เหตุที่ทำให้เราต้องไปเยี่ยมเยียนก็เนื่องมาจากการไปร่วมสัมมนาของ อ.เขียวมรกต และได้รับข้อมูลเบื้องต้นมาว่าปัญหาของการใช้สารเคมมีในปัจจุบันนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากที่เกษตรกรยังขาดความรู้เรื่องการใช้สารเคมี ทำให้มีการใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้องและส่งผลกระทบต่อคนกินและสภาพแวดล้อม
ที่ว่าส่งผลกระทบต่อคนกิน และสิ่งแวดล้อมนั้น คงไม่ต้องถกเถียงกันให้เสียเวลา แต่ในวันนั้นผมและ อ.เขียวมรกก็เลยลองสุ่มไปสอบถามข้อมูลว่าเหตุใดหนอ...เกษตรกรผู้ผลิตจึงยังคงใช้สารเคมี ใช้กันอย่างไร และหากจะไม่ใช้ผลที่ตามมาน่าจะเป็นอย่างไรบ้าง
แปลงแรกที่เราไปเยี่ยมเยียน เป็นเกษตรกรที่ปลูกผักเป็นอาชีพครับ มีการปลูกพืชผักหลายชนิด หมุนเวียนไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล และความต้องการของตลาด ที่น่าสนใจก็คือมีการปลูกพืชแบบผสมผสานและเกื้อกูลกัน ที่เห็นภาพด้านล่างนี้จะเป็นแปลงปลูกมะระจีน ระหว่างต้นก็จะปลูกผักคื่นฉ่ายและผักชี (ในทางวิชาการนั้น การปลูกพืชผักแบบผสมผสานนั้นก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายจากแมลง)

ก็เลยได้มีโอกาสสอบถามและได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า ในการใช้สารเคมมีของเกษตรกรผู้ปลูกนั้น ยังมีการใช้จริง แต่ว่าจะไม่เก็บจนกว่าจะถึงระยะที่ปลอดภัยของคนกิน คือต้องอย่างน้อย 5-7 วันไปแล้วจึงจะเก็บผักนั้นไปขาย ยกเว้นมะระจีนที่มีการห่อลูกมะระ เอ.... ปัญหาที่เราคิดว่าเกิดจากผู้ปลูกไม่มีความรู้นั้นชักจะลังเลเสียแล้ว และพี่ท่านก็ให้ข้อมูลมาอีกว่า หากมีคนมาซื้อผัก (รถตัดผัก) ก็จะไม่ยอมตัดหากผักยังไม่อยู่ในระยะปลอดภัย แต่สำคัญพี่เขาบอกว่า "อยู่ที่คนที่มาซื้อผักต่างหาก ไม่สนใจว่าจะอยู่ในระยะที่ปลอดภัยหรือไม่ เขาจะซื้อหากได้ของยังไม่พอ....." นี่เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงกัน

จากนั้นเราก็ไปต่อกันที่แปลงที่ 2 ซึ่งเป็นแปลงของพี่อำพร สุดตา เกษตรกรที่ปลูกผักที่ปลอดภัย และเป็นตัวแทนนำผลผลิตของกลุ่มฯ ไปจำหน่ายที่ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยที่หน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดทุกเช้าวันอาทิตย์ พี่อำพร ปลูกผักในแปลงใกล้ๆ บ้าน มีพืชผักหลายชนิดในแปลงเดียวกันที่เห็นอยู่มีทั้งพริก โหระพา ผักกาด ผักบุ้ง ผักชี ฯลฯ

แปลงปลูกผัก หลายๆ ชนิดสลับกันไป
ในขณะที่เราไปถึง พี่อำพรกำลังถางหญ้าในแปลงปลูกผักอยู่พอดี ก็เลยได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พี่อำพรก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ผักที่จะนำไปจำหน่ายนั้นรับรองว่าปลอดภัยกับผู้บริโภค เพราะไม่ค่อยใช้สารเคมี ถึงใช้ก็จะต้องทิ้งระยะจนปลอดภัยแล้วจึงจำเก็บไปจำหน่าย ทำให้ผักที่นำไปจำหน่ายไม่สวยงาม และกลับมาเป็นปัญหาของคนปลูกอีกว่าขายไม่ค่อยออก ได้ราคาไม่ดี สู้ผักที่ใช้สารเคมีไม่ได้ผักจะสวยกว่า คนซื้อก็จะชอบซื้อมากกว่า
