ผมมีคติว่า "ถ้าเราจะทำแล้วประสบผลสำเร็จ ก็ต้องมีเครือข่ายเข้ามาร่วมด้วย"

 

คุณกฤษณ์ ทำงานอยู่ สสจ.ขอนแก่น ทำงานในเรื่องของผู้สูงอายุค่ะ

คุณกฤษณ์เล่าว่า ตัวเองมีความภูมิใจในการดำเนินงานผู้สูงอายุ ตรงที่ ผมรู้สึกว่า ผมทำแล้วได้บุญ ม่ถือว่าเป็นภาระ และทำให้ระดับปูชนียบุคคล ผู้สูงอายุเป็นปูชนียบุคคลที่เราควรเคารพ

ลำดับที่สอง คือ ถ้าเราทำแบบปิดทองหลังพระ คือ ถ้าทำไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นมา เป็นความภูมิใจที่ในงานที่เราทำ อาจมีผลต่อยอดในการที่เราจะไปทำกับครอบครัวของเรา

กิจกรรมที่ทำก็คือ

  • กิจกรรมที่ได้ทำมาแล้ว คือ อบรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ และ
  • อันที่สอง คือ ร่วมกับสาขาสภาผู้สูงอายุอบรมผู้สูงอายุในโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ปีนี้ก็จะมีการขยายต่อ
  • การลงไปทำกิจกรรม ถ้ามีงบประมาณก็พยายามจะดึงลงมาใช้ดำเนินการ จะมีงบฯ ของ UC ทุกปี เพราะงานผู้สูงอายุปัญหาของจังหวัด ต้องให้ และก็ต้องจัดสรรว่า งบที่จะโอนไปนั้น จะไปในส่วนไหนบ้าง
  • และในส่วนของพื้นที่ เราเน้นไปศึกษาปัญหาว่า สังคม ณ ปัจจุบัน ของขอนแก่น เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว เป็นข้อมูลจากสำนักทะเบียนของจังหวัด และจากข้อมูลพื้นฐานที่ทางตำบลส่งเข้ามา ... สถิติของขอนแก่น เมื่อ ธค.50 ก็คือ 20.5 แต่ข้อมูลพื้นฐานอยู่ที่ 10.7 ซึ่งใกล้เคียงกัน
  • และผมทำงานกับของ พมจ. (คณะกรรมการสังคม และความมั่นคงมนุษย์จังหวัด) จะมีข้อมูลด้านผู้สูงอายุ
  • ผมก็ทำงานกับทางสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย
  • ทั้งหมดก็เป็นเครือข่ายที่ทำงานประสานกันอยู่แล้ว
  • ผมมีคติว่า "ถ้าเราจะทำแล้วประสบผลสำเร็จ ก็ต้องมีเครือข่ายเข้ามาร่วมด้วย" ทำงานช่วยเครือข่ายด้วย และเครือข่ายก็จะมาช่วยเราโดยอัตโนมัติเอง
  • ... เดี๋ยวนี้ คือ เครือข่ายที่เป็นชมรมผู้สูงอายุ และไปเป็นเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ เราก็ช่วยกัน แต่ก่อนก็ประมาณ 100 กว่าชมรม อีกปีหนึ่งก็เพิ่มเป็น 450 ชมรม ที่เป็นเครือข่ายของสภาผู้สูงอายุ และทางสภาผู้สูงอายุเขาจะมีแผนงาน / โครงการ ซึ่งพอเขาจัดเราก็เข้าไปช่วย คือ ให้เขาเขียนโครงการได้ เขียนโครงการเป็น และสามารถบริหารจัดการโครงการได้
  • เดี๋ยวนี้ก็ท่านคุณพ่อประธานก็เป็นคนที่เข้มแข็ง เป็นเกษตรจังหวัดขอนแก่นเดิม
  • เครือข่ายเชิงลึกก็จะมีอีก เช่น ชมรมผู้สูงอายุอื่นๆ NGO ซึ่งเขาจะบูรณาการ กับ พมจ. ซึ่งผมก็ผ่านทาง พมจ. ไปหาชมรมฯ อีกทีหนึ่ง
  • ชมรมผู้สูงอายุที่ไม่เป็นสมาชิกของสาขาสภา ก็จะมีอีก ปกติ ถ้าเขาไม่สมัคร เขาก็ไม่ได้เป็น
  • เครือข่ายนี้มีประโยชน์อย่างไร
    ที่ผมดูคือ
    ... ผู้สูงอายุสามารถดูแลตัวเองได้ดีมากขึ้น เพราะว่าเขาจะมีการประชุม อบรม ศึกษาดูงาน เป็นการสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยที่เราไม่ต้องเข้าไป support เขาช่วยเหลือตัวเองได้จุดหนึ่ง ส่วนมากจะเข้มแข็ง
  • โครงการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ผมคิดว่าเหมือนกันกับโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน แต่กลุ่มอายุต่างกันเท่านั้นเอง เพราะว่าโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นผู้สูงอายุทั้งหมด มาเป็นการดูแลผู้สูงอายุ ส่วนโครงการอาสาสมัคร อาจเป็นผู้สูงอายุ หรือไม่ใช่ก็ได้ แต่มีความสมัครใจ และมาช่วยกัน หลักสูตรคล้ายๆ กัน จะแตกต่างกันก็บางหัวข้อเท่านั้นเอง
  • สมาชิกของชมรมผู้สูงอายุเยอะมาก ประมาณ 120,000 คน ทั้งจังหวัด
  • โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ทำประมาณ 1 ปี ผลประโยชน์ที่ได้รับคือ
    1. ตัวผู้สูงอายุที่เป็นอาสาสมัครเองมีงานทำ มีสิ่งที่เขาทำ ก็เกิดความภูมิใจ
    2. ตัวผู้สูงอายุที่ดูแลตนเอง ก็มีความภาคภูมิใจ และพึงพอใจที่มีคนเยี่ยม 3. ผู้สูงอายุ ก็พยายามดึงชักชวนคนที่มีปัญหาเหล่านี้ มาร่วมกิจกรรมเยอะขึ้น ก็จะทำให้เกิดกิจกรรมในส่วนของผู้สูงอายุได้ครอบคลุมมากขึ้น
  • กิจกรรมที่ประสบความปัจจัยสำเร็จนี้ก็คือ "การสร้างความภูมิใจ ความพึงพอใจในกลุ่มผู้สูงอายุ และพอใจในเรื่องของการมีกิจกรรมที่ทำให้เพื่อนๆ กันเอง สุขภาพจิตดี และร่วมทำกิจกรรมมากขึ้น"

นี่คือ เรื่องเล่าเรื่องแรกจาก สสจ.ขอนแก่นค่ะ

รวมเรื่อง ใจซื้อใจ ... ลปรร. 4 จว. นำร่อง "ระบบบริการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้าน ปี 2550"