ที่ดินคือต้นทุนของชีวิตเกษตรกร


การทำเกษตรในมิติของระดับชั้น

    ผมห่างหายไปหลายวันมัวแต่ไปสะสางงานที่คั่งค้างจากปีก่อน (สะสางยังไงก็ยังไม่หมด พอกหางหมูเยอะ ^_^) วันนี้นั่งเช็คเมลล์จากลูกค้าธุรกิจอีเบย์เล็กๆ ของผม ปรากฎว่าเงียบมาก ถึงมากที่สุด  ทำให้สะดุดคิดที่เขาพูดกันปัญหาซับไพร์ม มันคงมีผลกระทบธุรกิจเล็กๆ ไม่กี่สิบเหรียญต่อวันของผมเข้าให้แล้ว เฮ้อ!!!

    ก่อนหน้านี้อยากจะพูดถึงประเด็น ที่ดิน ที่ถือเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้น  ถ้าใครมีในครอบครอง ก็เปรียบเสมือนมีต้นทุนหรือหลักประกันของการดำรงชีวิต  ก่อนหน้านี้ช่วงที่ผมกำลัีง หาซื้อที่ดินเพื่อเริ่มชีวิตเกษตรกร ให้คู่ขนานกับชีิวิตคนเมือง ก่อนจะเปลี่ยนผ่านไปเป็น เกษตรกรเต็มขั้น ผมค้นหาข้อมูลการขายทอดตลาดที่ดินจาก เวบไซต์ของกรมบังคับคดี  พบว่าจังหวัดที่เป็นชุมชนเก่าแก่ เช่น สมุทรสงคราม สมุทรสาคร จะพบว่า มีแต่ที่ดินขนาดแปลงเล็กๆ ไม่เกินสิบไร่ เป็นส่วนใหญ่ จะหาที่ดินแปลงใหญ่ขึ้นมาหน่อย ให้เหมาะสมกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือเกษตรผสมผสาน ที่ต้องจัดสรรขนาดพื้นที่ให้ได้สัดส่วน 30:30:30:10 ซึ่งควรจะเริ่มต้นสักที 15 ไร่ ก็หายากมาก  แต่กลับด้านเหมือนเหรียญคนละด้าน ถ้าไปค้นหาที่ดินในจังหวัดที่เกิดใหม่ ก็จะพบว่าที่ดินส่วนใหญ่จะมีขนาดตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่

    ผมนึกเข้าใจเอาเองว่า เหตุที่ขนาดที่ดินมีความผันแปรกับความเก่าแก่ของชุมชนนั้น อาจเนื่องจาก การสืบสร้างครอบครัว ยกแบ่งมรดกที่ดินให้ลูกหลาน ทอดต่อทอด อาจมีผลให้ขนาดที่ดินลดลง เปรียบเทียบ พ่อมีที่ดิน 20 ไร่ ได้แบ่งที่ดินให้ลูกคนละเท่ากัน ถ้ามี 2 คน ก็คงต้องแบ่งคนละ 10 ไร่ ต่อมาถ้าลูกแต่ละคนมีลูก(เรียกว่าหลาน)กันคนละ 2 คน  การแบ่งปันมรดกให้รุ่นหลาน ก็คงเหลือกันแค่คนละ 5 ไร่

    ต่อไปปัญหาก็อาจจะเกิดขึ้นในรุ่นเหลน ว่าจะเหลือที่ดิน ที่ถือกันว่าเป็นต้นทุนหรือ หลักประกันสำคัญของชีวิต กันคนละเท่าไหร่ แล้วความเสี่ยงในการทำเกษตร ก็จะมีมากยิ่งขึ้น อาจเกิดปัญหาความไม่คุ้มทุนในการทำเกษตรบนเนื้อที่แปลงเล็ก  เนี่ยยังไม่ได้นึกถึงรุ่นลูกหลานของเหลน(ไม่รู้จะเรียกกว่าอะไร) ว่าจะคงอาชีพเกษตรให้สืบไปได้ดี ได้อย่างไร

    ปัญหาที่เกิดจากความฟุ้งซ่านคิดเล่นเพลินๆ ของผมข้างบน อาจจะมีทางออกได้ ตามแนวคิดเกษตรปราณีต  เป็นผลงานของ โครงการวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมอย่างประณีต 1 ไร่ สู่การมีอยู่ มีกิน ลดหนี้ปลดสิน ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งมีทีมปราชญ์ชาวบ้านและพหุภาคีภาคอีสานเป็นแกนนำในการดำเนินการวิจัย


 

 

โครงการวิจัยนี้ นอกจากความน่าสนใจ เรื่องการจัดการให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ ภายใต้ขนาดพื้นที่ เพียงไร่เดียวแล้ว ยังทำให้คิดย้อนคิดว่าการทำเกษตรในมิติของระดับชั้น ก็น่าสนใจ เช่นใต้ดิน จะปลูกอะไร เหนือดิน จะปลูกอะไร บนยอดคาคบไม้ผล จะปลูกอะไร ใต้สระน้ำจะเลี้ยงอะไร บนสระน้ำจะเลี้ยงอะไร จะปลูกอะไร แล้วจะจัดการให้องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้อยู่รวมกันอย่างเกื้อกูลได้อย่างไร


หมายเลขบันทึก: 159666เขียนเมื่อ 16 มกราคม 2008 22:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 22:22 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี