ประเด็นพิจารณาสำหรับสินเชื่อธุรกิจบริการ

ประเด็นพิจารณาสำหรับสินเชื่อธุรกิจบริการ

ธุรกิจบริการโดยทั่วไปจะหมายถึงการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง  ธุรกิจขนส่ง  ธุรกิจโรงแรม  ธุรกิจโรงพยาบาล  และยังรวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง  นั้นจุดที่ควรจะต้องพิจารณาในการประเมินความเสี่ยง  คือ  1.  ลักษณะของการดำเนินธุรกิจนั้น  ผู้บริหารงานมีความรู้  ความชำนาญ  มีชื่อเสียงในวงการและมีผลงานในอดีตเป็นที่น่ายอมรับเพียงใด  ประเภทของงานรับเหมานั้นชำนาญบางพื้นที่หรือทุกพื้นที่  แนวราบ  หรือ  อาคารสูง เป็นต้น2.  พิจารณาตัวโครงการในด้านทำเลที่ตั้ง  ต้นทุนโครงการ  ผู้ว่าจ้างเป็นภาครัฐบาลหรือเอกชนสัญญาก่อสร้างมีรายละเอียดมากมายโดยเฉพาะศัพท์เทคนิค3.  หลักประกันในการให้สินเชื่อเป็นอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ที่ใด  หรือเป็นการโอนสิทธิการรับเงิน4.  ความล่าช้าในการรับค่างวดงาน5.  การทำงานล่าช้ากว่ากำหนด6.  การคำนวณราคางานผิดพลาด7.  ราคาวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น  รวมถึงการขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง8.  ลูกหนี้คือผู้รับเหมาก่อสร้างทิ้งงานธุรกิจขนส่งทางเรือ  มีประเด็นพิจารณาประเมินความเสี่ยง  คือ1.  ประสบการณ์  และชื่อเสียงของคณะผู้บริหาร2.  วัตถุประสงค์ในการเพิ่มจำนวนเรือสมเหตุสมผลหรือไม่3.  สัดส่วนวงเงินกู้ต่อการลงทุนในเรือ4.  ลักษณะของเรือที่ซื้อ  ส่วนประกอบเรือ  อายุเรือ  ประเภทของเรือ   ระวางบรรทุก5.  ต้องประมาณการความสามารถในการชำระคืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากมายธุรกิจขนส่งทางบก  มีประเด็นพิจารณาประเมินความเสี่ยง  คือ1.  ประสบการณ์และชื่อเสียงของผู้บริหารเช่นเดียวกัน2.  พิจารณาสัมปทานการเดินรถในสัญญาอย่างละเอียด3.  ผู้ว่าจ้างหรือลูกค้าใช้บริการรถขนส่งเป็นกลุ่มใดใช้บริการบ่อยครั้ง  และซ้ำๆ  ได้หรือไม่4.  มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะของผู้ประกอบการสูง  ซึ่งอาจกระทบประมาณการของการชำระคืนหนี้5.  ธุรกิจผันแปรตามภาวะเศรษฐกิจและปริมาณการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจโรงแรม  มีประเด็นพิจารณาประเมินความเสี่ยง  คือ1.  เจ้าของผู้ลงทุนเป็นใคร  เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงพอหรือไม่  สามารถเพิ่มทุนได้อีกในภายหลังได้อีกหรือไม่2.  คณะผู้บริหารมีประสบการณ์เพียงใด3.  ทำเลที่ตั้งโรงแรมรองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ตรงจุดหรือไม่4.  ต้นทุนโครงการสูงเกินจำเป็นหรือไม่  มีโอกาสบานปลาย  (cost overrun)  ได้5.  คู่แข่งขันในละแวกเดียวกันมีศักยภาพเป็นอย่างไรโดยเปรียบเทียบ6.  รายได้หลักมาจากห้องพัก  ห้องจัดเลี้ยง  ห้องประชุมสัมมนาหรือห้องอาหาร7.  ภาวะธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย  รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐบาล8.  สถานการณ์ทางการเมือง9.  นโยบายการตลาดไม่เป็นไปตามเป้าหมายธุรกิจโรงพยาบาล  แบ่งได้เป็นโรงพยาบาลทั่วไป  และโรงพยาบาลเฉพาะทาง  บริหารงานโดยเอกชนหรือมูลนิธิองค์กรสาธารณะกุศล  การจัดแบ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กต่ำกว่า  50  เตียง  ขนาดกลางมีจำนวนเตียงระหว่าง  51 – 100  เตียง  ขนาดมาตรฐานมีจำนวนเตียง  100 – 200  เตียง  และขนาดใหญ่จำนวนมากกว่า  200  เตียงขึ้นไป  ประเด็นพิจารณาความเสี่ยงของธุรกิจโรงพยาบาล  ประกอบด้วย1.  ต้นทุนค่าก่อสร้างรวมทั้งเครื่องมือแพทย์  เมื่อเทียบกับขนาดของกิจการ2.  ความสามารถของผู้บริหาร  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายแพทย์3.  ทีมแพทย์ผู้ทำการรักษามีความขัดแย้งกับคณะผู้บริหารหรือไม่4.  ทำเลที่ตั้งเหมาะสมกับลูกค้าเป้าหมายหรือไม่5.  โรงพยาบาลคู่แข่งขันมีศักยภาพทางการแข่งขันสูงกว่าหรือไม่6.  บุคลากรประจำทั้งแพทย์  พยาบาล  เจ้าหน้าที่เทคนิค  เพียงพอและเชี่ยวชาญมากน้อยเพียงใด7.  กรณีเกิดต้นทุนสูงขึ้นมาก  เจ้าของสามารถเพิ่มเงินทุนเข้ามาได้อีกเพียงใดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  แบ่งได้เป็นธุรกิจจัดสรร  ธุรกิจอาคารชุด  และธุรกิจที่พักอาศัยให้เช่า 

