ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ประเภทด้อยมาตรฐาน (Subprime Loan) ของสหรัฐอเมริกา
Subprime Loan เป็นสินเชื่อประเภทหนึ่งของสหรัฐฯ ที่ให้เงินกู้กับผู้ขอสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์มากกว่าหรือเท่ากับมูลค่าของหลักทรัพย์ จากปกติจะให้สินเชื่อประมาณ 80% ของมูลค่าหลักทรัพย์เท่านั้น นอกจากนี้ถ้าราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น ผู้ขอสินเชื่อก็สามารถขอวงเงินกู้เพิ่มเติมตามราคาหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นมาได้ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สินเชื่อ Subprime ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ ได้เพิ่มสูงขึ้นมาก แต่ขณะนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ ได้ลดลง ทำให้ธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐฯ ต้องการเงินกู้คืน เพื่อป้องกันความเสี่ยง เมื่อผู้ขอสินเชื่อไม่มีเงินมาชำระ จึงกลายเป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)
สาเหตุที่ทำให้ปัญหาสินเชื่อ Supprime ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐฯ มีการออกตราสารหนี้ที่เรียกว่า Collatteral Debt Obligation (CDO) โดยนำสินเชื่อ Subprime เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง ก็มีผลให้มูลค่าของ CDO ลดลงตามไปด้วย และมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงผู้ที่ลงทุนใน CDO ซึ่งมีอยู่ทั่วโลก
ส่วนสาเหตุที่นักลงทุนนิยมเข้าไปลงทุนใน CDO เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง โดย CDO ที่มีอันดับเครดิตต่ำบางประเภท ให้ผลตอบแทนสูงถึง 10% ส่วน CDO ที่มีอันดับเครดิตที่ดี อัตราผลตอบแทนก็จะลดลงมา แต่ปัญหาของการลงทุนใน CDO คือ มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง มีสภาพคล่องน้อย และไม่มีตลาดมารองรับในช่วงที่ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องการขาย ทำให้ธนาคารพาณิชย์และกองทุนที่ลงทุนใน CDO ต้องนำเงินทุนมารับซื้อหน่วยลงทุนคืน
เมื่อธนาคารพาณิชย์และกองทุนที่ลงทุนใน CDO มีสภาพคล่องไม่มากพอ อาจจะมีความจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ที่ไปลงทุนไว้ทั่วโลก ซึ่งตลาดหุ้นก็เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง และให้ผลตอบแทนที่ดี จึงอาจจะทำให้เกิดการถอนการลงทุนจากตลาดหุ้นทั่วโลกได้
ปัญหาสินเชื่อ Subprime สามารถแก้ไขได้ ถ้าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยลง เพราะจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าปัญหาได้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และกล้าที่จะลงทุนอีกครั้ง ส่วนการที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ได้อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบไปแล้วนั้น ก็จะช่วยได้เฉพาะธนาคารของแต่ละประเทศเท่านั้น
ปัญหาสินเชื่อ Subprime สามารถแก้ไขได้ ถ้าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยลง เพราะจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าปัญหาได้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และกล้าที่จะลงทุนอีกครั้ง ส่วนการที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ได้อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบไปแล้วนั้น ก็จะช่วยได้เฉพาะธนาคารของแต่ละประเทศเท่านั้น
ปัญหาสินเชื่อ Subprime ของสหรัฐฯ อาจจะทำให้กองทุนที่ลงทุนในสินเชื่อ Subprime ถอนการลงทุนจากตลาดหุ้นไทย เพราะมีความจำเป็นต้องถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไว้ให้นักลงทุนที่ต้องขายหน่วยลงทุนออกไป
ทั้งนี้ เชื่อว่ากองทุนเหล่านี้จะขายหุ้นในตลาดหุ้นทั่วโลกต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินขนาดของปัญหาได้ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ด้วย ส่วนวิธีแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องนั้น ธนาคารกลางของแต่ละประเทศก็สามารถทำได้ โดยการเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินภายในประเทศ
ส่วนกรณีที่มีธนาคารพาณิชย์ของไทยจำนวน 4 แห่ง ที่เข้าไปลงทุนในตราสาร CDO นั้น เชื่อว่าปัญหาสินเชื่อ Subprime จะไม่ค่อยมีกระทบต่อธนาคารทั้ง 4 แห่ง เพราะมีสัดส่วนการลงทุนในสินเชื่อ Subprime ไม่มากนัก