ผีบ้าต๋ามอยมันมันเอาละอ่อนไปซ่อนยามเมื่อสะลุ้มสะลิ้มวอนแวน

ระวังเน้อหละอ่อนสูเขา..อย่าไปแอ่วยามเมื่อมืดวอนแวน.......

ผู้ใหญ่มักเตือนเด็กๆหรือหละอ่อนต่อนแต่นวัยซนห้ามไปเที่ยวเล่น หรือเล่นอุ่มลี้ซ่อนหายามเวลาสะลุ้มสะลิ้ม  หรือมืดวอนแวน คนภาคกลางเรียกเวลานี้ว่า ยามโพล้เพล้ หาไม่แล้วผีต๋ามอยมันจะเอาหละอ่อนไปซ่อนไว้  ไม่ให้ใครเห็น  แม้ผู้ใหญ่จะไปเสาะหาเท่าใดก็จะไม่พบ  บางครั้งเด็กๆที่ผีเอาไปซ่อนลี้ไว้เห็นผู้ใหญ่เดินมาหาแทนที่จะเอิ้นตะโกนร้องบอก  แต่เด็กกลับอยู่เฉยเพราะผีมันอำใจ  อุ่มปากมิให้ตะโกนร้องบอกใคร  ข้อแก้เคล็ดหากผู้ใหญ่ตามหาเด็กไม่พบพวกเขาจะไปเอาไม้ซากไฟเผาผีที่ป่าช้ามาทำแข้(คบเพลิง)จุดตามหาพร้อมตะโกนเรียกชื่อเด็กดังๆ   ผีต๋ามอยก็จะปล่อยหละอ่อนออกมา ดังนั้นเมื่อถึงยามสะลุ้มสะลิ้มวอนแวนเด็กๆหละอ่อนคนล้านนาจะไม่เล่นอุ่มลี้ซ่อนหากัน  ไม่ไปเทียวเล่นในที่ลับที่ซ่อน หรือถิ่นที่ห่างไกลจากบ้านเรือน

ส่วนคนที่เป็นผู้ใหญ่ก็มีข้อห้ามในการขับถ่าย เพราะสมัยก่อนผู้คนต้องถ่ายอุจจาระตามป่า  ตามทุ่งนา  หากยามมืดสะลุ้มสะลิ้มวอนแวน  หากจำเป็นต้องไปถ่ายเวลานี้ต้องใช้ไม้แก้งหรือไม้ปาด(บางท้องที่เรียกกว่าไม้กวาดก้น)แก้งอุจจาระให้ก้นสะอาด         หาไม่แล้วผีต๋ามอยมันจะเข้ามาเลียก้น  ด้วยคำเตือนนี้เมื่อผู้ใหญ่จำเป็นต้องไปถ่ายยามมืดวอนแวนก็จะต้องใช้ไม้แก้งก้นหลายๆครั้ง ให้ก้นสะอาดเพราะกลัวว่าผีต๋ามอยมันจะไล่ตามมาเลียก้นโดยเฉพาะผู้หญิงเมื่อถ่ายเสร็จต้องรีบกลับเข้าบ้านให้เร็วไวที่สุดเพราะอยู่ตามป่าแพะ ตามทุ่งนาผีต๋ามอยมันมักออกล่า

บางครั้งบางทีผีต๋ามอยมันมักจะลักเอาเสื้อผ้าผู้หญิงในยามมืดวอนแวนนี้เหมือนกัน ดังนั้นผู้คนสมัยก่อนจะไม่ตากผ้าค้างล่วงเวลาวันคืนหรือตากผ้าเอาไว้        ข้ามคืนเพราะกลัวว่าผีต๋ามอยมันมาลักเอาไปนอนกอดเล่น 

แต่คนปัจจุบันมักตากผ้าตอนหัวค่ำปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนจึงถูกผีต๋ามอยมาลักลอบเอาเสื้อผ้าโดยเฉพาะของผู้หญิงไปกกกอดเล่น เสื้อผ้าจึงหายยามมืดวอนแวนบ่อยๆ เล่าเท่านี้ก็ขอจบก่อนแล....กลั๋วผีต๋ามอยมาเอาไปซ่อนแล....เพราะยามนี้ก็เป๋นยามเมื่อคืนแล.......