เธอไม่ได้มาเอาอะไรไปเลย นอกจากผลิเผยความงามออกมา แค่นั้น

เมื่อช้างที่บ้านผมเข้าป่าไปแล้วตั้งแต่กลางเดือนมกราคม หลังจากที่ส่งกลิ่นหอมมาให้เราชื่นใจอยู่นานเป็นเดือน สาระภีหอมก็มาแทนที่ ดอกไม้ที่เข้าตำหรับสมุนไพรไทย ทุกเช้ามืดเธอก็ปล่อยให้ฝูงผึ้งนับพันนับหมื่นมาดอมดมเอาเกสรไปเข้ารังอยู่ร่วมเดือน คนที่บ้านชอบเก็บเกสรที่ร่วงหล่นมาใส่แก้วตั้งทิ้งในบ้าน วางไว้ตรงโน้น ตรงนี้ และแน่นอนที่ห้องทำงาน ห้องนอน มันก็คือ spa หอมๆ เล็กๆ ในบ้านของเรา 

ก่อนที่สาระภีจะจากเราไป ฝ้ายคำริมรั้วที่เธอเอามา เราเอาไปปักไว้ตรงที่มีน้ำไหลบ่อยๆ แค่นั้นเขาก็โตวันโตคืน และให้ดอกเราได้ชื่นชมมาหลายปีแล้ว ผมชอบดอกเธอมากเพราะเป็นฝ้ายคำซ้อน ดอกใหญ่และมีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้นจนหนาคล้ายดอกกุหลาบพันธุ์ใหญ่ กลีบดอกเธอมีน้ำหนักมากจนต้องห้อยคว่ำหน้าลงมาหาดิน 

แม้ดอกจะร่วงหล่นลงดินเรายังสามารถเก็บเอามาลอยน้ำในขันเงิน ขันทองใบใหญ่ อยู่ได้อีกตั้งหลายวัน สวยเหลือเกินเจ้าฝ้ายคำซ้อนเหลือง   

รูปนี้เป็นฝ้ายคำแบบไม่ซ้อนที่ผมเอามาจาก internet ดอกก็ใหญ่มากนะครับ ดอกตูมเขามีรูปทรงเหมือนใข่ ออกแหลมกว่า ฝ้ายคำแบบซ้อนที่กลมกว่า 

เลยเอาข้อมูลทางพฤกษ์ศาสตร์มาฝากกันครับ  

ชื่อ    ฝ้ายคำ
ชื่อวิทยาศาสตร์    Cochlospermum religiosum (L.) Alston   Cochlospermum vitifolium   Cochlospermum regium (Mart. & Schrank)     Pilg.(ฝ้ายคำซ้อน)
ชื่ออื่น    สุพรรณิการ์ (ไทย-ภาคกลาง)   กรรณิการ์  (ไทย-เชียงใหม่)
ชื่อสามัญ    Cotton Tree, : Yellow Silk Cotton, Butter-Cup    (Single),  Butter-Cup (Double),Torchwood 
วงศ์    Cochlospermaceae-Bixaceae
ลักษณะทั่วไป

·   ไม้ต้น สูง 5-15 เมตร  เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ผลัดใบ 

·   เปลือกสีเทาถึงสีน้ำตาลเรียบ  กิ่งก้านมักคดงอ 

·   ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปฝ่ามือ ปลายแฉกแหลม โคนใบเว้า ขอบหยักเป็นคลื่น ผิวใบมีขนสั้นนุ่ม สีเขียวสด เมื่อแก่ใกล้ร่วงเปลี่ยนเป็นสีแดง

·   ดอกสีเหลือง ออกเป็นแขนงตามปลายกิ่ง 

·   ผลรูปไข่กลับ   

·   ปลูกเป็นไม้ประดับ ทั่วทุกภาคของไทย ขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย ก่อนออกดอกจะทิ้งใบหมด ผลแก่ระหว่างเดือนมีนาคม   

·   ชอบกลางแจ้ง แสงแดดจัด

การขยายพันธุ์

·   ปลูกได้ดีในดินทุกสภาพ ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง 

·   ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ

ออกดอก    เดือนธันวาคม-มีนาคม
พบมากบนถนน    ศรีนครินทร์ (41  ต้น)

เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครนายก บุรีรัมย์, สระบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี

มหาวิทยาลัยรวมคำแหงมีปลูกหลายแห่ง

 

 

ฝ้ายคำซ้อนที่หลังบ้าน นั่งอยู่ในห้องทำงานก็มองเห็นเหลืองของเธอตลอด เท่าที่ผมดมดูไม่มีกลิ่น แต่สีเหลืองนี่เข้มข้นสวยจริงๆ    

 เมื่อเขาออดดอกในช่วงนี้ใบเขาจะล่วงลงหมดต้น เหลือแต่ดอกตูมๆ เต็มต้นแล้วก็ค่อยทยอยบานออกมา นานเป็นเดือนครับ  เมื่อดอกร่วงหมดต้นก็เข้าฤดูร้อนและฝนเขาก็ผลิใบอ่อนออกมา เริ่มต้นใหม่   

ผมพบดอกฝ้ายคำที่ผสมพันธุ์จนออกเมล็ดใน internet จึงเอามาฝากครับ ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นมากนัก  หลายปีที่ผมเฝ้าดูฝ้ายคำที่บ้านมานั้น ไม่เคยเห็นฝักเขา หรือเมล็ดเขาเลย ในรูปนี้ฝักเขาแตกออกมาเมล็ดติดปุยฝ้ายเขา เหตุนี้คงเป็นที่มาของชื่อ ฝ้ายคำ    

ฝ้ายคำบานเบ่งอวดให้โลกชมชื่น สยบจิตให้นิ่งและแนบกับเธอ

ทั้งเช้า ทั้งบ่าย เย็น เธออวดโฉมไฉไล แซมธรรมชาติ

แล้วกาละก็มาปลดเธอลงจากขั้ว เหง้า... เธอ ร่วงโรย

...........

ตูม เต่ง ตึง อันใหม่ชโงก ชูช่อขึ้นมาแทนที่

แล้วก็จากไปอีก...

วันแล้ววันเล่า มาเอาดอกแล้วดอกเล่าไป 

เธอไม่ได้มาเอาอะไรไปเลย นอกจากผลิเผยความงามออกมา แค่นั้น

ก็แค่นั้น แล้วเธอก็ลาจากไป... ฝ้ายคำ..   

----------------

แหล่งข้อมูล: พจนานุกรมไม้ประดับในเมืองไทย, ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3, หน้า 834                     

            http://www.lib.ru.ac.th/supannikar.html                      

                 http://www.pantown.com/board.php?id=13025&area=1&name=board1&topic=6&action=view                        

            http://www.panmai.com/PvFlower/fl_37.shtml