ประตูความคิด
        เมื่อก่อนนั้นฉันเคยคิดว่าการอ่านจะทำให้รู้จักโลกที่กว้าง ได้รู้ความเป็นไปในสังคมต่าง ๆ ฉันจึงชอบนักที่จะอ่านหนังสือ จนกระทั่งฉันได้มีโอกาสที่จะทำให้ฉันได้เปลี่ยนความคิดในเรื่องการอ่านอย่างเดียวมาเป็นการฟังบ้าง..นั้นก็คือคำสอนของลุงฉัน เพราะคำสอนของลุงทำให้ฉันเกิดคำถาม คำถามที่เกิดมาจากความไม่เข้าใจจากเรื่องลุงที่พูดให้ฟัง และก็อยากที่จะรู้ เมื่อได้รู้และเข้าใจ จึงเป็นที่มาที่ทำให้ฉันชอบที่จะฟัง

เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันได้บอกที่มาของคำถามให้เพื่อนฉันฟัง ฉันไม่แน่ใจว่าเค้าจะเชื่อในสิ่งที่ฉันบอกหรือไม่ แต่เค้าบอกกับฉันอยู่อย่างหนึ่งว่า บางคนปิดประตูความคิดของคนอื่น อะไรที่คิดไม่ตรงกันก็จะไม่รับเลยก็มี เพราะฉะนั้นก่อนที่ฉันจะเล่าหรือพูดอะไรต้องดูให้ดี นั้นก็แสดงว่าโชคยังเข้าข้างฉันอยู่ ที่ฉันไม่ได้โดนเค้าปิดประตูความคิดใส่จากคำบอกเล่าของฉัน

เคยไปปิดทองฝังลูกนิมิตไหม เค้าถามฉัน..จะตอบว่าเคยไปก็ชักไม่แน่ใจเพราะตั้งแต่เกิดมาฉันได้แต่เคยเห็นลูกนิมิต นึกภาพออกว่าเป็นลูกกลม ๆ ส่วนจะเคยไปปิดทองฝังหรือเปล่านั้นถ้าฉันจะบอกว่า ฉันไปตอนที่เค้าเลิกงานแล้ว  เห็นแต่ลูกกลม ๆ ที่เรียกว่าลูกนิมิตอยู่ในหลุมแล้ว อย่างนี้จะเรียกว่าไปปิดทองฝังลูกนิมิตได้หรือเปล่านะ ( แต่ตอบเค้าในใจนะ )

การฝังลูกนิมิตซึ่งจะทำจากหิน เพื่อกำหนดพื้นที่ของโบสถ์ ที่เราจะเห็นเป็นพัทธสีมาอยู่รอบ ๆ โบสถ์ เมื่อจะมีการฝัง ก็จะมีคนมาจองลุกนิมิต มีการกำหนดราคาแต่ละลูก บางวัดทุกอย่างที่อยู่ในพิธี จะถูกกำหนดมาเป็นรูปตัวเงิน มองดูแล้วเหมือนเป็นการหาเงินเสียมากกว่าหรือไม่ก็สร้างความเชื่อแปลก ๆ ให้ดูศักดิ์สิทธิ์ทำให้ดูงมงาย ผู้คนก็หลั่งไหลกันมากราบไหว้บูชา แล้วปัจจุบันนี้ในแต่ละวัดก็มีแบบนี้มากขึ้นด้วยทำให้การทำบุญเข้าวัดบางวัดจึงมองเป็นเรื่องธุรกิจ

ฉันเห็นด้วยกับเค้านะ..และบอกเค้าในเรื่องของการสร้างโบสถ์ว่า ลุงของฉันได้บอกฉันว่า โบสถ์ในทางพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธเจ้าทรงไม่ได้บัญญัติไว้ ดังนั้นทุกบริเวณเป็นโบสถ์ได้ โบถส์จะไม่มีหลังคานั่งอยู่กลางป่าก็เป็นโบสถ์ได้ เพียงแต่ในขณะทีภิกษุสงฆ์ ทำการบวชเพื่อมาเป็นสงฆ์นั้น ขณะที่รับศีลของภิกษุ ฆราวาสจะต้องห่างจากที่นั่งภิกษุนั่งอย่างน้อย 2 ศอก ( ไม่แน่ใจว่าใช่ 2 ศอก ) และห้ามนั่งบนที่นั่งภิกษุหรือนั่งเทียบเท่าภิกษุ อีกทั้งต้องระวังไม่ให้มีสัตว์ใด ๆ เข้ามาในพิธีได้ เนื่องด้วยว่า เกรงจะเป็นการได้รับศีลของการเป็นภิกษุโดยไม่รู้ตัว ซึ่งก็ถือเป็นการบวชในพุทธศาสนาแล้ว เมื่อไม่รู้ตัวว่าได้รับศีล ไปทำผิดศีลโดยไม่รู้ก็จะเป็นบาป ซึ่งต่อมาจึงมีการกำหนดขอบเขตของโบสถ์ให้ชัดเจนขึ้น

