สำหรับผลกระทบต่อปัญหาซับไพร์มที่มีต่อเศรษฐกิจไทยมี 2 ด้าน คือ กระทบต่อการส่งออก เนื่องจากสหรัฐเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ดังนั้น การส่งออกไปสหรัฐคงจะลดลง และทำให้อัตราการขยายตัวของการส่งออกปีนี้ลดลง ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องมาถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยลงตาม เพราะภาคการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด แต่จะลดลงมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลใหม่ว่าจะส่งเสริมหรือสนับสนุนภาคการส่งออกและหาตลาดใหม่มาทดแทนสหรัฐได้หรือไม่ ส่วนผลกระทบด้านที่ 2 คือ การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ โดยนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นในย่านเอเชีย รวมทั้งตลาดหุ้นไทย ทำให้คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนจนถึงกลางปี 2552 ดังนั้น นักลงทุนจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน ข้าพเจ้าเชื่อว่าหากรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ก็เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติที่เทขายหุ้นไทยออกไปจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีก เพราะขณะนี้ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ต้นปี 2551 ลดลงถึง 13-14% เป็นราคาที่ต่ำพอสมควร ขณะที่พื้นฐานของหุ้นยังดี จึงมั่นใจว่าต่างชาติจะกลับเข้ามาช้อนซื้อใหม่”