ยาวนานเหลือเกินที่เราไม่ได้กลับไปบ้านนาสีนวล ซึ่งแยกเป็นสองหมู่บ้าน เป็นบ้านนาดอย และคงบ้านนาสีนวลไว้ แน่นอน ว่า เรายังจดจำบทเพลงที่ครูทวีปแต่งไว้ นานมากตอนที่เราเรียนอยู่อนุบาล 1 ซึ่งมีเพียงห้องเดียวและต้องเรียนกับป.1 เรามีเพื่อนชื่อโต้ง สกลศรี สอดแก้ว ที่เรียนด้วยกัน เพื่อนคนนี้เรียนเก่งมาก โดยเฉพาะคณิตศาสตร์
บทเพลงนั้นก็คือ
....นาสีนวล มีรถยนต์เล่นผ่าน
รถจั๊กกะยา (จักรยาน) และมอเตอร์ไซ
รถไฟนั้นยังบ่อมา บนข้างฟ้า (บนฟ้า) ยังมีเครื่องบิน
ของกินมีตั้งหลายอย่าง เห็นกระแด้งออกพ่อ (พบ) แต่ดง
ยามค่ำตะเวน(ตะวัน) ต่ำลง หล่ง (ลง) ไปท่ง(ทุ่ง) เก็บเขียดจะนา (เขียดชนิดหนึ่ง)
เดือนหกฝนตกเต็มนา ไปหาผักหวานแกงใส่ กุ๊ตจี
---เจ้าสิไปกับข่อยบ่อ ไปไหว้หลวงพ่อพระวัดดอยเจดีย์ (อ.แบน วัดดอยธรรมเจดีย์)ๆ
เมื่อหวนระลึกถึงวันเก่า ก็ทำให้คิดถึงชีวิตที่เรียบง่ายในครั้งนั้น
29 ธ.ค. 50 เราเดินทางออกจากนครสวรรค์ ไปกับเอ๋ นั่งรถไปโคราช รถติดมาก ถึงโคราชสี่โมงเย็น (ออกจากนครสวรรค์ 7 โมงเช้า) แล้วต่อรถที่นั่งพิเศษของแสงประทีปไปสกลฯ แหมที่นั่งพิเศษ ก็เสริมงัยครับ เก้ากี้พลาสติก เก็บเงินในราคาป.1 อย่างไม่น่าอาย เอาเถอะช่วยไม่ได้ อยากไปในช่วงเทศกาลทำไมล่ะ โทษตัวเองสบายใจกว่า
ถึง ห้วยเดียก 4 ทุ่ม แวะนอนบ้านพักพี่ชายก่อนแล้วค่อยไปตอนเช้า
อากาศตอนเช้าวันนี้แจ่มใส (30-12-2007) ถ่ายรูปกับหลานชายบนสันเขื่อน ชอบมากเลย พอประมาณสายๆ พี่สะใภ้ต้อนรับด้วยอาหารอันแสนอร่อยนั้นคือ ก้อยสุก (อร่อยมาก)
แล้วก็ออกเดินทาง รอรถผ่านเข้าตัวเมือง เผื่อจะไปซื้อของให้แม่ด้วย
เส้นทางยาวไกล แต่ใจแสนจะมีความสุข
...โปรดติตตามตอนต่อไป