดีแม่ของท่านประธาน (เจ้าของโรงแรม) เกิดปีไก่ ก็เลยเป็นที่มาของการเอาไก่มาเป็นสัญลักษณ์นั่นเอง จบเรื่องของโรงแรมตราไก่ไว้แค่นี้ก่อน

                     วกกลับมาถึงบรรยากาศช่วงวันที่ 13-22 มกราคม 2551 ที่ไปนั่งให้เหล่าพระอาจารย์ของ สคส.  ฝึกวิทยายุทธ หลากหลายกระบวนท่าของคัมภีร์ KM  เพื่อให้ไปใช้ในหน่วยงานของแต่ละคนได้อย่างเต็มที่ ตอนฝึกก็พยายามเรียนรู้ทุกอย่างว่าจะเอาไปใช้อย่างไรดี และเกิดผลมากที่สุด เพราะว่าเงินที่มาโครงการนี้เยอะมากๆๆ... คนให้ตังค์เขาก็ต้องคาดหวังเป็นธรรมดา ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างยุ่งกับเรื่องการเคลียร์งานที่คั่งค้าง อยู่ก็เลยไม่ค่อยได้จับงานตัวนี้อย่างเต็มที่นัก  แต่ยุ่งสักแค่ไหนก็พยายามทำให้งานตรงนี้เขยิบไปข้างหน้าบ้าง เพราะผมรู้ว่ามีใครบางคนกำลังคอยดูใกล้ๆๆ (อ้อม เจ้าแม่ผู้ติดตามของ สคส.) วันก่อนก็นัดทีมงานของเราทั้ง 4 คน อ.นาง อ.สุรศักดิ์ พี่ศิ ผม และครั้งนี้ก็เชิญทีมงานยุทธศาสตร์ฯ ทุกท่านเข้าด้วยและที่สำคัญ หัวหน้าใหญ่ของทีม รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนา อ.ดร.วัลลภา คชภักดี เข้าร่วมด้วย ช่วงแรกก็เล่าเรื่องราวทั้ง 10 วันว่าไปทำอะไรมา ได้เรียนรู้อะไรบ้างต่อจากนั้นก็เข้าสู่ประเด็นสำคัยคือ เราจะทำอย่างไรกันดีในระยะเวลา 1 ปีแรก ต่างคนก็เสนอรูปแบบมาหลากหลาย และได้แนวคิด (ปิ๋ง...แว๋บ...) ที่ฝึกตอนที่ทำกิจกรรมที่ สคส. คือ การทำงานแบ่งออกเป็น 2 ทางเดิน คือ

           1.เดินไปตามทางเดินเส้นเดิม เป็นการต่อยอดจากขบวนการจัดการความรู้ที่ทำอยู่แล้ว (เป้าหมายคือการพัฒนาคุณภาพการทำงานโดยใช้เครื่องมือ KM ) เพราะเดิมก็ทำ KM มาแล้ว หน่วยงานต่างๆ ก็พอเริ่มเข้าใจกระบวนการ KM  เพียงแต่นำกระบวนการของการพัฒนาองค์กรอัจฉริยะสอดแทรกเข้าไป และทำให้การทำงานเกิดพลังมากขึ้นเดิม

            2.ทางเดินเส้นใหม่ ผลจากการทำ OC=Outcome Mapping เมื่อวันก่อน ทีมเราได้ร่างวิสัยทัศน์ว่าอีก 15 ปี มหาวิทยาลัยทักษิณ ควรจะมีวิสัยทัศน์อย่างไรดี ก็สรุปเป็น ผลิตบัณฑิตเป็นที่ยอมรับของสังคม เชี่ยวชาญและเป็นที่พึ่งของชุมชนภาคใต้ และบุคลากรทำงานอย่างมีความสุข บางคนถามว่านานไปไหมตั้ง 15 ปี จะว่านานก็นาน จะว่าไม่นานก็ไม่นาน (แล้วสรุปว่านานไหม -.-) เอาเป็นว่าแล้วแต่จะคิดแล้วกัน แต่ในทีมเราคิดว่าเหมาะสมแล้ว ที่นี้ลองมาดูว่าใน 1 ปี จะทำเรื่องอะไรดี ทุกคนก็เห็นเป็นเสียงเดียวกันคือ การทำให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข (น่าจะทำได้ไม่ยากนัก และสามารถเกิดผลในระดับหนึ่ง) ก็คิดต่อว่าแล้วกิจกรรมที่จัดน่าจะเป็นแบบไหนดี  ก็สรุปได้ 3 โครงการ 
                               1. โครงการปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ แล้วมันต่าง จากโครงการปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัยที่จัดอยู่แล้วตรงไหน ???? มีคนถามมา <.> คำอธิบายสั้นๆ  ของ ม. จัดแค่ 2-3 วันก็จบ แต่ของเรานี้จะดูแลกันไปตลอดเมื่อทำคล้ายมีพี่รหัสประจำตัว (ประมาณเมื่อตอนเป็นนักศึกษา..) ดูแลกันไปเรื่อยๆ 
                                2. โครงการเตรียมคณะทำงานแผน 15 ปี สาเหตุที่เลือกเป้าหมายนี้เพราะตอนนี้ ม. กำลังขมักเขม้นกับการทำแผน 15 ปี ของมหาวิทยาลัย คนที่มาทำก็เริ่มล้า เริ่มเหนื่อยเป็นธรรมดา เป้าหมายนี้ก็คือการเติมไฟ เติมพลังให้เหล่าขุนพลนักคิดได้มีพลังในการคิดสิ่งดีๆ ออกมา
                                 3. โครงการ Best Practices  เป็นโครงการที่ไม่เน้นไปที่ BP ที่เป็นแบบ KM เชิงหลักการที่ตายตัว แต่เราจะสร้างเวทีเพื่อค้นหา เพชรจรัสแสง ดาวเรืองรอง พระอาทิตย์เจิดจ้า หรืออะไรประมาณนั้น ในหน่วยงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้คนในชุมชนในมหาวิทยาลัยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างกันและถือโอกาศยกย่องชมเชยให้เกิดกับบุคคลเหล่านั้นไปด้วย (ประมาณว่า ยิงนกนัดเดียวได้มาทั้งฝูง ....มันยิงด้วยปืนอะไร.....) 

               ทั้งหมดที่เล่ามา คือผลที่เกิดขึ้นจากประชุมครั้งที่ 1 ของทีมโดยคร่าวๆ  หลังจากนี้ ในทีมของเราจะนัดประชุมกันทุกวันพฤหัสบดี เพื่อติดตามความก้าวหน้าและเตรียมรายงานไปให้ สคส. วันนี้เล่าให้ฟังแค่นี้ก่อนแล้วกัน เอาไว้วันหลังมีอะไรก้าวหน้าไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง 
               แต่ก่อนไปฝากความคิดถึงไปถึงทุกคน ทั้งทีม สคส. ทีม PTT-AR ทีมคณะแพทย์จาก มน. ทีมงานมูลนิธิสยามกัมมาจลทุกท่าน และเอาไว้เจอกันอีกครั้งกันช่วงเดือนมีนาคม
 เกือบลืมไปเลย วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551 ทางเราจะนำรูปแบบกิจกรรมใน Modual 1 ของ IOCS ไปลองจัดกิจกรรมให้กับทีม KM ของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย ช่วยส่งกำลังใจด้วยนะครับ ถือว่าเป็น แบบฝึกหัดที่ 1 ของการทดลองจริง ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เราจะทำให้เต็มที่....สู้...สู้...สู้...  ok แค่นี้ก่อนแล้วกัน โชคดีทุกคน ไปแล้ว....................