เค้าบอกกับฉันว่า..ก่อนนอนจะไหว้พระเสมอ พร้อมด้วยบทสวดพาหุง ( ฉันเข้าใจว่าเป็นบทพาหุงนะ ) พร้อมกับคำกล่าว ที่เค้าบอกฉันไม่หมด แต่ฉันคิดว่าคงเป็นการอธิฐานจากบทสวดที่เค้าสวด และ ยังบอกว่าไม่เชื่อเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ หรือเรื่องไสยศาสตร์ เรื่องพวกนี้อย่ามาพูดกับเค้า

สำหรับฉันแล้วเมื่อไม่เชื่อในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ หรือเรื่องไสยศาสตร์ การเข้าใจในพุทธศาสนาของเค้าคงไม่ใช่แค่หางอึ่งอย่างที่เค้าเคยบอกฉันแน่ ๆ ( นึกในใจ )..เพราะ   ธรรมะทำให้คนฉลาด ซึ่งเป็นคำพูดของลุงที่พูดให้ฉันฟังเสมอ 

ส่วนฉันได้บอกไปว่า ก่อนนอนฉันกล่าวพระรัตนตรัย สวดบทพุทธคุณ ( อิติปิโส )เป็นหลัก ถ้าไม่ขี้เกียจก็ต่อด้วยบทธรรมคุณ สังฆคุณ แต่ฉันถือศีล 5  ฉันรู้ว่าใคร ๆ ก็ไม่กล้าที่รับศีล 5 เพราะกลัวที่จะปฏิบัติไม่ได้ และถึงแม้ว่าบางคืนก่อนนอน( อาจจะแทบทุกคืน ) ฉันจะไม่ได้อาราธนาศีล แต่ศีล 5 ข้อนี้ก็อยู่ในใจฉันเสมอ 

ลุงได้บอกกับฉันว่ามีศีลไว้กับตัวจะได้ระลึกมีสติไม่คิดที่จะทำชั่ว ศีลจะทำให้จิตใจของเราบริสุทธิ์ เมื่อไรที่เราคิดอะไรอยู่และจะกระทำอะไร ศีลจะทำให้สติมันคิดได้ลดการกระทำที่ร้าย ๆ ลง  ซึ่งฉันรู้ว่าฉันเองก็มีบ้างที่ผิดศีลโดยเฉพาะข้อมุสา แต่ฉันก็รู้ว่าสิ่งที่ฉันจะพูดออกไปมันผิดอย่างไร และถ้าพูดไปแล้วฉันก็รู้ว่าผิด อาจจะเป็นตรงนี้เองที่ทำให้ฉันคิดว่าฉันรู้ถูก รู้ผิด และรู้ที่จะแก้ไขอย่างไรต่อไป ฉันจึงถือศีล 5 เอาไว้

ถ้าฉันเข้าใจถูกต้องว่าเป็นบทพาหุงที่เค้าสวดจริง ๆ  บทพาหุง หรือที่จะเรียกให้เต็ม พุทธชัยมงคลคาถา ซึ่งมีทั้งหมด 8 บท เป็นบทสวดที่กล่าวถึงชัยชนะ 8 ประการ อันเป็นมงคลของพระพุทธเจ้า ฉันเคยอ่านเจอ บทพาหุเป็นบทสวดที่ว่าด้วยการที่พระพุทธเจ้าชนะมาร  ซึ่งมารที่ว่านี้ก็คือ กิเลศนั่นเอง กิเลศที่อยู่ในจิตใจ ถ้าเราเอาชนะจิตใจของเราได้ก็ชนะทุกอย่างบนโลกใบนี้ และนั้นก็คือสิ่งที่ยากที่สุดจริง ๆ แต่เค้าจะสวดทั้ง 8 บทหรือเปล่านั้นฉันไม่ได้ถาม ถ้าสวดได้ทั้ง 8 บท ..คงน่าทึ่งเลยทีเดียวละ เพราะคนที่สวดบทนี้ได้ และสวดทุกวัน เค้าย่อมจะรู้ว่าแต่ละบทนั้นหมายความว่าอย่างไร แล้วอย่างนี้ความเข้าใจในพุทธศาสนาก็ยิ่งจะไม่ใช่แค่หางอึ่ง(อ่าง )สำหรับเค้าอีกแน่ ๆ ..( คิดในใจอีกนั่นแหละ )