เอ.....เราได้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งแล้วละซี และพี่อำพรยังแนะนำมาอีกว่า "คนปลูกคงไม่ใช่ปัญหาเพียงด้านเดียว คนกินนั่นแหละสำคัญกว่า น่าจะมีการพัฒนาคนกินบ้าง ไม่ใช่ว่าจะเลือกแต่ผักที่สวยงาม เพราะผักที่ไม่ใช้สารเคมมีนั้นจะไม่ค่อยสวย แต่คนกินจะไม่ให้ใช้สารเคมีแต่จะกินแต่ของสวย ซึ่งมันเป็นไปยาก"

อ.เขียวมรกต ลปรร.กับพี่อำพร สุดตา
ในขณะที่เรากำลังพูดคุยกันนั้น ผมก็ได้ยินเสียงจากวิทยุของพี่อำพร ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวกับการเกษตร การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ สลับกับการเปิดเพลง มีการให้คำแนะนำต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลการปลุกพืช เอ๊ะ....เกษตรกรของเราก็ใช่ว่าจะไม่สนใจที่จะเรียนรู้เลยนะครับ เพราะแม้จะทำงานอยู่หูก็ยังฟังเพื่อรับรู้ข่าวสาร และความรู้อยู่ตลอดเวลา

วิทยุที่มีทั้งข่าวสาร ความรู้ และเพลงเพื่อความบันเทิง ในระหว่างการทำงานฯ
บันทึกนี้ผมนำมาบอกเล่าผ่านบล็อก คงไม่สรุปหรือตัดสินว่าประเด็นของการใช้สารเคมีนั้น ใครถูก ใครผิด แต่นำข้อมูล และบางส่วนของคนปลูกผักที่เขาได้สะท้อนมาให้พวกเราเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เพราะหากเราต่างก็เรียนรู้ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน การลด - ละ - เลิกการใช้สารเคมีในการผลิตพืชผักนั้น คงจะแก้ไขได้อย่างไม่ยากเย็น จากบันทึกนี้นจะเห็นได้ว่า พืชผักที่ปลอดภัยนั้นไม่เฉพาะแต่คนปลูกเท่านั้นที่จะต้องร่วมกันดูแล คนจำหน่าย และคนกินผักเองก็มีส่วนด้วยกันทั้งสิ้น และอาจจะมีอีกหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกมากมาย คนที่ควบคุม คนตรวจสอบ คนขายปัจจัย ฯลฯ
ปัญหานั้นทุกฝ่ายก็คงจะมี และแตกต่างกันออกไป ผมคิดว่าการจะแก้ไขในเรื่องเหล่านี้ น่าจะอยู่ที่ว่า ทุกๆ ฝ่ายคงจะต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน และมาเจอกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่ใช่ต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างทำ เอาปัญหาของส่วนรวมหรือสังคมของคนส่วนใหญ่เป็นแกนกลางหรือเป็นที่ตั้ง เรื่องเหล่านี้คงแก้ไขได้
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก 29 มกราคม 2551
สวัสดีครับ
ขอบคุณที่เอามาฝากครับ
สวัสดีครับ
อ้ายเคยใกล้ชิดกับเรื่องแบบนี้เหมือนกันครับ ผลิตผลจากการผลิตแบบปลอดสารมักมีรูปลักษณ์ไม่ชวนซื้อ เมื่อเทียบกับสินค้าท้องตลาด
ได้เห็นการแก้ไขที่ได้ผลด้วยวิธีการ หาตลาดที่มีความเข้าใจ มีความต้องการให้เกษตรกรที่ผลิตแบบปลอดสารครับ เห็นเขาจัดตลาดนัดผักปลอดสารที่สนามหน้าโรงพยาบาล (บรบือ) ขายดิบขายดีทีเดียวครับ
สวัสดีค่ะ
เคยพูดคุยกับ "คนปลูกผัก" บางคนบอกว่า ไม่ใช้ยาฯ ไม่ได้หรอก...แมลงมันกินหมดก่อนแล้ว........แต่กับอีกราย....กลับไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงเลย (แถมผักที่นำมาขายก็สวยสดงดงามไม่แพ้ผักเคมี)
....หากเกษตรกรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรต้องใช้ยา (ในปริมาณที่เหมาะสม..ในเมื่อหลีกไม่ได้) เพื่อความปลอดภัยกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค....หรือหาสารไล่แมลงชนิดอื่นๆ (จากธรรมชาติ) มาทดลองใช้ด้วยก็ดีนะคะ...
