subprime crisis ที่กระทบต่อประเทศไทยในปัจจุบันที่เห็นได้ชัด คือ ปัญหาด้านการส่งออกของไทยถือได้ว่ายำแย่มาก ค่าเงินบาทก็สูงขึ้นเนื่องจากค่าเงินของสหรัฐฯมีค่าลดลงเป็นเหตุให้เศรษฐกิจของไทยอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่งมิใช่เพียงแต่ไทยเท่านั้น อีกหลายๆประเทศก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ปัญหา subprime ของสหรัฐฯในเรื่องของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้พบเห็นในข่าว เช่น การประกาศขายคอนโดจาก 799,900 เหรียญ กลายเป็นราคา 369,000 เหรียญ ลดลงไปประมาณ 4 แสนเหรียญ ภายใน 2 สัปดาห์ถือได้ว่ายังอยู่ในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจสหรัฐ ในด้านของประเทศไทยในขณะก็มีปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่น ราคาสินค้าในปัจจุบันที่สูงขึ้นทุกอย่าง อาทิ ราคาน้ำมัน ราคาทองคำ ค่ารถโดยสารก็เพิ่มขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ราคาหุ้นเมืองไทยก็สูงขึ้นทำให้นักลงทุนของไทยต้องปวดหัวไปตามๆ กัน ด้านนายนายนิพนธ์ สุรพงษ์รักเจริญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่าปัญหาซับไพร์มที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกจะไม่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยมากนัก เนื่องจากไทยยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งโดยมองว่าปัญหาซับไพร์มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไปจนถึงไตรมาสที่ 2 และจะเริ่มคลี่คลายลงได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีโดยหากรัฐบาลใหม่บริหารจัดการเศรษฐกิจให้ดี ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าเศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้นหรือไม่มิได้ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่ว่ารัฐบาลของไทยจะร่วมมือกันแก้ปัญหาได้มากน้อยเพียงใด