หลังจากไปปฎิบัติธรรมกลับมา ข้าพเจ้าก็มีความประทับใจในสิ่งที่ได้เรียนรู้มาก และตั้งสัตย์อธิษฐานในใจว่า เมื่อกลับออกมาแล้ว ต้องนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ มาแบ่งปันกัลยาณมิตรให้รับทราบว่า คำสอนในพุทธศาสนาที่แท้จริงนั้นคืออย่างไร และเป็นโชคดีแค่ไหนที่เราเกิดมาในดินแดนแห่งพุทธศาสนา
ตอนแรกข้าพเจ้าก็เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ไปเรียนรู้มาทาง E-mail โดยเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้รับฟังและได้เรียนรู้มา ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อ่าน บางท่านก็สนใจ บางท่านก็ไม่สนใจ และบางท่านไม่เคยเปิดอ่านเลย แถมบางท่านมีความอึดอัดขัดข้องใจมากกับการได้รับ mail เรื่องราวทางธรรมเหล่านั้น หลายคนไม่เข้าใจว่าข้าพเจ้าจะมาพล่ามอะไรนักหนาในเรื่องที่พวกเขาไม่สนใจ แต่ข้าพเจ้าคิดเห็นในใจว่าสิ่งเหล่านี้อาจช่วยพวกเขาได้เมื่อเกิดมีความทุกข์ใจในชีวิต อย่างน้อยเมื่อมีความทุกข์ก็อยากให้พวกเขานึกถึงวิธีแก้ไขทุกข์นั้นจากพุทธศาสนา ที่สำคัญก็หวังว่า แนวทางพุทธศาสนาจะช่วยให้เราทั้งหลายใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามสมควร
มีบางคนที่แสดงความเบื่อหน่ายและรังเกียจเวลาข้าพเจ้าเริ่มเอ่ยปากเล่าเรื่องเกี่ยวกับการปฎิบัติธรรม ประดุจกลัวข้าพเจ้าจะแจกซองทำบุญอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็กลัวจะมาชักชวนไปปฎิบัติธรรม เป็นที่น่าแปลกใจว่า เวลาเราบอกเล่าเรื่องราวของชาวบ้าน เรื่องนินทาใครต่อใคร ผู้คนก็สนใจฟังมาก แต่พอยกประเด็นทางธรรมมาพูดเท่านั้นพวกเขาก็หนีกระเจิง ??
มีช่วงหนึ่งที่ข้าพเจ้าไปปรับทุกข์กับกัลยาณมิตรว่า ข้าพเจ้ากลายเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆบางท่านไปแล้ว บางท่านหวาดระแวงประดุจว่าข้าพเจ้าจะลักพาตัวเขาไปอยู่ในวัด หรือบีบบังคับให้เข้าวัดแล้วพวกเขาจะปฎิเสธไม่ได้เพราะความเกรงใจ แล้วต้องไปถูกกักขังในศูนย์ปฎิบัติธรรมเป็นเวลา 7 คืน 8 วัน พวกเขากลัวมาก บางคนบอกว่า ไม่มีเวลาในชีวิตว่างมากพอขนาดนั้น เพราะยุ่งมาก คำพูดนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงวิปัสสนาจารย์ที่ศูนย์วิป้สสนาเชียงใหม่ ท่านพูดไว้น่าฟังว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราเสียเวลาในชีวิตไปกับเรื่องราวเหลวไหลไร้สาระตั้งหลายอย่าง กับการจะยอมเสียเวลาอีกสัก 7 คืน 8 วัน ที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในทางที่ดีได้ ทำไมเราจึงไม่ลองทำดู แถมท่านยังกล่าวว่าเมื่อมาเรียนรู้แล้วไม่ชอบใจจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ก็ยังได้ แต่ถ้าเรามา แล้วได้แนวคิดที่ดีๆจากวิชาของพระพุทธเจ้า ชีวิตเราก็อาจจะเปลี่ยนไปทั้งชีวิต แถมจะมีแนวทางในการใช้ชีวิตต่อไปในทางโลกอย่างมีความสุขด้วย และข้าพเจ้าก็เห็นจริงตามที่ท่านว่า เพราะสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ได้เปลี่ยนแปลงชีวิต เปลี่ยนแปลงความคิดเห็นต่างๆของข้าพเจ้า ต่อการใช้ชีวิตในทางโลกไปอย่างมากมาย
การเขียน blog นี้ ก็เพื่อนำเสนอความคิดเห็น และแบ่งปันสิ่งที่ได้จากการปฎิบัติธรรม กับกัลยาณมิตรทั้งหลายในวงกว้างขึ้น โดยเฉพาะในกัลยาณมิตรผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย
แน่นอนว่าข้าพเจ้าไม่ได้มีภูมิธรรมใดๆมากมายนักเพราะเป็นเพียงนักเรียนในชั้นต้นๆอยู่ นี่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาที่สุดต่อเรื่องราวในทางพุทธศาสนาที่ได้เรียนรู้มา ขอแบ่งปันและ แลกเปลี่ยน เรื่องที่ได้ยินได้ฟังมาจากครูบาอาจารย์ทั้งหลาย รวมทั้งผลที่ได้จากการปฎิบัติ
การปฎิบัติธรรมทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขในชีวิตมากขึ้น และเมื่อมีความทุกข์ก็ไม่ทุกข์มากมายเหมือนแต่ก่อนแล้ว นี่คือผลที่ได้จากการเรียนวิชานี้ และนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันของเรา
มาถึงวันนี้ก็อยากจะบอกกล่าวว่า เมื่อมีความทุกข์ใดๆในชีวิตขอให้เรานึกถึงวิชาของพระพุทธเจ้า การนำธรรมะมาแก้ไขปัญหาชีวิตเป็นหนทางที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
สวัสดีครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ..
เมื่อมีความทุกข์ใดๆในชีวิตขอให้เรานึกถึงวิชาของพระพุทธเจ้า การนำธรรมะมาแก้ไขปัญหาชีวิตเป็นหนทางที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
เพราะเป็นประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับตนครับ
ถ้าไม่มีพระพุทธศาสนา ไม่พบคำสอนของพระตถาคตนั้น...
ชีวิต..คงหลุดลอยไปไกล จากที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ครับ....
อนุโมทนาบุญกับพี่ยาด้วยจ้า การให้ธรรมะเป็นทาน สุดยอดของการให้แล้ว สาธุๆ
น้อง kmsabai
พี่เองก็เหมือนกัน ถ้าไม่ได้วิชาของพระพุทธเจ้า ชีวิตก็คงจะยังวิ่งวุ่นวายไม่เลิก ตอนนี้รู้สึกมีความสุขและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะมีความทุกข์เข้ามาบ้าง แต่มันก็ไม่ทุกข์มากมายอะไรแล้ว
สำหรับหมอนิด
ขอบคุณหลายๆ สำหรับกำลังใจอย่างต่อเนื่อง
ชมรมสร้างเสริมสุขภาพในร.พ.ตอนนี้ผมเห็นมีชมรมวิถีพุทธ ด้วยครับ แล้วก็ที่ร.พ.วันจันทร์หน้ามีอบรมวิถีพุทธด้วยครับ .. บางทีอาจจะมีอะไรดีดีในการพัฒนาองค์กรครับ
สาธุค่ะ
ท่านสมคบน้องรัก
จะมีอะไรดีๆ ในการพัฒนาองค์กรอย่างแน่นอน ที่สำคัญผู้ทำงานทั้งหลายจะมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น และจะรับฟังกันมากขึ้นด้วย
วันก่อนพี่เจอกับพี่นกยักษ์ เราคุยกันเรื่องความสุขในการทำงาน พี่นกยักษ์ก็กำลังจะสนับสนุนให้มีห้องแห่งสติ หรือห้องแห่งความสงบและผ่อนคลาย ห้องสำหรับ Meditation อะไรทำนองนี้ ในโรงพยาบาล โดยจะ เป็นห้องที่ใครๆก็เข้ามานั่งพักกายพักใจได้ นั่งเงียบๆตามลมหายใจ หรือนั่งสมาธิ อะไรแบบนั้น งานการที่เราทำทุกวันนี้ถือว่าเป็นงานที่เคร่งเครียด จำเป็นต้องดูแลจิตใจของเราและจิตใจของผู้ร่วมงานไปด้วย ไม่งั้นจะสติแตกกันได้บ่อยๆ
มานึกดูว่าถ้าผู้รักษาก็ปฎิบัติธรรม และผู้ถูกรักษาก็ปฎิบัติธรรม การสร้างเสริมสุขภาพ จะเป็นไปได้ทั้งทางกายและทางใจเลยทีเดียว และการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มโรคเรื้อรังและโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ที่เป็น End of life care ก็จะเป็นไปในแนวทางที่ดีและเหมาะสมด้วย ขออนุโมทนาสาธุด้วยจริงๆ ที่จะมีการอบรมวิถีพุทธใน รพ. จะเกิดประโยชน์ต่อทุกๆฝ่ายแน่นอน
ขอให้โครงการดีๆของทุกๆท่าน ได้รับการสนับสนุนและเจริญในทางธรรมด้วยเทอญ สาธุ