การแก้ปัญหายาเสพติด

1. ถอดมวลประสบการณ์จากนักเรียนก่อนเข้าสู่ศูนย์ฯ  แห่งนี้  ทั้งสามกรณีสรุปได้ดังนี้เกิดจากปัญหาในครอบครัวไม่มีความมั่นคง  สภาพแตกแยกของพ่อแม่  และการขาดความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างพ่อ-แม่-ลูกเกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อมทางสังคมด้านกายภาพที่ไม่เอื้ออำนวยหรือส่งเสริมให้เป็นคนดี   ชุมชนรอบข้างมีความอ่อนแอในด้านคุณธรรมปัญหาการประกอบอาชีพ  ฐานะทางเศรษฐกิจ  ส่งผลต่อการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง2. จากการฟังบรรยายครูศูนย์ฯ แห่งนี้      รับนักเรียนมาจากสำนักงานควบคุมความประพฤติ มาปรับปรุงและปรับสภาพจิตใจ 4 เดือน  ในฐานะผู้ป่วย  จัดให้มีพี่เลี้ยงประกบจากรุ่นพี่ 1คนต่อรุนน้อง 1 คน  หากมีการติดยาบ้า  จะปล่อยให้มีการหักดิบโดยให้อดยาไปตลอด  การใช้ชีวิตในรอบวันกำหนดไว้อย่างชัดเจนครบวงจร   แต่หวังผลเต็มร้อยเปอร์เซนต์ไม่ได้  ขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญขั้นที่ เข้ากลุ่มทำเวที  cops      จากการร่วมกันสรุป โครงการเพื่อชีวิตใหม่  คืนคนดีสู่สังคม  สามารถทำได้ผลจริงแต่  เมื่อเขาออกจากไปสู่สังคมจริงเจอสภาพแวดล้อมเหมือนเดิมก็ต้องกลับเข้าวงจรเดิม  การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ไม่ยั่งยืนและสิ้นเปลืองงบประมาณและเวลาที่มีค่า   จำเป็นต้องใช้ภาคีเครือข่ายที่ให้ความร่วมมือแก้ปัญหาอย่างจริงใจ  มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและส่วนรวม  ปัญหาต่างๆในสังคมจะลดลงได้มากขั้นที่ ข้อคิดเห็นของตนเองในการจัดการศึกษาเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด (งานกลุ่ม)        การดำเนินการแก้ปัญหาอย่างนี้เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ  ไม่ยั่งยืน  ควรแก้ที่ต้นเหตุดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวัทรงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ปลูกฝิ่นมาเป็นไม้ดอกไม้ผลเมืองหนาวแต่กรณีในปัจจุบันยาบ้ามาจากสารเคมีที่นำเข้า  การป้องกันสารตั้งต้นยาบ้าไม่ให้เข้ามาในประเทศเป็นมาตรการเดียวที่ได้ผลเกือบร้อยเปอร์เซนต์        แต่เราในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา  ต้องทำความเข้าใจ สภาพปัญหา  สถานการณ์ยาเสพติดในสังคมปัจจุบัน และสภาพแวดล้อมในชุมชนของตนเอง    การป้องกันตนเองโดยวิธีการต่างๆ เช่น กีฬา  ศาสนาและการปรับความเข้าใจในครอบครัว  ญาติพี่น้องที่ดี   ทุกอย่างนี้ต้องมอบให้กับผู้รับบริการที่เป็นนักศึกษา กศน.  ในสถานศึกษาของเรา  ต้องจัดกิจกรรมดังกล่าวทุกๆภาคเรียน    เพราะการป้องกันต้องกระทำบ่อยๆ  เหมือนการฉีดยาป้องกันให้ผู้ป่วย  จนกว่าน.ศ.จะผ่านช่วงวัยที่พอจะป้องกันตนเองได้  การจะใช้เวลายาว-นานแต่ละคนไม่เท่ากัน