เปิดใจเรียนรู้

                                                                                                               ตอนเช้า ๑๙ มกราคม ๒๕๕๑                                                                                                                โรงแรมศรีอู่ทอง                                                                                                                จ.สุพรรณบุรี ครึ่งทาง                 เมื่อคืนหลังจากทบทวนการไปดูงานทางด้านการเกษตรที่อำเภอลาดบัวหลวง และได้รับการติวเสริมจากคุณอ้อม  กลับขั้นมาบนห้องกะว่าจะนอนเร็ว  เพื่อที่จะได้ตื่นเช้ามาบันทึกสิ่งต่างๆ ที่ได้พบ  ปรากฏว่านอนไม่หลับเพราะกังวลว่าพรุ่งนี้ต้องเขียนบันทึกให้ได้สักเรื่อง  แต่เมื่อนั่งจะเขียนก็เขียนไม่ได้จึงนอนต่อสักครู่ใหญ่จึงหลับท่าจะประมาณ ๕ ทุ่มครึ่ง  ตื่นขึ้นมาตอนตีสี่ครึ่ง  สมาธิดีมาก เขียนเรื่อง คุณจำลองผู้ปิดทองหลังพระ ได้ ๔ เรื่อง ๑ หน้าพอดี  ออกไปวิ่งตอน ๕.๔๐ น.  ชอบสถานที่วิ่งมาก วิ่งไปตามถนนสายกลาง   ซึ่งมีคลองอยู่ตรงกลาง  ข้างคลองมีทางวิ่งที่ปลูกต้นราชพฤกษ์  ร่มรื่น  สะอาดสะอ้านดีมาก  วิ่งไปจนถึงหอนาฬิกาแล้ววกกลับทางเดิม เลยทางเข้าโรงแรมศรีอู่ทองไปจนถึงแยกเณรแก้ว  เลี้ยวกลับมาแล้ววนเข้าถนนนางพิพม์ผ่านหน้าโรงแรมไปจนถึงสวนภัทรราชินี  แล้วเลี้ยวกลับมาที่โรงแรมใช้เวลาวิ่ง ๓๒ นาที เหงื่อโชกกำลังดี  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่ใช้ชื่อเร่องว่า ครึ่งทาง เพราะวันนี้ (๑๙ มกราคม ๒๕๕๑)  อบรมมาได้ ๔ วันแล้ว (ความจริง ๕ วัน แต่มาข้าไป ๑ วัน)   และยังเหลืออีก ๔ วัน   เข้าร่วมโครงการนี้อย่างกะทันหัน   โดยได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยว่าให้มาฝึกอบรม เพื่อกลับไปเป็นคณะทำงานในการจัดทำรายละเอียดแผนพัฒนา ๑๕ ปี ของมหาวิทยาลัย  แต่รู้ว่าต้องมาเรียนเรื่องการจัดการความรู้  และพอมาถึงก็ทราบว่าเป็นโครงการการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพื่อกลับไปสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กร ให้เป็นองค์กรอัจฉริยะและสิ่งที่ได้รับในช่วง ๔ วันที่ผ่านมา  แม้จะยังเป็นจิ๊กซอร์ตัวเล็กๆ  อยู่แต่ก็เริ่มมองเห็นเค้าโครงของภาพใหญ่อยู่รางๆ   โดยเริ่มเห็นหลังจากได้นั่งคุยกับอาจารย์……….. และคุณอ้อม เมื่อคืน</p>

