เปิดโผนโยบายรัฐบาล หมัก 1” เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและเอกชน พร้อมยืนยันจะทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชน เพื่อรับฟังปัญหาและผลักดันการทำงานร่วมกัน อีกทั้งจะสร้างเสถียรภาพความปรองดอง และความมั่นคงของประเทศ และทางในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รายงานข่าวจากแกนนำพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า นโยบายรัฐบาลผสม 6 พรรค โดยใช้นโยบาย พรรคพลังประชาชนเป็นหลักนั้น เบื้องต้นคณะทำงานด้านนโยบายฯให้รายละเอียดเบื้องต้นของร่างนโยบายรัฐบาลสมัคร 1 ดังนี้ นโยบายรัฐบาลในภาพรวม รัฐบาลมีแนวนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  โดยเจตนารมณ์ยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่น จะสร้างเสถียรภาพ สร้างความปรองดองและความมั่นคงของประเทศ และทางในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประเทศเพิ่มความเข้มแข็งในทุกภาคส่วน รวมถึงการพัฒนาภาคสังคม และการเมืองของประเทศ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคน โดยกำหนดเป้าหมายและทิศทางของการพัฒนาให้สอดคล้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการพัฒนาและการบริหารประเทศ รัฐบาล ดังนี้

1.  สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ให้เป็นวาระแห่งชาติ2.  กระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มทุนหมุนเวียน เตรียมความพร้อมรองรับการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชน โดยใช้มาตรการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายขยายโอกาสให้แก่ประชาชน โดย     -   การเร่งรัดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีผลต่อรายได้ของประชาชน     -   ส่งเสริมการจัดตั้งฟาร์มโคที่มีคุณภาพ พร้อมสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตโคคุณภาพ โคล้านตัว วัวแสนฟาร์ม <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: 49.5pt 63.0pt" class="MsoNormal">     -   ยกเลิกมาตรการกันเงินทุนสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย สร้างความมั่นใจและส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเร่งกระตุ้นภาวการณ์ลงทุนในระบบเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง</p>     -   พักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรรายย่อยเป็นเวลา 3 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้สร้างรายได้ใหม่     -   จัดสรรงบ เอส เอ็ม แอล หมู่บ้านขนาดเล็ก 3 แสนบาท หมู่บ้านขนาดกลาง 5 แสน บาท และหมู่บ้านขนาดใหญ่ 7 แสนบาท     -   ประกาศปีท่องเที่ยวไทย ประทับใจไทยแลนด์ ประกาศให้ปี 2521-2522 เป็นปีการท่องเที่ยวไทย   เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยว จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อนำรายได้จากการท่องเที่ยวมากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มนักท่องเที่ยวจาก 14 ล้านคน เป็น 20 ล้านคน     -   บริหารการคลังอย่างมีเสถียรภาพ เรื่องการรักษาวินัยการคลัง การจัดทำแผนบริหารทรัพย์สินและหนี้สาธารณะ     -   เร่งพัฒนาและฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินให้สามารถทำหน้าที่เกื้อกูลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจได้ตามปกติ     -   ส่งเสริมการพัฒนาและต่อยอดภายใต้แนวทาง หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2” ภายใต้การส่งเสริมให้เกิดกลไกทางการตลาดของสินค้า     -   ส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ลงทุน     -   ปรับปรุงระบบภาษีให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ     -   สนับสนุนการใช้หลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล     -   รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท3.  เร่งผลักดันให้เริ่มดำเนินการลงทุนภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มทุนหมุนเวียน เตรียมความพร้อม วางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชน โดยการอัดฉีดเงินลงทุนหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจ ในโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของการค้าการลงทุน     -   วางโครงข่ายคมนาคม และระบบขนส่งสินค้าครบวงจร (โลจิสติกส์) เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและการเดินทางที่รวดเร็ว ปลอดภัย     -   การส่งเสริมให้เกิดโครงข่ายคมนาคมทางรถไฟ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง และขยายรางให้ได้มาตรฐานเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน     -   พัฒนากองเรือพาณิชย์นาวี เพื่อเพิ่มศักยภาพ อำนวยความสะดวก รวดเร็วและลดต้นทุนค่าขนส่งขนส่งสินค้าทางทะเลของไทย     -   การส่งเสริมการสร้างถนนเพื่อการขนส่งสินค้าทางการเกษตร เชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน และตำบล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรมายังตลาดหรือแหล่งรับซื้อ     -   ปรับสร้างระบบโครงข่ายรถไฟฟ้าเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร4.  นโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนา ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทนจากธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดความสมดุลกับสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ อันก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบ โดย     -   การสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานแบบผสมผสาน ปรับสัดส่วนการใช้พลังงานในการขนส่ง จากน้ำมัน เป็นก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นทรัพยากรภายในประเทศอันเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศอย่างจริงจัง เพื่อลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และมลภาวะอากาศ อันเป็นการส่งเสริมให้เกิดสุขภาพที่ดีของประชาชน และเป็นการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมุ่งส่งเสริมการขยายสถานีบริการแก๊สให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวแก่ประชาชน     -   การส่งเสริมการใช้พลังงานแสงแดด (โซลาร์เซลล์) พลังงานลม ทดแทนการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง     -   การส่งเสริมการปลูกอ้อย และมันสำปะหลัง ทั้งเพื่อเป็นอาหาร และเพื่อเป็นการผลิตเอทานอล ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการขยายการตั้งโรงงานผลิตเอธานอล ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งยังส่งเสริมการปลูกพืชชนิดอื่นเพื่อผลิตพลังงานไบโอดีเซล เช่น ปาล์มน้ำมัน สบู่ดำ ข้าวฟ่างหวาน ข้าวโพด ไม้โตเร็ว รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานจากชีวมวลอื่น เช่น แกลบ เป็นต้น     -   ส่งเสริมการจัดหาและการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเร่งสำรวจพัฒนา และจัดหาแหล่งพลังงานทดแทน รวมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแนวใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน5.  การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างยุทธศาสตร์การแสวงหาองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ชีวิต โดยการปฏิรูประบบการศึกษา หลักสูตรการศึกษา เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ โดย     -   ปฏิรูปการเรียนรู้ โดยยึดหลักผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักการเรียนรู้ด้วยตนเองและหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต เน้นพลังความคิดสร้างสรรค์ การสร้างนิสัยรักการอ่าน การจัดให้มีห้องสมุด ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน และสื่อการเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อย่างทั่วถึง     -   ให้โอกาสการเรียนรู้แก่นักเรียน เรียนฟรี อย่างมีคุณภาพ มีงานทำระหว่างเรียน ให้นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เรียนฟรี     -   โครงการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เรียนก่อนผ่อนทีหลัง ให้นักเรียนนักศึกษา มีเงินยืมเรียน ในระดับการศึกษาที่สูงกว่าขั้นพื้นฐาน สานต่อโครงการเงินกู้ยืมเรียนที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาทางสังคม   ที่อาจเกิดขึ้นกับเยาวชน จากการหารายได้ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาและสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชน     -   พัฒนาครูของชาติ สรรหาบุคคลากรที่มีศักยภาพ (ครูช้างเผือก) เพื่อรองรับยุทธศาสตร์การศึกษาของชาติ ตลอดจนนวัตกรรมการศึกษาจากในและนอกระบบการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน     -   ส่งเสริมวิชาชีพครูให้มีศักดิ์ศรี เป็นที่ยอมรับนับถือ และไว้วางใจจากสาธารณชนรวมทั้งพัฒนาและผลิตครูที่มีคุณภาพและคุณธรรม     -   ปรับโครงสร้างหนี้สินครู และบุคคลากรทางการศึกษา ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปรับโครงสร้างหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง     -   สนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งความรู้ ข่าวสารข้อมูล และสร้างรายได้ เพื่อแสวงหาความรู้ในการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน และการทำงาน เพื่อให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น     -   โครงการสื่อการศึกษาครูเสมือนจริงในพื้นที่ที่ขาดแคลนครู โดยพัฒนาสื่อการศึกษาทั้งระบบ  เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้สูงขึ้นโดยการสร้างสื่อการศึกษาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ยากให้ผู้เรียนเข้าใจง่าย กระจายผ่านสื่อที่มีประสิทธิภาพ      -   ขยายอุทยานการเรียนรู้ในรูปแบบห้องสมุดมีชีวิต - TK Park” ให้ทั่วถึง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้ทั่วถึงทุกภูมิภาค     -   การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อัจฉริยะสร้างได้เปิดโอกาสให้ประชาชนค้นหาความถนัดของตนเอง และพัฒนาศักยภาพในทักษะด้านนั้น     -   วิทยาลัยชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพจังหวัด พัฒนาวิทยาลัยชุมชนให้เป็นองค์กรถ่ายทอดองค์ความรู้ตามศักยภาพจังหวัดแก่ OTOP และ SMEs ในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ     -   จัดให้มีโครงการมหาวิทยาลัยวิจัย ขยายขีดความสามารถของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ให้เป็นสถาบันหลัก ในการศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพ ของทรัพยากรพื้นที่ของแต่ละจังหวัด     -   โรงเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนา เพิ่มโรงเรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาทั่วทุกภูมิภาค6.  รัฐบาลมีแนวทางบริหารเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก มีนโยบายที่จะพัฒนาการเมืองของประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถปกครองตนเอง และพิทักษ์สิทธิของตนได้ รวมทั้งจะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความโปร่งใส และขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นในการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้บริการประชาชน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรม     ในสังคม และเอื้อต่อการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจน โดยจะยึดปฏิบัติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: 49.5pt 63.0pt" class="MsoNormal">7.  ด้านการบริหารราชการ โดยจัดระบบงบประมาณของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ให้สอดคล้องและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกับการพัฒนาของประเทศ และมีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการใช้งบประมาณของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม จังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงการปรับปรุงระเบียบและกฎหมายด้านงบประมาณให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวและแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ให้มีระบบควบคุมตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: 49.5pt 63.0pt" class="MsoNormal"></p>                                                                                       ผู้จัดการออนไลน์   29  ม.ค.  51