สวัสดีเจ้า
ผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจกับความยากลำบากของการปลูกผัก
ตลาดสีเขียวที่เชียงใหม่ เป็นตลาดผักอินทรีย์ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรนำผลผลิตมาขายในพื้นที่ที่ตลาดเตรียมไว้ ซึ่งเป็นตลาดที่ต้องขับรถพาแม่ไปทุกวันเสาร์หากมีโอกาสอยู่บ้าน
ผู้บริโภคของตลาดนี้ล้วนตระหนักถึงประโยชน์ของผักอินทรีย์ และผักพื้นบ้าน ไม่เกี่ยงกับรูปลักษณ์ที่ไม่สวยงาม แต่...บางคนต่อราคาเสียมากมาย และไม่เคยมีสักครั้งที่เกษตรกรผู้ขายจะไม่ยอมลดให้
หนูอยากชวนคนพวกนั้นไปลองปลูกผักบ้างจังคะ...หรือไปนั่งฟังเสียงสะท้อนจากคนปลูกผักกันบ้าง เผื่อจะได้คิดถึงใจคนปลูกบ้างเวลาต่อราคา
---^.^---
จะมีแนวทาง มีเครื่องมือ หรือกระบวนการหล่อหลอมใด ที่จะช่วยให้เกิดการสร้างจิตสำนึกที่ดี ในการทำเกษตรคุณธรรม ที่ให้ประโยชน์กับประชาชน และภาคเกษตรกรรมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อช่วยกันปรับเปลี่ยนแม้จะเป็นเพียงก้าวแรกๆ ก็ยังดี ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะต้องเจอวังวนของความหวาดกลัว และต้องเสี่ยงชีวิตอยู่กับการกินยาพิษสะสมเข้าไปในร่างกายอยู่อย่างนี้ อีกต่อไป
หรือเราจะต้องปลูกผักกินเอง จึงจะแน่ใจว่าปลอดสารพิษจริงๆ
โอ้!..คิดแล้ว..ผมคงต้องมีอาชีพเสริมอีก 1 อาชีพซะแล้วหรือนี่!!!!
เป็นประเด็นที่ถกกันมานาน และอีกนาน และสมควรที่จะใช้เวลากับเรื่องนี้อีกนาน เห็นด้วยกับทุกท่าน บ้านเรายังไม่ทำการรณรงค์กันแบบถึงลูกถึงคนในเรื่องผู้ปลูก และผู้บริโภค มีทำกันเป็นกลุ่มๆ เฉพาะพื้นที่ ซึ่งเป็นการเริ่มที่ดี รัฐทำไมไม่เอาสื่อที่มีอยู่มาทำเรื่องเหล่านี้ ปล่อยให้นิยาย ละคอนนางฟ้าตบตีกันยึดพื้นที่สื่อไปหมด...(เอ้าไปโน่น...)