สิ่งที่เห็นคือ การที่จะบรรลุเป้าหมายต่างๆ ของแผน ๑๕ ปี   การจดการความรู้นี้บทบาทสำคัญที่สุดและแนวทางไปสู่เป้าหมายเหล่านี้  คงเป็นการประสมประสาน ระหว่างแนวทางของบริษัท NOK ถึงแนวทางของกรมส่งเสริมการเกษตร   ปรัชญาหรือแนวทางของ NOK คือ ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าตั้งใจจริง  หลายๆ อย่างที่หน่วยงานราชการมักตั้งป้อมไว้ก่อนว่าทำไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นเอกชน   ทั้งๆ ที่สามารถทำได้  ส่วนปรัชญาของกรมส่งเสริมการเกษตรคือ ทำไปก่อนไม่ต้องกลัว แล้วค่อยมาปรับเปลี่ยน   แก้ไขกันภายหลัง  ใช้ความสำเร็จเล็กๆ  เป็นแรงเสริม แรงผลักดันให้ก้าวหน้าต่อไป  แม้แต่แววตาและการแสดงออกของเกษตรกรที่มีความสุข การกระทำเกษตรพอเพียงแค่ ๔-๕ คน  ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปัญหาที่ท้าทายความสำเร็จของการทำกิจกรรม  การจัดการความรู้ ของมหาวิทยาลัยทักษิณในระยะแรกคือ การไปทำความเข้าใจกับบุคลากรของมหาวิทยาลัยว่าการจัดการความรู้คืออะไร  และจะเป็นประโยชน์กับบุคลากร มหาวิทยาลัยและสังคมอย่างไร  และที่ท้าทายกว่านั้นคือ กระบวนการหรือวิธีการในการทำความเข้าใจที่จะต้องไร้รูปแบบ  หรือบุคลากรไม่รู้ตัวว่า เขากำลังถูกบอกถูกสอน  ความหมายและประโยชน์ของการจัดการความรู้   ถ้าสามารถก้าวผ่านระยะแรกไปแล้ว   ความท้าทายประการต่อมาก็เริ่มทำกิจกรรมการจัดการความรู้  ที่ผู้ร่วมกิจกรรมไม่รู้สึกว่าเป็นกิจกรรมการจัดการความรู้  หรือศัพท์ที่กรมส่งเสริมใช้คือ เนียนไปกับงาน  กิจกรรมในระยะเริ่มต้นที่อาจยังคงไม่เป็นกิจกรรมที่เป็น core values ของมหาวิทยาลัย   แต่เป็น กิจกรรมล่อ  ที่จะให้บุคลากรและผู้บริหารค่อยๆ รู้จักและรักการจัดการความรู้  หลังจากนั้นจึงไปคุยกับผู้บริหาร   เสนอแนวทางในการใช้การจัดการความรู้ในการผลักดันแผนพัฒนา ๑๕ ปี มหาวิทยาลัยและขอคำมั่นสัญญาจากผู้บริหารว่าจะให้การสนับสนุน</p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ครึ่งทางที่เหลือจึงคาดหวังว่าจะได้เรียนรู้วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการทำการจัดการความรู้ไปชั้ในงานดังกล่าว   และที่สำคัญคำสอน คำแนะนำ และข้อเสนอแนะจากทีมงานของ สคส. ทุกคน  เท่าที่ได้สัมผัสชื่นชมทุกคนทั้ง อาจารย์วิจารณ์  อาจารย์ประพนธ์ และทีมงาน  แม้ในบางครั้งความรู้สึก ตำแหน่ง หน้าที่ คุณวุฒิ และวัยวุฒิ  ความเหนื่อย  ความหิว  จะทำให้มองภาพและตัดสินทีมงาน สคส. Basic ไปบ้าง  แต่เมื่ได้มองตัวเองอย่างยุติธรรม เปิดใจ และไตร่ตรอง  ก็ทำให้เห็นว่า ทุกคนในทีมของ สคส. มุ่งหวังที่จะให้เรากลับไปเป็นคุณกิจ คุณอำนวย คุณลิขิต….  ที่มีศักยภาพที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นอัจฉริยะ</p>

แม้ครึ่งแรกจะสับสนอยู่บ้าง  แต่มั่นใจว่าครึ่งหลัง คงจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่   อย่างที่อาจารย์ประพนธ์ พูดไว้เมื่อวานว่า บางครั้งถ้าเราศรัทธาในใครสักคน  เราจะตามโดยไม่คิดอะไรทั้งสิ้น  เพราะมั่นใจในคนคนนั้น  ผมกำลังเป็นอย่างนั้นจริงๆ  และก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากด้วยขอแค่ได้ทำตามเท่านั้น ส. คชภักดี  </span></span></span></span>