เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงกับการพึ่งพาตนเองของคานธี

โครงการสัมมนาพิเศษ

เรื่อง แนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ของในหลวง

กับแนวคิดการพึ่งพาตนเองของมหาตมา คานธี 

จัดโดย 

สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล

ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย 

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551

ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ ชั้น 2 สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท

มหาวิทยาลัยมหิดล

------------------------------ 

1. หลักการและเหตุผล 

ประเทศไทยนับว่าโชคดีที่มีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียง  พระองค์ท่านพระราชทานแนวคิดนี้ครั้งแรกแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่

18 กรกฎาคม 2517 โดยมีข้อความที่สำคัญอย่างยิ่งตอนหนึ่งว่า การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำ

ตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือความพอมีพอกินพอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน

โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควร

ละปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป

หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้ผนปฏิบัติ

การสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลใน

เรื่องต่างๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด

และในช่วงที่ประเทศไทยประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2540 พระบาทสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขบทความเรื่อง ปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เชิญ

ผู้ทรงคุณวุฒิในทางเศรษฐกิจและสาขาอื่นๆ มาร่วมกันประมวลและกลั่นกรองพระราชดำรัส

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งประราชทานไว้ในวโรกาสต่างๆ รวมทั้งพระราชดำรัสอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

และทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่าย

                และประชาชนโดยทั่วไป เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 โดยมีใจความว่า

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ

ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไป

ในทางสายกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกภิวัตน์ ความพอเพียง

 หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัว

ที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะ

ต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ใน

การวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของ

คนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม

ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร

มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่าง

รวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">(อ้างจาก สินธุ์ สโรบล ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น การเรียนรู้สู่สมดุล </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับงานวิจัยท้องถิ่น สกว.  สำนักงานภาค, 2549: 2-4) </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                กรอบแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงชี้แนะ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                แนวทางการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคม</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               ไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต เพื่อความมั่นคง</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               และความยั่งยืนของการพัฒนา (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               2549 หน้า 12 อ้างในเรื่องเดียวกัน หน้า 5) </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">มหาตมาคานธีเป็นผู้ที่มีความโดดเด่นเป็นที่รู้จักของโลกในความเป็นผู้นำแห่งสันติวิธีหรือที่รู้จักกันใน</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ชื่อว่า สัตยาเคราะห์" (Satyagraha)  คานธีเป็นผู้ที่อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่   </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ด้วยความตั้งใจของท่านที่ต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศอินเดียโดยรวมเติบโตไปพร้อมกับคุณค่า</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ของวัฒนธรรมและการที่ผู้คนไม่เห็นแก่ตัว ไม่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ในด้านวัตถุเป็นหลัก แต่ท่าน</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">กลับสนับสนุนการทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้น  ท่านมีความคิดปฏิวัติในเรื่องการพึ่งพาตนเองโดยไม่พึ่ง </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ผู้อื่น โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ (ชาวชนบท) ไม่ถูกทอดทิ้ง ประเทศสามารถเจริญ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เติบโตได้ด้วยตนเองโดยปราศจากการควบคุมทั้งทางด้านวัตถุ (ความโลภ ความเห็นแก่ตัว) และ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ทางด้านจิตใจ </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ทั้งสองแนวคิดนี้ต่างมีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างยิ่ง แนวคิดของท่านมหาตมา คานธีต้องการยก</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศให้ดีขึ้นซึ่งสอดคล้องกับ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาชนบท ซึ่งมีประมาณ </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">4,000 โครงการทั่วทุกภาคของประเทศ </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                แม้ว่าในปีพุทธศักราช 2550 ซึ่งเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               พระเจ้าอยู่หัว ไปแล้ว แต่ในปีพุทธศักราช 2551 จะครบ 100 ปีของเมล็ดพันธุ์การแสวงหาสันติภาพด้วย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               สันติวิธีสัตยาเคราะห์ (Satyagraha) และการถึงแก่อสัญกรรมครบ 60 ปีของท่านมหาตมาคานธี</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               สถาบันฯ และสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทยประสงค์ที่จะจัดสัมมนาเรื่องนี้ขึ้นเพื่อ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยกย่องท่านมหาตมา คานธีบิดาของประเทศอินเดีย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               และผู้นำของโลกท่านหนึ่งที่มีแนวความคิดที่คล้ายคลึงกันดังกล่าวซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นสากล</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               แม้จะต่างกรรม ต่างวาระ และต่างสถานที่ก็ตาม หากได้สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนชาไทย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               ได้เข้าใจปรัชญานี้อย่างถ่องแท้และนำ ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลดีทั้งต่อตนเอง สังคม ประเทศชาติ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">               และภูมิภาคต่อไป</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p>กำหนดการ</p><p>8.30-9.00 น.                          ลงทะเบียน</p><p>9.00-9.10 น.                          พิธีเปิด        โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล</p><p>9.10-9.20 น.                          คำกล่าว ของ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย Ms.Latha Reddy</p><p> 9.20-9.30 น.                         พิธีเปิดนิทรรศการ      </p><p>                                                โดย ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย Ms.Latha Reddyและ</p><p>                                                อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล</p><p>9.30-10.00 น.                       ปาถกถา เรื่อง แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง” </p><p>                                                โดย         รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี พงศ์พิศ       ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจ</p><p>                                                ชุมชน และประธานมูลนิธิหมู่บ้านผู้อำนวยการโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต</p><p>10.00-10.30 น.                     แนวคิดการพึ่งพาตนเองของมหาตมา คานธี                             </p><p>                             โดย นายนารยัน เดซาย  ลูกชายเลขานุการมหาตมา คานธี จากประเทศอินเดีย</p><p>10.30-10.45 น.                     พัก รับประทานของว่าง</p><p>10.45-12.00 น.                     เสวนาร่วมกับวิทยากรทั้งสองท่าน                                                 </p><p>                                               ผู้ร่วมเสวนา  ภิกษุณีฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์  ศาสตราจารย์ ดร.ศรีสุรางค์ พูนทรัพย์</p><p>                                               ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรพัฒน์ ประพันธวิทยา  รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑาทิพย์ </p><p>                                                อุมะวิชนี และรองศาสตราจารย์ ดร.อมรชีพ โลจัน</p><p>12.00-13.00 น.                     รับประทานอาหารกลางวัน</p>13.00-15.00 น.                     ชมภาพยนต์ เกี่ยวกับ  “Gandhi”  จากสถานทูตอินเดีย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                                                (ยังไม่เคยฉายที่ใดมาก่อน)</p>

ในงาน เชิญชมและเลือกซื้อหนังสือ และสินค้าได้

กรุณาสำรองที่นั่งได้ที่คุณวาสนา ส้วยเกร็ด โทรสาร 02-800-2332  โทร. 02-800-2308-14 ต่อ 3209

ภายในวันที่ 31 มกราคม 2551

</span></span>