การเทียบเคียงและก้าวกระโดดของการทำ KM

  ภาพที่เห็นนี้เกิดขึ้นหลังจากการนำ รูปแบบการทำKMมาปรับใช้ในหน่วยงานของตัวเอง และเมื่อแต่ละหน่วยงานทำไปได้สักระยะหนึ่งก็อยากที่จะเทียบเคียงกับหน่วยงานอื่นๆบ้าง ว่าเขาพัฒนาไปแบบไหน มีจุดไหนที่เราจะสามารถหยิบสิ่งดีๆเขามาปฏิบัติได้เลยบ้าง เรียกว่า การปฏิบัติแบบหาทางลัด และให้กลุ่มเป็นผู้เสนอความเห็นและทุกอย่างก็เกิดจากความคิดของทุกๆคน   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 17ก.พ 49 ระหว่างหน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยใน(ห้องคลอดและห้องผ่าตัด) กับหน่วยงานผู้ป่วยนอก(คลินิกตรวจโรคทั่วไปและตรวจสุขภาพ) โดยมีทีมเจ้าหน้าที่ของแต่ละงานมาเล่าถึงความภูมิใจที่เกิดจากการปฏิบัติงาน ความสุขที่ได้รับจากคำชมทั้งจากผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ด้วยกัน  กลุ่มช่วยกันดึงประเด็นที่ทำให้เกิดผลสำเร็จในแต่ละเรื่องที่เล่า  ทำให้ผู้ฟังที่เข้าร่วมสังเกตุการณ์ในวันนั้นพูดว่า วันนี้มีแต่ความสุขที่เกิดขึ้น ทุกคนยิ้มแย้ม ทุกคนมีความสุข สุขเพราะฟังเรื่องดีๆของคนเล่า  แล้วช่วงท้ายเรายังร่วมกันโวตให้รางวัลนักเล่า ได้รางวัลถ้วนหน้าเพราะคะแนนโวตเท่าๆกันตัดสินไม่ถูกเลย  วิธีการที่เกิดขึ้นจากการเล่านี้หน่วยงานเช่นห้องคลอดห้องผ่าตัด ได้เอาไปแทรกเข้ากับวิธีการปฏิบัติงานเพื่อทำให้งานมีคุณภาพและปรับแก้ไขได้เมื่อทีมงานได้นำไปปฏิบัติแล้วอาจจะพบว่าต้องปรับเปลี่ยนแก้ไข จนกระทั่งอาจจะสร้างเป็นวิธีการปฏิบัติที่ดีหรือ best practice    ในส่วนของงานคลินิกตรวจโรคทั่วไป ก็ได้มองเห็นภาพของการนำเอาวิธีที่ผู้เล่าแล้วพบว่าผู้รับบริการพึงพอใจมากเลย (จนได้กินขนมอยู่เสมอ) นำมาใช้เป็นวิธีปฏิบัติงาน ตัวเจ้าหน้าที่เองก็จะรู้สึกว่า นี่เป็นสิ่งที่เขาเป็นคนคิด จนสร้างเป็นรูปแบบให้คนอื่นปฏิบัติตามได้  เพราะพื้นฐานของคนก็ต้องการการยอมรับ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งเล็กๆ เราไม่มองข้าม เราได้ใจของคนทุกระดับ  และเราก็เชื่อว่าม่มีใครที่อยากเป็นคนไม่ดี  แต่จะมีเวทีที่จะให้เขาแสดงความดี แล้วเอามาเล่าให้คนอื่นทราบ  เมื่อทุกคนทำดีเกือบจะหมด จนไม่มีที่จะเหลือสำหรับทำไม่ดีแล้ว  อะไร จะเกิดขึ้น  คงต้องขออนุญาติให้ท่าน  คิดเองค่ะ