ธุรกิจจัดสรร  แบ่งได้อีกคือ

1.  จัดสรรที่ดิน2.  บ้านเดี่ยว3.  บ้านแฝด4.  ทาวน์เฮาส์5.  อาคารพาณิชย์ธุรกิจอาคารชุด  แบ่งได้เป็น1.  อาคารชุดพักอาศัย  (Residential Condominium)2.  อาคารชุดพักตากอากาศ  (Resort Condominium)3.  อาคารชุดสำนักงาน  (Office Condominium)ส่วนธุรกิจที่พักอาศัยให้เช่า  แบ่งได้เป็น1.  หอพัก2.  อพาร์ทเมนท์3.  แฟลตการพิจารณาโครงการอสังหาริมทรัพย์  มีประเด็นพิจารณาดังนี้1.  ผู้บริหารโครงการมีประสบการณ์มากเพียงพอหรือไม่  ผู้บริหารหน้าใหม่มีโอกาสล้มเหลวสูง2.  ประเภทโครงการ  ทั้งลักษณะโครงการ  สิ่งปลูกสร้างและสิ่งแวดล้อม และขนาดโครงการต้องเหมาะสม3.  ทำเลที่ตั้งโครงการสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย4.  การวางแผนโครงการมีการเตรียมการอย่างเป็นระบบหรือไม่  โดยปกติมักดำเนินการจาก4.1  จัดซื้อที่ดิน4.2  จัดวางผังโครงการ4.3  จัดสาธารณูปโภค4.4  ขออนุญาตจัดสรร  ทำเฉพาะกรณีมากกว่า  9  แปลงขึ้นไป4.5  กำหนดตารางการก่อสร้าง5.  แหล่งที่มาของเงินทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  จะมาจาก  3  แหล่ง  คือเงินทุนของผู้ประกอบการที่ต้องชำระก่อน  เงินดาวน์จากลูกค้าของโครงการ  และจากธนาคารเป็นลำดับสุดท้าย6.  การประมาณการต้นทุนของโครงการต้องคิดให้รอบคอบ  เพราะมีหลายทาง  เช่น6.1  ค่าที่ดิน6.2  ค่าพัฒนาที่ดิน6.3  ค่าก่อสร้างตัวโครงการ6.4  ค่าสาธารณูปโภค6.5  ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารโครงการ6.6  ดอกเบี้ยจ่าย7.  แผนการตลาดน่าสนใจเพียงใด  และคู่แข่งขันจะโต้ตอบอย่างไร8.  ประมาณการกระแสเงินสด  (Cash Flow Projection)  ในแง่จำนวนเงินและเวลา

                    9.  คำนวณจุดคุ้มหนี้และจุดคุ้มทุนของโครงการ

ท่านคิดว่า  SUBPRIME CRISIS  กระทบไทยมากน้อยอย่างไร  กรุณาส่งความเห็นก่อนวันศุกร์ 25/1/51