นำเมล็ดถั่วเขียว300กรัมใส่ในกล่องพลาสติกขนาด 12x12x6 ลบ.ซม. คลุกด้วยน้ำมันปาล์ม 0.1มล. หยด น้ำมันตะไคร้หอม 0.1 มล.,0.2มล., 0.3มล.,และ0.4มล.ลงไป ไม่ต้องคลุก ปล่อยให้น้ำมันหอมระเหยตะไคร้หอม แพร่กระจายไปด้วยตัวของมันเอง จากนั้นปล่อยด้วงถั่วเขียวตัวเต็มวัย 20 ตัวต่อกล่อง ทำ 4 ซ้ำ เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 25-26 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 50-60% รอจนครบ 4 เดือน จึงนำเมล็ดถั่วเขียวมาวัดหาค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายจากเมล็ดถั่วเขียว ทำ 4 ซ้ำ ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 45.35 µs , 37.33 µs , 62.30 µs , และ 43.65 µs ตามลำดับ ใช้เครื่องวัดการนำไฟฟ้ายี่ห้อ EUTECH INSTRUMENT รุ่น con500 วัตถุประสงค์ของการวัดค่าการนำไฟฟ้าจะบอกถึงคุณภาพของเมล็ดถั่วเขียว ความมีชีวิต ความงอก ความแข็งแรงของเมล็ดหากเมล็ดดีจะวัดค่าการนำไฟฟ้าได้น้อย(ยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้น้อย) แต่หากวัดค่าการนำไฟฟ้าได้มากแสดงว่าเมล็ดนั้นไม่ดี(เมล็ดรั่วสารอินทรีย์ในเมล็ดละลายออกมาในสารละลายมาก) ค่าที่ได้จะนำมาวิเคราะห์ความแปรปรวนและความแตกต่างกันทางสถิติด้วยแผนการทดลองแบบสุ่มโดยสมบูรณ์ CRD : Completely Randomized Design มี8วิธีการทดลอง และหากตรวจพบความแตกต่างกันของค่าเฉลี่ย จึงจะวิเคราะห์ต่อไปด้วยวิธีของดันแคนนิวมัลติเปิลเร้นเทส(DMRT’s)การทดลองยังไม่จบโปรดติดตามตอนต่อไปบ้านสมุนไพร-ODD
การตรวจสอบค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายของเมล็ดถั่วเขียวหลังจากปล่อยให้ด้วงถั่วเขียวเข้าทำลาย4เดือนเมื่อป้องกันด้วยน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอม
การตรวจสอบค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายของถั่วเขียวจะเหลืออยู่เท่าใดเมื่อปล่อยให้ด้วงถั่วเขียวเข้าทำลาย4เดือนจากการใช้น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอม?
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
violet · 17 ม.ค. 2551
กิตติพงศ์ พลเสน · 17 ม.ค. 2551
ก๊วนคุณสะอาดสองแคว · 17 ม.ค. 2551
JJ · 17 ม.ค. 2551
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 17 ม.ค. 2551
นาย นเรศ ดำรงชัย · 17 ม.ค. 2551
พันคำ · 17 ม.ค. 2551
การตรวจสอบค่าการนำไฟฟ้าของสายละลายเป็นตัวยืนยันความแข็งแรง ความมีชีวิต ของเมล็ดถั่วเขียวในการทดลองนี้ เห็นได้ชัดเจน เขียนให้อ่านเป็นตอน ๆ ไป และจะวิเคราะห์ค่าความแตกต่างกันทางสถิติเมื่อถึงตอนจบ ข้อมูลเอาไปใช้ได้ทันที
บ้านสมุนไพร-ODD