"ฉลองภพ" ฝากข้าราชการคลัง พัฒนาระบบ ศก.ให้แข็งแกร่ง

"ฉลองภพ" ฝากการบ้านข้าราชการให้ช่วยดูแลเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งในระยะยาว ลดความเสี่ยงฐานะการคลัง ถ่วงดุลฝ่ายการเมืองที่เน้นประโยชน์ระยะสั้น ส่งผลให้ระบบอ่อนแอในอนาคต แนะรัฐบาลใหม่เร่งเมกกะโปรเจกต์ กระตุ้นเศรษฐกิจ นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลังกล่าวว่านโยบายดูแลเศรษฐกิจเป็นเรื่องของรัฐบาลชุดต่อไปที่จะต้องเข้ามาดูแลซึ่งรัฐบาลใหม่มีนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนอยู่แล้ว ข้าราชการก็จะต้องให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมากับรัฐบาล วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของมาตรการต่าง ๆ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ รมว.คลังคนใหม่ ข้าราชการควรดูเรื่องการพัฒนาระบบเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่งในระยะปานกลางและระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงด้านการคลัง โดยเฉพาะเพื่อรองรับรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะมีการออกกฎหมายบริหารการเงินการคลังในอีก 2 ปี ซึ่งฝ่ายการเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันศึกษา  "การบริหารถ้าวางรากฐานไว้จะทำให้การบริหารงานในอนาคตไม่เกิดความเสี่ยงคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเมืองมักเน้นการทำงานในระยะสั้น แต่ในเวลาเดียวทางฝ่ายการเมือง และข้าราชการประจำต้องชูประเด็นเกี่ยวกับการสร้างระบบในระยะยาวขึ้นมาถ่วงด้วย ถ้าทำทุกอย่างแล้วเห็นประโยชน์ในระยะสั้นอย่างเดียวในที่สุดอาจทำให้ระบบอ่อนแอ และเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาได้" รมว.คลังกล่าว นายฉลองภพ กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นยังไม่มีปัญหา แต่ที่ต้องคอยติดตามคือภาคการส่งออก ว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยเท่าไร จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสร้างอุปสงค์เพื่อรองรับการส่งออกที่ชะลอตัว ส่วนที่เป็นนโยบายด้านการคลัง ก็มีการใช้นโยบายขาดดุลในปี 2551 และจะเห็นชัดว่าในไตรมาส 4 ของปี 2550 และไตรมาส 1 ของปีนี้ เศรษฐกิจได้รับ   แรงกระตุ้นจากการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลพอสมควร   อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรเร่งขับเคลื่อนต่อไปคือ การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจคก์) ในส่วนของภาครัฐเองก็เริ่มทำการประมูลโครงการบางส่วนไปบ้างแล้ว ซึ่งหากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่สามารถขับเคลื่อนไปได้โดยเร็ว ก็จะเป็นตัวรองรับได้หากภาคการส่งออก และเศรษฐกิจชะลอตัว นายฉลองภพ กล่าวว่าจากการเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง ได้แก้ไขกฎหมายการเงินซึ่งค้างมา 7-8 ปี เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้โครงสร้างของระบบการเงินไทยแข็งแกร่งมากขึ้น เชื่อว่ากฎหมายการเงินใหม่จะทำให้สถาบันการเงินเข้มแข็งมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และจะไม่เกิดปัญหาแม้ว่าการเงินโลกจะผันผวน  ทั้งนี้มองว่า สิ่งสำคัญในเชิงการบริหารงานคือ การสร้างระบบ เพราะที่ผ่านมาการบริหารส่วนใหญ่จะมีปัญหาระยะสั้นเข้ามาให้แก้ไขตลอด แต่ที่สำคัญคือต้องมองข้ามปัญหาระยะสั้น หรือผลประโยชน์ระยะสั้นไปสู่การสร้างระบบ ที่จะมีความยั่งยืนในระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ทำแก้ไขไปมากแล้ว <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">แนวหน้า  31  ม.ค.  51</p>