โครงการของน้องเบิร์ดที่เชียงรายได้ผลและส่งผลกระทบกว้างขวางน่าสนใจ ลองคุยกันซิครับ พี่คิดว่า เกษ๖รกรบ้านเราโดยเฉพาะที่กำแพงเพชร และที่อื่นๆๆที่ปลูกผักเพื่อขาย เพื่อรายได้นั้น หากไม่เช้าโครงการแบบน้องเบิร์ด ผมว่ายากที่จะงดการใช้สารเคมี เพราะเขาลงทุนไปไม่น้อยก็ต้องการกำไร จึงต้องตามใจตลาดคือ "ผักสวย" ก็ต้องไปรณรงค์ผู้บริโภคอีก แต่คนเราโดยทั่วไปก็เอาถูกตาถูกใจมากกว่าเหตุผล หรือคุณค่า
ทำโครงการ Blood test กับอนามัยซิครับ อย่างต่อเนื่อง ก็จะมีส่วนช่วยได้อีกทางหนึ่งในกระบวนการรณรงค์ครับ
ในโรงเรียน ในชุมชน เวลามีการประชุม กับทางอำเภอเวลานานอำเภอประชุม กับอำเภอเคลื่อนที่ จังหวัดเคลื่อนที่ กับชุด เคลื่อนที่ต่างๆ ..
เป็นประเด็นที่พี่จะใช้กับพื้นที่ในช่วงต่อไปด้วยครับ
สวัสดีครับพี่บางทราย
พี่วีรยุทธครับ
ผมเพิ่งปิ๊งหลังจากที่กลับมาจากระยอง เกี่ยวกับเรื่อง clip VDO สั้นๆ อย่างเช่น เวลาพี่ลงสนาม ไปคุยกับพี่อำพร สุดตา อย่างนี้เป็นต้น หากใช้กล้องถ่ายภาพเล็กๆ อัดเป็น clip VDO สั้นๆ ประมาณ ไม่เกิน 5 นาที ตอนที่พี่อำพรเล่าให้พี่ฟังสดๆ ตอนนั้น
clip เหล่านี้ มันมีประโยชน์มากครับ เช่น เวลาพี่จัด workshop ที่ไหน ไม่ว่า นอก หรือ ในหน่วยงาน เวลาพี่จะยกตัวอย่างการเล่าเรื่อง พี่ก็เอา clip นี่แหละมาเปิดให้ดู ทุ่นแรงไปเยอะเลยครับ คนเข้าใจดีด้วย ผมใช้ได้ผลมาแล้ว พอดีผมมี clip ของ แม่เมาะติดมา พอเปิดให้ดู คนเข้าใจวิธีการขึ้นจมเลยครับ
ที่สำคัญ ผมจะได้ขอ clip จากพี่บ้าง หรือแลก clip กันกับกรณีอื่นๆครับ
ข่าวดีของคนกินผัก " ปอดสารพิษ พิชิตมะเร็ง"
สนใจอยากปลูกผัก" ปอด สารพิษ" จริงๆ ในเขตแถบมีนบุรี กทม.สัก 1 ไร่เบื้องต้น แล้วให้คนซื้อลงไปเก็บเองขายราคาถูกมากๆ มีจำนวนจำกัด ตามวงจรชีวิตของผัก พอดีเราไปได้อาหารพืช(ปุ๋ย)สารพิเศษมาสุดยอดมากๆ ทดลองทำที่บ้านญาติแถวพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา กับผักคะน้า ใบผักใหญ่เบอเริ่มเลย นำมาผักทาน ไม่ขมแต่กลับกรอบอร่อย 2 ต้น ผัดได้ 1 จาน หาสถานที่ได้แล้วจะโพสต์มาบอกนะค่ะ ใครสนใจอยากร่วมโครงการ โทร 0863121604